ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกพูดช้าไม่ได้แปลว่าไม่ฉลาด แต่ทำไมถึงเงียบผิดปกติ

เวลาตรวจสุขภาพเด็ก คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักจะกังวลใจเมื่อเห็นลูกวัยขวบกว่ายังไม่ยอมพูดคำที่มีความหมาย หรือเรียกพ่อเรียกแม่ไม่ได้สักที ในฐานะหมอเด็ก ผมมักจะได้รับคำถามเสมอว่าลูกเป็นอะไรไหม หรือมีปัญหาการได้ยินหรือเปล่า สิ่งที่พบได้บ่อยมากในยุคนี้คือปัญหา พัฒนาการทางภาษาล่าช้าในเด็กเล็ก ซึ่งไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของอวัยวะ แต่เกิดจากการที่ลูกขาดการสื่อสารแบบสองทางกับคนรอบข้าง

หน้าจอกับชีวิตจริง สิ่งไหนที่ลูกต้องการมากกว่ากัน

ลองสังเกตดูนะครับว่า ในแต่ละวันลูกใช้เวลากับหน้าจอแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนมากน้อยแค่ไหน การที่เด็กนั่งจ้องวิดีโอหรือการ์ตูน แม้จะเป็นรายการเสริมสร้างความรู้ แต่แท้จริงแล้วมันคือการรับสารทางเดียว ภาษาที่ได้ยินจากหน้าจอไม่มีการโต้ตอบ ไม่มีอารมณ์ร่วม และไม่มีการสบตา ซึ่งทักษะเหล่านี้คือหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ภาษา

ทำไมเด็กต้องเห็นหน้าและสบตาถึงจะเริ่มพูดได้

การเรียนรู้ภาษาไม่ใช่แค่การฟังเสียง แต่คือการที่ลูกเห็นการขยับปาก เห็นรอยยิ้ม และเห็นการแสดงออกทางสีหน้าของคนพูด สมองเด็กเล็กจะจดจำทักษะการสื่อสารผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลจริง เมื่อมีคนถามแล้วเด็กตอบโต้ การได้เห็นปฏิกิริยาตอบรับจะช่วยกระตุ้นให้สมองพัฒนาวงจรภาษาได้เร็วกว่าการฟังเสียงจากลำโพงหลายเท่า

สัญญาณเตือนว่าถึงเวลาต้องปรับเปลี่ยนวิธีเลี้ยงดู

หากสังเกตว่าลูกมีพฤติกรรมเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณว่าลูกกำลังเริ่มมีพัฒนาการทางภาษาล่าช้าจากสภาพแวดล้อม:

  • ชอบอยู่คนเดียวและจดจ่ออยู่กับหน้าจอนานๆ
  • เวลาเรียกชื่อแล้วไม่หัน หรือทำเหมือนไม่ได้ยิน
  • ไม่พยายามสื่อสารด้วยการชี้บอกความต้องการ
  • ไม่มีการสบตาเวลาเล่นหรือพูดคุยด้วย

วิธีแก้ปัญหาด้วยการสร้างพื้นที่พูดคุยในครอบครัว

หากรู้ตัวว่าให้ลูกอยู่กับหน้าจอมากเกินไป ให้ลองปรับตามแนวทางนี้ครับ:

  • งดการใช้จอโดยเด็ดขาด: สำหรับเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ควรเลี่ยงหน้าจอให้มากที่สุด
  • ชวนคุยตลอดเวลา: แม้ลูกจะยังพูดไม่ได้ แต่การเล่าเรื่องกิจวัตรประจำวันให้ลูกฟัง คือการสะสมคลังคำศัพท์ที่ดีที่สุด
  • เล่นกับลูกแบบเห็นหน้า: ใช้เวลาเล่นบทบาทสมมติหรือหยิบของเล่นมาพูดคุยกัน สบตาและส่งยิ้มให้กันบ่อยๆ
  • อ่านนิทานแทนการเปิดคลิป: การฟังเสียงจากพ่อแม่จะสร้างความผูกพันและกระตุ้นการอยากพูดได้ดีกว่าเสียงสังเคราะห์

เมื่อไหร่ที่ควรพาไปปรึกษาคุณหมออย่างจริงจัง

หากคุณพ่อคุณแม่ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในบ้านแล้วเป็นเวลา 2-3 เดือน แต่พัฒนาการของลูกยังไม่ดีขึ้น หรือรู้สึกว่าลูกมีพฤติกรรมตัดขาดจากสังคม เช่น ไม่เล่นกับเด็กคนอื่นเลย หรือดูนิ่งจนเกินไป อย่าลังเลที่จะพาลูกมาตรวจเช็กพัฒนาการ เพราะการตรวจพบปัญหาเร็ว จะช่วยให้หมอและผู้ปกครองร่วมกันกระตุ้นพัฒนาการลูกได้อย่างทันท่วงทีครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down