ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่เดินตรวจห้องตรวจพัฒนาการเด็ก สิ่งหนึ่งที่หมอมักจะสังเกตเห็นบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่พัฒนาการของตัวเด็กเอง แต่เป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของคุณพ่อคุณแม่ หลายครั้งที่เราเผลอเอาไม้บรรทัดในหัวของเราไปวัดความสุขและความสำเร็จของลูก โดยลืมมองไปว่าเด็กแต่ละคนมีจังหวะชีวิตของตัวเอง

ในฐานะหมอที่นั่งฟังเรื่องราวครอบครัวมานาน วันนี้อยากชวนคุณพ่อคุณแม่มาคุยกันเรื่องภาวะความคาดหวังเกินจริงจากผู้ปกครอง เพื่อที่เราจะได้กอดลูกให้แน่นขึ้น และปล่อยให้เขาได้เติบโตเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด

สัญญาณเตือนจากลูก เมื่อความคาดหวังเริ่มกลายเป็นก้อนหินหนักอึ้ง

เด็กๆ มักจะรักและอยากทำให้พ่อแม่ภูมิใจเสมอ แต่บางครั้งความตั้งใจนี้ก็ถูกผลักดันจนเกินขอบเขต จนเด็กเริ่มแสดงสัญญาณบางอย่างออกมาให้เราเห็นโดยไม่รู้ตัว

ลูกเปลี่ยนไปเป็นคนละคน สังเกตอย่างไรดี?

น้องบางคนอาจจะเริ่มมีอาการปวดท้อง ปวดหัวบ่อยๆ โดยที่ตรวจไม่พบโรคทางกาย ซึ่งในทางการแพทย์เราเรียกว่าอาการทางกายจากความเครียด (Psychosomatic symptoms) บางคนนอนไม่หลับ ฝันร้าย หรือมีความกังวลสูงเกินกว่าวัย เด็กที่เคยร่าเริงอาจจะเริ่มเงียบขรึม หรือกลัวความผิดพลาดชนิดที่เรียกว่า Perfectionism จนไม่กล้าลงมือทำอะไรเลยเพราะกลัวทำได้ไม่ดีพอ

ทำไมคุณพ่อคุณแม่ถึงเผลอคาดหวังในตัวลูกมากเกินไป?

ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากทำร้ายลูกด้วยความคาดหวัง แต่ลึกๆ แล้วมันมักมาจากความรัก ความกลัวว่าลูกจะลำบากในอนาคต หรือบางครั้งก็เป็นการเผลอนำปมในวัยเด็กของตัวเองที่ยังแก้ไม่หายมาส่งต่อให้ลูก โดยที่เราใช้คำว่า เพื่ออนาคตที่ดี มาเป็นเกราะกำบังให้ความกดดันนั้นดูสวยงาม

ผลกระทบระยะยาว เมื่อเด็กต้องแบกความกดดันที่ไม่ใช่ของตัวเอง

การถูกคาดหวังตลอดเวลาทำให้เด็กสูญเสียความภูมิใจในตนเอง (Self-esteem) เพราะเขารู้สึกว่าไม่ว่าจะทำดีแค่ไหนก็ยังไม่ดีพอสำหรับพ่อแม่ ในระยะยาวอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวห่างเหิน เพราะลูกมองว่าบ้านไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย แต่เป็นสนามประลองที่ต้องแข่งตลอดเวลา

ปรับวิธีคิดและลดความคาดหวัง เพื่อพื้นที่ปลอดภัยในบ้าน

การลดความคาดหวังไม่ได้แปลว่าเราจะปล่อยปละละเลยลูก แต่เป็นการเปลี่ยนจากการมองที่ผลลัพธ์ มาเป็นการมองที่ความพยายามและกระบวนการเรียนรู้

  • ชื่นชมที่ความพยายาม: แทนที่จะชมว่าเก่งมากที่ได้ที่หนึ่ง ให้เปลี่ยนเป็นชมว่าเห็นความตั้งใจขยันอ่านหนังสือของลูกนะ
  • เปิดพื้นที่ให้ลูกได้ล้มเหลว: ความผิดพลาดคือบทเรียนที่ดีที่สุดในการสร้างความยืดหยุ่นทางจิตใจ (Resilience) ให้เด็กเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
  • ฟังมากกว่าสอน: บางครั้งลูกไม่ได้ต้องการคำแนะนำจากเรา แต่ต้องการแค่คนนั่งฟังความรู้สึกของเขาโดยไม่ตัดสิน

ท้ายที่สุดแล้ว ลูกไม่ใช่ภาพสะท้อนความสำเร็จที่เราทำไม่สำเร็จในอดีต แต่เขาคือมนุษย์คนหนึ่งที่มีเส้นทางความสุขในแบบของตัวเอง หน้าที่ของเราคือการประคับประคองให้เขาเดินไปบนเส้นทางนั้นอย่างมั่นใจ ไม่ใช่การแบกเขาไว้บนบ่าแล้ววิ่งไปให้ถึงเส้นชัยที่เราเป็นคนกำหนด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down