ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยเจอปัญหานี้ไหม... ลูกน้อยหรือคนในครอบครัวมีไข้สูงขึ้นมาเฉยๆ พอพาไปหาหมอ ตรวจเลือด ตรวจคอ ก็ไม่พบการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส ทานยาลดไข้ไปไม่กี่วันไข้ก็หายไป แต่พอผ่านไปอีกสามสี่สัปดาห์ ไข้สูงตัวร้อนจี๋แบบเดิมก็กลับมาอีกครั้ง เป็นแบบนี้ซ้ำๆ จนคนเป็นพ่อแม่เริ่มใจเสียและวิตกกังวลว่าร่างกายของลูกกำลังเผชิญกับอะไรร้ายแรงอยู่หรือเปล่า

ในฐานะหมอ หมอเข้าใจความกังวลนี้ดีเลย เพราะอาการไข้ที่เป็นๆ หายๆ แบบมีรอบวงจรที่ชัดเจน มักสร้างความสับสนและเหนื่อยล้าให้กับครอบครัวไม่น้อย ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ กลุ่มอาการไข้กลับเป็นซ้ำจากโรค อักเสบเรื้อรังและโรคภูมิแพ้ตนเอง ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานสับสนและกระตุ้นการอักเสบขึ้นมาเองโดยไม่มีการติดเชื้อ

ทำไมร่างกายถึงมีไข้สูงขึ้นมาเอง ทั้งที่ไม่ได้ติดเชื้ออะไรเลย?

โดยปกติแล้ว ร่างกายของเราจะมีไข้ก็ต่อเมื่อมีสิ่งแปลกปลอม เช่น ไวรัส หรือแบคทีเรีย เข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันจะส่งสัญญาณเตือนภัยและเร่งอุณหภูมิร่างกายให้สูงขึ้นเพื่อกำจัดเชื้อโรคเหล่านั้น แต่ในกรณีของ กลุ่มอาการไข้กลับเป็นซ้ำจากโรค อักเสบเรื้อรังนั้น กลไกการทำงานของร่างกายกลับต่างออกไป

เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนระบบสัญญาณเตือนอัคคีภัยในบ้านที่ทำงานไวเกินไป หรือเกิดการรวนของระบบ จนส่งเสียงหวอเตือนภัยและพ่นน้ำออกมาทั้งที่ไม่มีไฟไหม้จริง ร่างกายของผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีการหลั่งสารอักเสบออกมาในปริมาณมากเป็นระยะๆ ทำให้เกิดไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว หรือมีอาการอักเสบตามอวัยวะต่างๆ โดยไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคภายนอกเลย โรคในกลุ่มนี้แบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือโรคออโตอินฟลามมาทอรี (Autoinflammatory diseases) ซึ่งเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันส่วนดั้งเดิมทำงานผิดปกติ และโรคออโตอิมมูน (Autoimmune diseases) หรือโรคภูมิแพ้ตนเองที่เกิดจากร่างกายสร้างแอนติบอดีมาทำร้ายเนื้อเยื่อตัวเอง

สัญญาณเตือนแบบไหนที่บ่งบอกว่าไข้ครั้งนี้ไม่ใช่ไข้หวัดธรรมดา?

การแยกแยะระหว่างไข้จากการติดเชื้อทั่วไปกับไข้กลับเป็นซ้ำมีความสำคัญมาก หมออยากให้ลองสังเกตอาการของลูกหรือตัวเองตามหัวข้อเหล่านี้

  • มาตรงเวลาเหมือนนัดไว้: ไข้จะกลับมาเป็นซ้ำทุกๆ 3-4 สัปดาห์ หรือมีรอบที่ค่อนข้างสม่ำเสมอในแต่ละเดือน
  • ระยะเวลาที่เป็นแน่นอน: ไข้จะสูงอยู่ประมาณ 3-5 วัน แล้วจะหายไปสนิทราวกับไม่เคยป่วยมาก่อน
  • ตรวจไม่เจอเชื้อโรค: ไปตรวจกี่ครั้ง ผลตรวจไข้หวัดใหญ่ โควิด หรือการติดเชื้อในลำคอก็มักจะให้ผลเป็นลบ
  • มีอาการร่วมเฉพาะตัว: ในเด็กเล็กมักพบร่วมกับอาการแผลร้อนในในปาก คอแดงอักเสบแต่ไม่มีหนอง และต่อมน้ำเหลืองที่คอโต ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของโรค PFAPA ซึ่งพบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มโรคนี้
  • อาการนอกช่วงมีไข้ปกติสุขดี: ในช่วงที่ไม่มีไข้ เด็กจะร่าเริง ทานอาหารได้ดี และเติบโตตามวัยปกติทุกอย่าง ซึ่งต่างจากผู้ป่วยที่เป็นโรคติดเชื้อเรื้อรังร้ายแรง

หมอมีขั้นตอนอย่างไรในการตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง?

การจะระบุว่าอาการที่เป็นเข้าข่าย กลุ่มอาการไข้กลับเป็นซ้ำจากโรค ชนิดใดนั้น จำเป็นต้องใช้เวลาและการสังเกตอย่างละเอียด สิ่งแรกที่หมอจะแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ทำคือการจดบันทึกประวัติไข้ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยหมอได้มากที่สุด โดยจดบันทึกวันที่เริ่มมีไข้ อุณหภูมิสูงสุด อาการร่วมอื่นๆ และวันที่ไข้ลดลงอย่างละเอียด

นอกจากการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างถี่ถ้วนแล้ว หมออาจต้องส่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการวินิจฉัยและแยกโรคอื่นๆ ออกไป ดังนี้

  • การตรวจเลือดในช่วงที่มีไข้และไม่มีไข้: เพื่อดูค่าสารบ่งชี้การอักเสบ เช่น CRP หรือ ESR ซึ่งในกลุ่มโรคนี้ ค่าการอักเสบจะสูงขึ้นอย่างมากในขณะมีไข้ และกลับมาเป็นปกติหรือเกือบปกติในช่วงที่ไม่มีไข้
  • การส่งตรวจทางพันธุกรรม: เนื่องจากโรคอักเสบเรื้อรังและไข้กลับเป็นซ้ำบางชนิดเกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนที่ส่งต่อกันในครอบครัว การตรวจยีนจะช่วยยืนยันโรคกลุ่มนี้ได้อย่างแม่นยำ
  • การตรวจคัดกรองโรคภูมิแพ้ตนเอง: เช่น การตรวจหาแอนติบอดีชนิดต่างๆ เพื่อดูว่าไข้ที่เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของโรคพุ่มพวง (SLE) หรือโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ในเด็กหรือไม่

เมื่อรู้สาเหตุแล้ว เราจะดูแลและรักษากันอย่างไรให้ปลอดภัย?

เป้าหมายหลักของการรักษาไม่ใช่แค่การลดไข้เฉพาะหน้า แต่คือการควบคุมการอักเสบไม่ให้ทำลายอวัยวะต่างๆ ในระยะยาว และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขที่สุด แนวทางการรักษาจะปรับเปลี่ยนไปตามโรคเฉพาะบุคคลเป็นหลัก

การใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง

เนื่องจากไม่ใช่ไข้จากการติดเชื้อ ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อจึงไม่มีบทบาทในการรักษาโรคนี้ ยาที่หมอใช้มักจะเป็นยาลดการอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ยาสเตียรอยด์ขนาดต่ำในบางช่วงเวลาเพื่อหยุดวงจรไข้ หรือยาเฉพาะทาง เช่น ยาโคลชิซิน (Colchicine) ที่ช่วยป้องกันการกลับเป็นซ้ำของไข้ในบางโรค รวมถึงยาสารชีวภาพ (Biologics) ในรายที่มีอาการรุนแรงและตอบสนองต่อยาอื่นไม่ดี

การดูแลประคับประคองทางกายและใจในครอบครัว

เมื่อมีไข้สูง การเช็ดตัวอย่างถูกวิธีและการดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและอาการชักจากไข้สูง นอกจากนี้ การทำความเข้าใจของคนในครอบครัวและโรงเรียนเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยรู้สึกแปลกแยกจากการที่ต้องหยุดเรียนบ่อยๆ ในช่วงที่มีวงจรไข้

หากคนใกล้ตัวหรือลูกน้อยมีอาการไข้สูงแบบเป็นๆ หายๆ เป็นประจำ อย่าเพิ่งตื่นตระหนกและซื้อยาปฏิชีวนะมาทานเองโดยเด็ดขาด การเข้ามาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านโรคภูมิคุ้มกันและข้อเด็กจะช่วยให้เราค้นพบสาเหตุที่แท้จริง และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม เพื่อให้พวกเขากลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแรงและมีความสุขในทุกๆ วัน

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down