ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงเวลาแรกหลังจากที่เจ้าตัวเล็กลืมตาขึ้นมาดูโลก ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและความตื่นเต้นของคนเป็นพ่อแม่ แต่ในขณะเดียวกัน ร่างกายของทารกแรกเกิดกำลังต้องเผชิญกับการปรับตัวครั้งใหญ่ จากเดิมที่เคยได้รับสารอาหารและพลังงานส่งตรงจากแม่ผ่านทางสายสะดือตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อคลอดออกมาแล้ว ลูกน้อยต้องเริ่มต้นระเบิดพลังงานและใช้ระบบเผาผลาญของตัวเองในการรักษาระดับน้ำตาลในเลือด

หลายครั้งที่หมอมักจะพบคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่มีความกังวล เมื่อพยาบาลเดินมาแจ้งว่าลูกน้อยจำเป็นต้องได้รับการเจาะเลือดที่ส้นเท้าเพื่อตรวจระดับน้ำตาล และบางรายอาจต้องเข้าตู้อบหรือรับน้ำเกลือเนื่องจากมี ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำในทารกแรกเกิด เพื่อช่วยลดความกังวลและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง หมอจะพาไปเจาะลึกถึงสาเหตุ สัญญาณเตือน และวิธีรับมือกับภาวะนี้อย่างละเอียด

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำในทารกแรกเกิด คืออะไร และทำไมถึงเกิดขึ้นได้?

น้ำตาลกลูโคสคือแหล่งพลังงานหลักที่สมองและร่างกายของทารกต้องการใช้อยู่ตลอดเวลา โดยปกติแล้ว หลังจากคลอดออกมา ระดับน้ำตาลในเลือดของทารกจะลดต่ำลงตามธรรมชาติในช่วง 1-2 ชั่วโมงแรก จากนั้นร่างกายของทารกจะเริ่มกระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนเพื่อดึงน้ำตาลที่สะสมไว้ในตับออกมาใช้ ร่วมกับการได้รับนมแม่เพื่อปรับระดับน้ำตาลให้กลับมาสู่เกณฑ์ปกติ

อย่างไรก็ตาม หากร่างกายของลูกน้อยไม่สามารถปรับตัวได้ทัน หรือมีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้กระบวนการนี้หยุดชะงัก จนค่าน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (ซึ่งโดยทั่วไปมักจะใช้เกณฑ์ต่ำกว่า 40-45 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรในช่วงวันแรกหลังคลอด) ก็จะส่งผลให้เซลล์ต่างๆ โดยเฉพาะเซลล์สมอง ขาดพลังงานในการทำงาน ซึ่งนี่คือสิ่งที่เราเรียกว่า ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำในทารกแรกเกิด

เด็กกลุ่มไหนบ้างที่ต้องเฝ้าระวังเรื่องน้ำตาลในเลือดต่ำเป็นพิเศษ?

แม้ว่าภาวะนี้จะสามารถเกิดขึ้นได้กับทารกทุกคน แต่หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่ทำความเข้าใจว่า มีเด็กบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ซึ่งทีมแพทย์และพยาบาลจะทำการเฝ้าระวังและตรวจเช็กระดับน้ำตาลให้อย่างใกล้ชิดตั้งแต่ชั่วโมงแรกๆ หลังคลอด กลุ่มเสี่ยงเหล่านั้นได้แก่

  • ทารกที่คลอดจากคุณแม่ที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์: ตลอดเวลาที่อยู่ในครรภ์ ทารกจะได้รับน้ำตาลในปริมาณสูงจากแม่ ทำให้ร่างกายของลูกต้องผลิตฮอร์โมนอินซูลินออกมารอไว้เยอะ เมื่อคลอดออกมาแล้ว แหล่งน้ำตาลจากแม่ถูกตัดขาดกะทันหัน แต่อินซูลินที่ค้างอยู่ในตัวลูกยังมีปริมาณมาก จึงทำให้อินซูลินดึงน้ำตาลในเลือดของลูกลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว
  • ทารกคลอดก่อนกำหนด หรือทารกที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์: เด็กกลุ่มนี้จะมีเสบียงพลังงาน หรือแป้งสะสมในตับค่อนข้างน้อยมาก ทำให้ไม่มีพลังงานสำรองเพียงพอเมื่อต้องเผชิญกับโลกภายนอก
  • ทารกที่มีตัวโตกว่าอายุครรภ์: มักต้องการพลังงานในปริมาณที่มากกว่าปกติ ทำให้พลังงานสำรองหมดไปอย่างรวดเร็ว
  • ทารกที่มีภาวะเครียดระหว่างคลอด: เช่น มีอาการขาดออกซิเจน ตัวเย็นจัด หรือมีการติดเชื้อในกระแสเลือด ร่างกายของทารกกลุ่มนี้จะเผาผลาญพลังงานและน้ำตาลไปอย่างรวดเร็วเพื่อใช้ในการเอาชีวิตรอด

สัญญาณเตือนแบบไหนที่บ่งบอกว่าลูกกำลังมีภาวะน้ำตาลต่ำ?

ความยากของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำในทารกแรกเกิด คือ อาการแสดงมักจะไม่จำเพาะเจาะจง และในบางครั้งเด็กอาจไม่มีอาการแสดงใดๆ ออกมาเลยจนกว่าระดับน้ำตาลจะต่ำลงมาก ดังนั้น การสังเกตพฤติกรรมของลูกอย่างใกล้ชิดจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด โดยสัญญาณเตือนที่พ่อแม่ควรสังเกตมีดังนี้

  • ลูกมีอาการซึม ปลุกตื่นยาก หรือไม่ยอมดูดนม
  • ตัวสั่น แขนขาสั่น หรือมีอาการสะดุ้งผวาบ่อยผิดปกติ
  • ตัวอ่อนปวกเปียก กล้ามเนื้อไม่มีแรง
  • หายใจเร็ว หายใจหอบ หรือมีบางช่วงที่หยุดหายใจ
  • ผิวหนังมีสีซีด หรือปลายมือปลายเท้ามีสีเขียวคล้ำ
  • อุณหภูมิร่างกายต่ำ ตัวเย็นสัมผัสได้ชัดเจน
  • ในรายที่มีอาการรุนแรงมาก อาจมีอาการชักหมดสติ

ถ้าน้ำตาลในเลือดต่ำนานเกินไป จะส่งผลเสียต่อสมองของลูกอย่างไร?

นี่คือเหตุผลที่ทำไมหมอและทีมกุมารแพทย์ถึงต้องจริงจังและรีบแก้ไขภาวะนี้อย่างรวดเร็ว เพราะสมองของทารกแรกเกิดต้องการน้ำตาลกลูโคสเป็นเชื้อเพลิงหลักในการทำงานและพัฒนาเซลล์ประสาท หากปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำตาลเป็นระยะเวลานาน หรือปล่อยให้อาการรุนแรงขึ้นโดยไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที อาจส่งผลเสียต่อระบบประสาทอย่างถาวร นำไปสู่ปัญหาพัฒนาการล่าช้า มีปัญหาในการเรียนรู้ในอนาคต หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุดอาจทำให้สมองเกิดความเสียหายจนเกิดภาวะพิการได้

วิธีดูแลและรักษาเมื่อตรวจพบว่าลูกมีค่าน้ำตาลต่ำ

เมื่อทีมแพทย์ตรวจพบว่าลูกน้อยมีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ วิธีการรักษาจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการและตัวเลขค่าน้ำตาลที่วัดได้

การแก้ไขเบื้องต้นด้วยการป้อนนม

หากระดับน้ำตาลต่ำเพียงเล็กน้อยและทารกยังมีแรงดูดนมได้ดี แพทย์จะแนะนำให้คุณแม่รีบให้นมแม่ทันที หรืออาจพิจารณาให้ดื่มนมชงเสริมชั่วคราว เพื่อเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดอย่างรวดเร็ว จากนั้นจะทำการเจาะเลือดซ้ำเพื่อตรวจดูว่าค่าน้ำตาลกลับมาอยู่ในระดับที่ปลอดภัยหรือไม่

การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ

ในกรณีที่ระดับน้ำตาลต่ำมาก ทารกซึมมากจนไม่สามารถดูดนมเองได้ หรือพยายามป้อนนมแล้วค่าน้ำตาลยังไม่ดีขึ้น แพทย์จำเป็นต้องให้สารน้ำที่มีส่วนผสมของน้ำตาลกลูโคสเข้าทางหลอดเลือดดำ (การให้น้ำเกลือผสมน้ำตาล) เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเฝ้าระวังระดับน้ำตาลอย่างใกล้ชิดจนกว่าร่างกายของทารกจะสามารถปรับตัวและรักษาระดับน้ำตาลได้เอง

วิธีป้องกันและรับมือเพื่อไม่ให้ลูกน้อยเผชิญกับภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

แม้ว่าทารกบางรายจะมีปัจจัยเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่คุณพ่อคุณแม่ก็มีส่วนสำคัญอย่างมากในการช่วยป้องกันไม่ให้ลูกเกิดภาวะนี้ หรือช่วยให้ตรวจพบและรักษาได้เร็วที่สุดผ่านวิธีปฏิบัติดังนี้

1. ฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ: การตรวจคัดกรองเบาหวานขณะตั้งครรภ์และควบคุมระดับน้ำตาลของคุณแม่อย่างเคร่งครัด จะช่วยลดโอกาสที่ลูกจะเกิดภาวะน้ำตาลต่ำหลังคลอดได้อย่างดีที่สุด

2. เริ่มต้นให้นมแม่ให้เร็วที่สุด: ควรพยายามให้ลูกได้ดูดนมแม่ภายในชั่วโมงแรกหลังคลอด น้ำนมส่วนแรกหรือหัวน้ำนม (Colostrum) จะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญและรักษาระดับน้ำตาลของลูกได้ดีมาก

3. ให้ลูกได้กินนมบ่อยๆ: ในช่วงวันแรกๆ หลังคลอด ควรให้ลูกเข้าเต้าทุกๆ 2-3 ชั่วโมง และไม่ปล่อยให้ลูกนอนหลับยาวติดต่อกันนานเกิน 4 ชั่วโมงโดยไม่ได้กินนม

4. โอบกอดเพื่อเพิ่มความอบอุ่น: การทำสกินทูสกิน (Skin-to-skin contact) หรือการให้ผิวของลูกสัมผัสกับอกของคุณแม่ จะช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายของลูกไม่ให้ตัวเย็น ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานและน้ำตาลสำรองในร่างกายของลูกได้เป็นอย่างดี

การเฝ้าระวังสุขภาพของลูกน้อยในช่วงวันแรกๆ หลังคลอดอาจเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ต้องใส่ใจ แต่ขอให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจว่า ด้วยการสังเกตอย่างใกล้ชิดและการร่วมมือกับทีมกุมารแพทย์ จะช่วยให้เราสามารถป้องกันและผ่านพ้นภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำในทารกแรกเกิดไปได้อย่างปลอดภัย เพื่อให้ลูกรักเติบโตอย่างแข็งแรงสมวัยในทุกๆ วัน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down