ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมช่วงนี้หมอถึงเจอเด็กที่พูดช้าเพิ่มมากขึ้น

หลายครอบครัวพาเจ้าตัวเล็กมาปรึกษาหมอด้วยความกังวลว่า ลูกอายุสองขวบกว่าแล้วแต่ยังไม่ยอมพูดเป็นประโยค หรือเรียกพ่อแม่ยังไม่ชัด ทั้งที่ในบ้านก็มีของเล่นมากมาย แต่เมื่อลองซักประวัติการใช้ชีวิตประจำวัน หมอมักจะพบจุดร่วมที่น่าสนใจคือ เด็กกลุ่มนี้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอยู่หน้าจอ หรือขาดการสื่อสารโต้ตอบกับคนในครอบครัวแบบเห็นหน้าเห็นตา การพัฒนาการทางภาษาล่าช้าในเด็กเล็กไม่ใช่แค่เรื่องของลิ้นหรือสมอง แต่เป็นเรื่องของโอกาสในการเรียนรู้ผ่านการมองตาและการตอบสนอง

ภาษาเกิดจากการจดจำและโต้ตอบ ไม่ใช่แค่การฟังเสียง

ธรรมชาติของการเรียนรู้ภาษาไม่ได้เกิดขึ้นจากการที่เด็กได้ยินเสียงผ่านลำโพงของโทรทัศน์หรือแท็บเล็ต แต่เกิดขึ้นจากกระบวนการทางสมองที่เรียกว่า การสื่อสารสองทาง เด็กจะเรียนรู้การสื่อความหมายได้ดีที่สุดเมื่อเขาเห็นสีหน้า แววตา และอารมณ์ของผู้พูดประกอบไปกับน้ำเสียง การที่ลูกนั่งจ้องหน้าจอนานๆ สมองเด็กจะรับรู้เพียงข้อมูลที่ถูกส่งออกมาทางเดียว (One-way communication) ซึ่งไม่ได้กระตุ้นให้เขาต้องหัดออกเสียงเพื่อโต้ตอบกลับไป นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมลูกถึงอาจจะร้องเพลงตามการ์ตูนได้เก่ง แต่กลับสื่อสารความต้องการพื้นฐานในชีวิตประจำวันไม่ได้

สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ควรสังเกตด้วยตัวเอง

หากคุณพ่อคุณแม่เริ่มรู้สึกว่าลูกดูต่างจากเพื่อนวัยเดียวกัน ลองเช็กอาการเหล่านี้ดู

  • ลูกไม่หันมามองตามเสียงเรียกชื่อเป็นประจำ
  • ไม่รู้จักการชี้ชวนหรือสื่อสารด้วยภาษากาย เช่น การพยักหน้า หรือการส่ายหน้า
  • ชอบเล่นคนเดียวและไม่พยายามเลียนแบบเสียงหรือท่าทางของคนรอบข้าง
  • เมื่อต้องการอะไร จะใช้วิธีดึงมือผู้ใหญ่ไปจับแทนที่จะใช้คำพูดหรือการชี้บอก

วิธีดึงลูกกลับมาสู่โลกแห่งการสื่อสาร

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในบ้านคือยาขนานเอกที่ได้ผลที่สุด

ลดเวลาหน้าจอและเพิ่มพื้นที่แห่งการสนทนา

หมอไม่ได้ห้ามใช้เทคโนโลยีแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่การให้ลูกเล่นหน้าจอนานเกินไปจะไปแย่งเวลาที่เขาควรจะได้ฝึกสื่อสารกับคนรอบข้าง ลองเปลี่ยนจากชั่วโมงหน้าจอ มาเป็นชั่วโมงกิจกรรมที่พ่อแม่ได้นั่งอยู่ตรงข้ามลูก สบตาขณะพูดคุย และปล่อยให้เขาได้แสดงความคิดเห็นผ่านท่าทางก่อนจะขยายไปสู่คำพูด

ชวนคุยเรื่องรอบตัวแบบเห็นภาพ

เวลาพาไปเดินเล่นหรือทำกิจกรรม ให้บรรยายสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า เช่น นี่คือใบไม้สีเขียว ดอกไม้ดอกนี้มีกลิ่นหอม การบรรยายสิ่งที่ลูกเห็นอยู่จริงๆ จะช่วยเชื่อมโยงคำศัพท์เข้ากับวัตถุได้เร็วกว่าการฟังเสียงจากในจอ

ใช้ความอดทนและรอจังหวะตอบสนอง

เมื่อลูกเริ่มพยายามสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการทำเสียงหรือทำท่าทาง พ่อแม่ต้องรอจังหวะให้เขาได้ปล่อยของออกมาบ้าง อย่าเพิ่งรีบทำให้ทุกอย่างแทนเขาจนเขาไม่จำเป็นต้องใช้คำพูด เพื่อกระตุ้นให้เขารู้สึกว่าการสื่อสารเป็นสิ่งที่มีความหมายและได้รับการตอบรับเสมอ

เมื่อไหร่ที่ควรพามาปรึกษาหมอพัฒนาการ

หากลองปรับการใช้ชีวิตที่บ้านแล้วเป็นเวลา 1-3 เดือนแต่ลูกยังไม่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น หรือเริ่มเห็นความล่าช้าในด้านการเข้าสังคมร่วมด้วย ไม่ต้องรอให้ถึงเกณฑ์อายุที่โรงเรียนกำหนด การพามาประเมินตั้งแต่วัยเล็กจะช่วยให้คุณหมอสามารถวินิจฉัยและวางแผนช่วยเหลือได้ทันท่วงที เพราะหัวใจสำคัญคือการกระตุ้นในช่วงวัยที่สมองของเด็กกำลังเติบโตและยืดหยุ่นได้ดีที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down