ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกหายป่วยจากไข้หวัดหรือท้องเสียแล้ว ส่งกลับไปโรงเรียนได้เลยไหม?

เวลาลูกน้อยไม่สบาย ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด RSV หรือท้องเสีย คนเป็นพ่อเป็นแม่คงเหนื่อยและเครียดกันมาหลายวัน พอเห็นลูกเริ่มมีเรี่ยวแรง กินข้าวได้ และไม่มีไข้แล้ว ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคืออยากให้ลูกกลับไปโรงเรียนตามปกติจะได้ไม่พลาดการเรียน แต่ในมุมมองของหมอ การที่ลูกไม่มีไข้ไม่ได้แปลว่าพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์เสมอไป การตัดสินใจให้เด็กคนหนึ่งกลับไปเผชิญโรคภัยและเพื่อนๆ ที่โรงเรียน มีรายละเอียดมากกว่าแค่การวัดอุณหภูมิร่างกาย

สัญญาณเตือนว่าร่างกายลูกยังต้องพักต่ออีกหน่อย

ก่อนจะตัดสินใจเซ็นใบลาหยุดให้ลูก ลองเช็กอาการเหล่านี้ดูก่อนว่าลูกหายดีจริงๆ หรือยัง เพราะถ้าฝืนส่งไปทั้งที่ร่างกายยังไม่ไหว นอกจากโรคจะกำเริบซ้ำแล้ว ยังอาจไปแพร่เชื้อให้เพื่อนๆ ในห้องได้อีกด้วย

  • ยังมีอาการอ่อนเพลีย: แม้จะไม่มีไข้ แต่ถ้าลูกยังนอนตลอดยวัน ดูไม่มีพลัง เล่นกับเพื่อนไม่ไหว แบบนี้แปลว่าภูมิต้านทานยังซ่อมแซมตัวเองไม่เสร็จ ควรให้อยู่บ้านพักฟื้นอีกสักหนึ่งถึงสองวัน
  • ระบบทางเดินอาหารยังไม่เข้าที่: สำหรับเด็กที่เป็นโรคท้องเสียหรือลำไส้อักเสบ ต่อให้อ้วกหรือถ่ายลดลงแล้ว แต่ถ้ายังกินอาหารได้น้อย หรือลำไส้ยังบีตัวผิดปกติ การไปโรงเรียนจะเพิ่มความเสี่ยงเรื่องภาวะขาดน้ำได้ง่าย
  • ไอเรื้อรังและยังมีเสมหะ: อาการไอหลงเหลือมักอยู่นานเป็นสัปดาห์ แต่ถ้าเป็นการไอแบบมีเสมหะเหนียว หรือไอกระจายตลอดเวลา การไปนั่งเรียนในห้องแอร์ปิดทึบจะทำให้โรคหายช้าลง

เกณฑ์สำคัญในการตัดสินใจส่งลูกกลับห้องเรียน

เพื่อให้พ่อแม่สบายใจ หมอมีเช็กลิสต์ง่ายๆ ที่ใช้ประเมินความพร้อมของลูกก่อนกลับไปเจอคุณครูและเพื่อนๆ

กฎเหล็กเรื่องไข้และการใช้ยาลดไข้

ลูกต้องไม่มีไข้สูงติดต่อกันอย่างน้อย 24 ชั่วโมง โดยที่ไม่ต้องกินยาลดไข้พาราเซตามอลหรือยาลดไข้อื่นๆ ช่วยเลย หากตอนเช้ากินยาแล้วไม่มีไข้ แต่พอยาหมดฤทธิ์ตอนบ่ายตัวเริ่มรุมๆ แบบนี้ยังไม่อนุญาตให้ไปโรงเรียนเด็ดขาด

พลังงานและกิจวัตรประจำวันกลับมาเป็นปกติ

เด็กต้องสามารถกินอาหารและดื่มน้ำได้ในปริมาณใกล้เคียงกับตอนก่อนป่วย มีเรี่ยวแรงวิ่งเล่น ทำกิจกรรม และมีอารมณ์แจ่มใสตามธรรมชาติ ไม่ใช่ซึมหรือหงุดหงิดง่ายตลอดเวลา

พ้นระยะแพร่เชื้อของโรคติดต่อยอดฮิต

โรคบางชนิดมีกฎเหล็กเรื่องระยะเวลาการกักตัว เช่น โรคมือ เท้า ปาก ที่ต้องรอให้แผลในปากและตุ่มน้ำแห้งสนิทดีเสียก่อน (มักใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ถึง 10 วันนับจากเริ่มป่วย) หรือโรคอีสุกอีใสที่ต้องรอจนกว่าสะเก็ดแผลจะหลุดร่วงจนหมด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อระลอกใหม่ในโรงเรียนอนุบาล

วิธีเตรียมความพร้อมให้ลูกในวันแรกของการกลับไปโรงเรียน

เมื่อมั่นใจว่าลูกผ่านเกณฑ์ทุกข้อและพร้อมกลับไปเรียนแล้ว การปรับตัวในวันแรกสำคัญไม่แพ้กัน เพราะร่างกายยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

    คุยกับคุณครูประจำชั้น: แจ้งประวัติการเจ็บป่วยและข้อควรระวัง เช่น ลูกยังต้องกินยาฆ่าเชื้อให้ครบโดสช่วงมื้อเที่ยง หรือยังต้องงดอาหารมันๆ ชั่วคราว

    เตรียมกระติกน้ำส่วนตัวและเจลแอลกอฮอล์: ย้ำเตือนเรื่องการล้างมือบ่อยๆ และไม่ใช้ช้อนร่วมกับเพื่อน เพื่อป้องกันการรับเชื้อโรคตัวใหม่เข้ามาซ้ำซ้อนในยามที่ภูมิคุ้มกันยังฟื้นฟูไม่เต็มที่

    ปรับเวลานอนให้นอนเร็วขึ้น: ช่วงที่ป่วยร่างกายเสียพลังงานไปมาก การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในสัปดาห์แรกของการกลับไปเรียนจะช่วยให้ภูมิต้านทานกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์เหมือนเดิม

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down