เวลาตรวจพบว่าตัวเองหรือคุณพ่อคุณแม่สูงอายุมีปัญหาเรื่องโรคตับ ไม่ว่าจะเป็นไขมันพอกตับ ตับอักเสบเรื้อรัง หรือตับแข็ง ความกังวลใจมักจะพรั่งพรูเข้ามาสารพัด ทั้งเรื่องการกินอาหาร การใช้ยา และการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน แต่มีอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่มักถูกมองข้ามไปบ่อยครั้ง ทั้งที่เป็นเกราะป้องกันชีวิตที่สำคัญมากๆ นั่นคือเรื่องของวัคซีน
ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้กลุ่มนี้อยู่ทุกวัน มักจะเจอคำถามบ่อยๆ ว่าเป็นโรคตับอยู่แล้ว จะฉีดวัคซีนได้ไหม จะทำให้ตับทำงานหนักกว่าเดิมหรือเปล่า ความจริงคือตับที่กำลังอ่อนแอนั้น เปรียบเหมือนบ้านที่ประตูหน้าต่างเริ่มหลวม หากมีเชื้อโรคบุกรุกซ้ำเติมเข้าไปอีกรอบ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะรุนแรงกว่าคนปกติหลายเท่าตัว นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการสร้างภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนจึงเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับผู้สูงอายุที่เป็นโรคตับ
ตับป่วยอยู่แล้ว ทำไมต้องกลัวไวรัสตับอักเสบเอและบีซ้ำซ้อน?
หลายคนเข้าใจว่าเชื้อไวรัสตับอักเสบมีหน้าตาคล้ายกันหมด แต่จริงๆ แล้วเจ้าไวรัสเอและบีมีความร้ายกาจในแบบของตัวเอง สำหรับไวรัสตับอักเสบเอ มักติดต่อผ่านอาหารและน้ำดื่มที่ไม่สะอาด เมื่อเข้าสู่ร่างกายคนที่มีเนื้อตับปกติก็อาจจะทำให้ตัวเหลืองตาเหลือง นอนโรงพยาบาลกันเป็นสัปดาห์ แต่ถ้าเกิดขึ้นในผู้สูงอายุที่มีโรคตับอยู่เดิม เซลล์ตับที่เหลืออยู่น้อยนิดอาจทำงานล้มเหลวเฉียบพลัน กลายเป็นตับวายที่อันตรายถึงชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว
ส่วนไวรัสตับอักเสบอีและบีนั้น โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบซีและบีเรื้อรัง หากรับเชื้อเพิ่มหรือมีการกำเริบซ้ำ จะเร่งให้เกิดภาวะตับแข็งและมะเร็งตับเร็วขึ้นอย่างคาดไม่ถึง การฉีดวัคซีนจึงเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ไม่เปิดโอกาสให้เชื้อโรคเหล่านี้เข้ามาซ้ำเติมตับที่กำลังเหนื่อยล้าอยู่แล้ว
ตรวจเลือดดูก่อนฉีด: รู้เขารู้เรา ป้องกันได้ตรงจุด
ก่อนที่คุณหมอจะฉีดวัคซีนตับอักเสบเอและบีให้ผู้สูงอายุ ขั้นตอนสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการเจาะเลือดตรวจหาภูมิคุ้มกันที่มีอยู่เดิมก่อน เพราะคนไข้บางคนอาจเคยติดเชื้อมาแล้วโดยไม่รู้ตัวและมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติแล้ว การเจาะเลือดตรวจจะช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายและรู้ว่าต้องเลือกใช้วัคซีนสูตรไหน
- ถ้าตรวจพบว่ามีภูมิคุ้มกันแล้ว: ก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องฉีดซ้ำ
- ถ้าตรวจแล้วยังไม่มีภูมิคุ้มกันเลย: ถึงเวลาเริ่มต้นโปรแกรมการฉีดวัคซีนตามขั้นตอนที่แพทย์แนะนำ
ขั้นตอนและระยะเวลาการฉีดวัคซีนที่ลูกหลานควรู้
การสร้างภูมิคุ้มกันในวัยสูงอายุมีความท้าทายตรงที่ระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติเริ่มทำงานช้าลง การฉีดวัคซีนจึงต้องครบโดสและตรงตามเวลาเป๊ะๆ เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิขึ้นมาได้ในระดับที่ปกป้องตับได้จริง
- วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ: โดยทั่วไปจะฉีดทั้งหมด 2 เข็ม โดยเข็มที่สองจะเว้นระยะห่างจากเข็มแรกประมาณ 6 ถึง 12 เดือน
- วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี: จะมีตารางการฉีด 3 เข็ม คือเข็มแรก เข็มที่สองห่างจากเข็มแรก 1 เดือน และเข็มที่สามห่างจากเข็มแรก 6 เดือน
สำหรับผู้สูงอายุที่มีโรคตับเรื้อรัง บางครั้งแพทย์อาจพิจารณาใช้วัคซีนขนาดพิเศษหรือตรวจวัดระดับภูมิต้านทานหลังฉีดครบโดส เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายตอบสนองต่อวัคซีนได้ดีเพียงพอ
ผลข้างเคียงที่พบได้และการดูแลผู้สูงอายุหลังฉีด
ความกังวลยอดฮิตคือฉีดแล้วตับจะพังไหม ขออธิบายให้สบายใจตรงนี้เลยว่า วัคซีนทั้งสองชนิดนี้เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย ไม่สามารถทำให้เกิดโรคตับอักเสบจากตัววัคซีนได้ อาการข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นเรื่องธรรมดาของการฉีดวัคซีนทั่วไป เช่น ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีด มีไข้ต่ำๆ หรือรู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อย ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะหายไปได้เองภายใน 1 ถึง 2 วัน การให้ผู้สูงอายุพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำอุ่นมากๆ และหลีกเลี่ยงการยกของหนักด้วยแขนข้างที่ฉีด ก็ช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้มากแล้ว
ทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อปกป้องตับของคนที่คุณรัก
การดูแลผู้สูงอายุที่เป็นโรคตับ ไม่ได้มีแค่เรื่องการกินยาตรงเวลาหรือการหลีกเลี่ยงอาหารมันๆ เท่านั้น แต่การป้องกันการติดเชื้อที่อาจเข้ามาทำลายตับเพิ่ม เป็นสิ่งที่มีคุณค่าไม่แพ้กัน หากคุณกำลังดูแลผู้สูงอายุที่มีโรคตับ ลองปรึกษาแพทย์ประจำตัวท่านดูว่า ภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบเอและบีนั้นพร้อมหรือยัง การลงทุนกับเข็มฉีดวัคซีนเล็กๆ วันนี้ คือการซื้อเวลาและความปลอดภัยให้ตับของคนที่เรารักอยู่ใช้งานไปได้อีกนานเท่านนาน