ช่วงเวลาที่อุ้มท้องลูกน้อยมานานเก้าเดือนเต็ม เป็นธรรมดาที่คุณแม่ทุกคนจะเฝ้ารอคอยด้วยความตื่นเต้นและกังวลใจไปพร้อมๆ กัน ยิ่งใกล้คลอด ความกังวลเรื่องสุขภาพของลูกยิ่งทวีคูณ หนึ่งในคำถามที่หมอมักจะได้ยินบ่อยเวลาตรวจครรภ์คือ ลูกน้อยในท้องจะปลอดภัยจากโรคของแม่ไหม หรือโรคที่เราเป็นอยู่จะส่งต่อให้ลูกตอนคลอดหรือเปล่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่เราต้องทำความเข้าใจกันให้ถ่องแท้ เพื่อจะได้เตรียมตัวรับมือและป้องกันได้อย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ
ลูกน้อยติดเชื้อจากแม่ได้อย่างไรบ้าง? ช่องทางไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
การส่งผ่านเชื้อโรคจากแม่สู่ลูกไม่ได้เกิดขึ้นแค่ตอนที่เราเบ่งคลอดเท่านั้น แต่เส้นทางการเดินทางของเชื้อโรคสามารถเกิดขึ้นได้ในสามช่วงเวลาสำคัญของชีวิตคุณแม่และลูกน้อย เริ่มตั้งแต่ช่วงที่น้องยังอยู่ในครรภ์ ช่วงระหว่างคลอดที่ตัวเล็กต้องผ่านช่องคลอด และช่วงหลังคลอดที่คุณแม่ต้องอุ้มชูให้นมบุตร
รับเชื้อผ่านทางรก: เมื่อไวรัสหรือแบคทีเรียเดินทางข้ามผ่านเกราะป้องกัน
ในช่วงเวลาเก้าเดือนที่ลูกอยู่ในท้อง รกทำหน้าที่เสมือนป้อมปราการคอยปกป้อง แต่อย่างไรก็ตาม เชื้อโรคบางชนิด เช่น เชื้อไวรัสหรือปรสิตบางตัว สามารถเดินทางผ่านรกเข้ามาสู่กระแสเลือดของทารกได้โดยตรง ซึ่งอาจส่งผลต่อการพัฒนาการของอวัยวะต่างๆ หรือทำให้เกิดการติดเชื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์
ติดเชื้อระหว่างทางคลอด: ความเสี่ยงเมื่อลูกต้องเดินทางผ่านช่องคลอดธรรมชาติ
ช่วงเวลาของการคลอดถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ หากคุณแม่มีการติดเชื้อบางอย่างบริเวณช่องคลอด เมื่อทารกเคลื่อนตัวผ่านลงมา ก็มีโอกาสสัมผัสกับเชื้อโรคเหล่านั้นโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสที่ซ่อนอยู่ ซึ่งมักเป็นสาเหตุของการติดเชื้อที่ผิวหนัง ตา หรือระบบทางเดินหายใจของทารกในช่วงวันแรกหลังคลอด
รับเชื้อหลังคลอดผ่านทางน้ำนมและการสัมผัสใกล้ชิด
หลังจากที่ลูกลืมตาดูโลกแล้ว การเลี้ยงดู การให้นมแม่ หรือแม้แต่ละอองฝอยจากการไอจาม ก็อาจกลายเป็นช่องทางในการส่งต่อเชื้อโรคได้ หากคุณแม่ป่วยเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจ หรือมีเชื้อไวรัสบางชนิดที่สามารถขับออกมาทางน้ำนมได้ การดูแลเรื่องความสะอาดจึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก
โรคคุณแม่กลุ่มไหนบ้างที่เสี่ยงส่งต่อถึงลูกน้อย
ในทางแพทย์ เราให้ความสำคัญกับโรคติดเชื้อเรื้อรังและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายชนิด เพราะโรคเหล่านี้มีโอกาสสูงที่จะถ่ายทอดสู่ทารกได้หากไม่ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ก่อนคลอด
- ไวรัสตับอักเสบบี: โรคนี้ติดต่อกันได้ง่ายมากในขั้นตอนการคลอด หากคุณแม่มีเชื้ออยู่ในตัว ทารกแรกคลอดจะได้รับวัคซีนและอิมมูโนโกลบูลินทันทีหลังคลอดเพื่อตัดวงจรการติดเชื้อ
- เชื้อเอชไอวี (HIV): ปัจจุบันความก้าวหน้าทางการแพทย์ช่วยลดอัตราการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกลงได้มาก หากคุณแม่ทานยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอและสม่ำเสมอตลอดการตั้งครรภ์
- ซิฟิลิสและหนองใน: โรคติดเชื้อเหล่านี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะในช่วงตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อส่งผลกระทบต่อสมองและกระดูกของทารก
- เชื้อกลุ่มทอกชลาสมาและโรคหัดเยอรมัน: การติดเชื้อเหล่านี้ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์มีความเสี่ยงสูงต่อความพิการแต่กำเนิด
วิธีดูแลและตรวจคัดกรองตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์เพื่อความปลอดภัยของลูก
ข่าวดีก็คือ โรคส่วนใหญ่สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ผ่านการฝากครรภ์ตามนัดหมาย แพทย์จะทำการเจาะเลือดตรวจหาเชื้อต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเราสามารถควบคุมโรคและวางแผนการคลอดที่เหมาะสมได้ทันท่วงที เช่น การเลือกวิธีผ่าคลอดในกรณีที่จำเป็น เพื่อลดการสัมผัสเชื้อโดยตรงระหว่างคลอด
การปฏิบัติตัวของคุณแม่หลังคลอดเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกติดเชื้อ
เมื่อลูกน้อยคลอดออกมาแล้ว หน้าที่ของคุณแม่คือการสร้างเกราะป้องกันให้ลูกรัก นอกจากการฉีดวัคซีนตามโปรแกรมของกระทรวงสาธารณสุขแล้ว การรักษาความสะอาดของมือ การสวมหน้ากากอนามัยยามป่วยไข้ และการสังเกตอาการผิดปกติของทารกอย่างใกล้ชิด เช่น มีไข้ ซึม ไม่ยอมดูดนม ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกน้อยปลอดภัยและเติบโตอย่างแข็งแรงสมวัย