ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกป่วยในยุควิกฤตโรคระบาด พ่อแม่ต้องเตรียมตัวรับมืออย่างไร

เวลาได้ยินข่าวโรคระบาดทีไร หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ย่อมกังวลใจเป็นธรรมดา ยิ่งถ้าบ้านไหนมีเด็กเล็กด้วยแล้ว ความกลัวว่าจะพาลูกไปโรงพยาบาลหรือออกไปข้างนอกอาจทำให้หลายคนตัดสินใจเลือกดูแลลูกที่บ้านเป็นหลัก แต่การดูแลเด็กที่บ้านให้ปลอดภัยไม่ใช่แค่การให้พักผ่อนเฉยๆ หมออยากให้ลองเช็กรายการและเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อให้ลูกผ่านพ้นช่วงวิกฤตไปได้โดยที่ทั้งลูกและเราปลอดภัยครับ

จัดพื้นที่ในบ้านให้เป็นโซนปลอดเชื้อ

การแยกพื้นที่เป็นเรื่องสำคัญที่สุด หากลูกเริ่มมีอาการป่วย หรือแม้แต่ในช่วงวิกฤตที่ต้องเฝ้าระวัง การแบ่งสัดส่วนในบ้านจะช่วยลดความเสี่ยงได้มากครับ

  • หากมีห้องนอนแยก ควรให้ลูกพักผ่อนในห้องที่มีอากาศถ่ายเทดี ไม่เปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลาเพื่อให้เชื้อโรคไม่สะสม
  • งดการรับแขกหรือให้คนนอกเข้ามาในบ้านในช่วงที่ระบาดหนัก
  • เช็ดถูทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วม เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได และรีโมทโทรทัศน์ ด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอ

สังเกตอาการลูกน้อยแบบไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

การดูว่าลูกป่วยหนักแค่ไหน หัวใจสำคัญคือการสังเกตอาการเปลี่ยนแปลงในแต่ละวันครับ

  • ถ้าลูกมีไข้ ต้องหมั่นเช็ดตัวลดไข้และให้ดื่มน้ำบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • สังเกตการหายใจ หากลูกหายใจหอบเหนื่อย ปีกจมูกบาน หรือชายโครงบุ๋มเวลาหายใจ นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าระบบทางเดินหายใจมีปัญหา
  • ความซึมผิดปกติ หากลูกไม่ยอมเล่น ไม่ยอมกินข้าว หรือดูเพลียมากกว่าปกติ อย่าละเลยครับ

จัดชุดยาและอุปกรณ์จำเป็นประจำบ้านให้พร้อม

หมอแนะนำว่าบ้านที่มีเด็กควรมีชุดปฐมพยาบาลพื้นฐานและยาที่จำเป็นติดไว้เสมอ เพื่อลดการเดินทางไปร้านขายยาในยามวิกฤต

  • ยาพาราเซตามอลสำหรับเด็กแบบน้ำ ต้องคำนวณโดสให้ถูกต้องตามน้ำหนักตัวลูก ไม่ควรให้เกินขนาด
  • ปรอทวัดไข้ชนิดดิจิทัลเพื่อให้ทราบอุณหภูมิที่แม่นยำ
  • อุปกรณ์ทำความสะอาดแผลและแอลกอฮอล์ล้างมือ
  • เบอร์โทรศัพท์สายด่วนโรงพยาบาลหรือคุณหมอประจำตัวที่สามารถปรึกษาได้ทันทีเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน

สัญญาณเตือนภัยที่บอกว่าถึงเวลาต้องไปโรงพยาบาล

แม้จะดูแลเองที่บ้านได้ แต่มีบางอาการที่หมอต้องย้ำเสมอว่าห้ามรอช้าและต้องพาลูกไปโรงพยาบาลทันที

  • ไข้สูงลอยที่เช็ดตัวและกินยาแล้วไข้ไม่ลดลงภายใน 24-48 ชั่วโมง
  • ลูกมีอาการซึมลงมาก ปลุกตื่นยาก หรือมีอาการชัก
  • อาเจียนรุนแรง ถ่ายเหลวไม่หยุดจนเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ
  • มีผื่นขึ้นตามตัวร่วมกับอาการไข้สูง หรือริมฝีปากเปลี่ยนสีเป็นสีคล้ำ

การดูแลเด็กในสถานการณ์ที่ไม่ปกติไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ความใจเย็นและการสังเกตที่ละเอียดรอบคอบของพ่อแม่ คือยาที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้เด็กๆ แข็งแรงและปลอดภัยครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down