ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

กลางดึกคืนหนึ่ง หมอเคยเจอคุณแม่ท่านหนึ่งอุ้มลูกน้อยวัยเพียง 8 เดือนเข้ามาที่ห้องฉุกเฉินด้วยท่าทางตื่นตระหนก คุณแม่บอกว่าลูกเป็นหวัด มีน้ำมูก และดูซึมลง แต่สิ่งที่คุณแม่สังเกตเห็นและทำให้ตัดสินใจมาโรงพยาบาลทันทีคือ เวลาที่ลูกหายใจ หน้าอกและใต้ชายโครงของลูกยุบลงไปลึกมากจนเห็นเป็นร่องกระดูก แถมปีกจมูกยังขยับบานเข้าออกตามจังหวะการหายใจตลอดเวลา

นี่คือตัวอย่างจริงของสถานการณ์วิกฤตที่หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนตระหนักถึง เพราะอาการเหล่านี้ไม่ใช่แค่การหายใจติดขัดธรรมดา แต่มันคือสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังทำงานหนักอย่างสุดความสามารถเพื่อเอาชีวิตรอดจากการขาดออกซิเจน

เมื่อลูกน้อยหายใจเร็วกว่าปกติ: สังเกตอย่างไรว่านี่คือสัญญาณเตือนภัย?

โดยปกติแล้ว เด็กและผู้ใหญ่มีอัตราการหายใจพื้นฐานที่ไม่เท่ากัน ยิ่งเด็กอายุน้อยเท่าไร อัตราการหายใจตามธรรมชาติก็จะยิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น การจะบอกว่าคนไข้มีภาวะหายใจเร็วหรือไม่ เราจึงต้องเทียบกับเกณฑ์อายุเป็นหลัก โดยวิธีนับที่ถูกต้องคือนับในขณะที่คนไข้กำลังหลับสนิทหรืออยู่นิ่งๆ ไม่มีไข้ และไม่ร้องไห้ โดยนับการกระเพื่อมขึ้นลงของหน้าอกหรือหน้าท้องครบ 1 นาทีเต็ม

  • เด็กแรกเกิดถึงอายุ 2 เดือน: หายใจเร็วกว่า 60 ครั้งต่อนาที
  • เด็กอายุ 2 เดือนถึง 1 ปี: หายใจเร็วกว่า 50 ครั้งต่อนาที
  • เด็กอายุ 1 ปีถึง 5 ปี: หายใจเร็วกว่า 40 ครั้งต่อนาที
  • เด็กอายุมากกว่า 5 ปีและผู้ใหญ่: หายใจเร็วกว่า 20-24 ครั้งต่อนาที

หากนับแล้วพบว่าอัตราการหายใจสูงกว่าเกณฑ์ข้างต้น นั่นแปลว่าร่างกายเริ่มมีภาวะหายใจเร็วเกิดขึ้นแล้ว และสิ่งที่เราต้องรีบมองหาต่อทันทีคือสัญญาณอันตรายอื่นๆ ที่จะบอกเราว่าสถานการณ์ในปอดเริ่มเข้าสู่ขั้นวิกฤต

3 อาการเตือนภัยสีแดง: อกบุ๋ม ปีกจมูกบาน และเสียงหายใจที่เปลี่ยนไป

เมื่อปอดเริ่มแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนได้ไม่ดีพอ ร่างกายจะพยายามชดเชยด้วยการใช้กล้ามเนื้อส่วนอื่นนอกเหนือจากกะบังลมเข้ามาช่วยดึงอากาศเข้าสู่ปอด กลไกนี้เองที่ทำให้เกิดลักษณะอาการภายนอกที่เราสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าและได้ยินด้วยหู

1. หน้าอกบุ๋มและใต้ชายโครงยุบตัว: สัญญาณล้าของกล้ามเนื้อหายใจ

อาการอกบุ๋มเกิดขึ้นจากการที่ร่างกายต้องใช้แรงดันในทรวงอกมหาศาลเพื่อดึงอากาศผ่านทางเดินหายใจที่กำลังตีบแคบหรืออุดตัน คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตเห็นผิวหนังบริเวณใต้ชายโครง ระหว่างซี่โครง หรือแม้กระทั่งบริเวณแอ่งชีพจรตรงคอหอย ยุบตัวลงไปลึกตามจังหวะการหายใจเข้า ยิ่งเห็นรอยบุ๋มลึกและกว้างเท่าไร ก็ยิ่งแสดงว่าปอดกำลังทำงานหนักและเหนื่อยล้ามากเท่านั้น

2. ปีกจมูกบานขยับตามจังหวะหายใจ: ดิ้นรนเพื่อเปิดทางให้อากาศไหลผ่าน

นี่คือปฏิกิริยารีเฟล็กซ์ที่ร่างกายพยายามขยายรูจมูกให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อลดแรงต้านทานของอากาศในขณะหายใจเข้า หากสังเกตเห็นว่าปีกจมูกของลูกน้อยขยับกางเข้าออกอย่างชัดเจนทุกครั้งที่หายใจ นั่นเป็นสัญญาณชัดเจนว่าเขากำลังออกแรงเหนื่อยอย่างมากในการนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย

3. เสียงหายใจผิดปกติ: สัญญาณบ่งชี้ตำแหน่งที่อุดตันในระบบทางเดินหายใจ

เสียงหายใจที่ผิดปกติสามารถบอกเราได้คร่าวๆ ว่าปัญหาเกิดขึ้นที่ส่วนไหนของระบบทางเดินหายใจ:

  • เสียงหวีดสูง (Wheezing): มักได้ยินตอนหายใจออก เกิดจากการตีบแคบของหลอดลมส่วนล่าง เช่น ในคนไข้ที่เป็นโรคหอบหืด หรือหลอดลมฝอยอักเสบ
  • เสียงครืดคราดหรือเสียงฮึดฮัดตอนหายใจเข้า (Stridor): เป็นเสียงแหลมสูงที่เกิดขึ้นบริเวณลำคอ บ่งบอกถึงการอุดตันของทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ภาวะกล่องเสียงอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายมาก
  • เสียงครางฮึดฮัดในเด็กเล็ก (Grunting): เสียงนี้เกิดขึ้นในจังหวะหายใจออก เป็นกลไกที่ร่างกายเด็กพยายามปิดกล่องเสียงเพื่อกักลมไว้ในปอด ไม่ให้ถุงลมแฟบตัวลง ถือเป็นสัญญาณของการขาดออกซิเจนขั้นรุนแรง

ทำไม อาการร่วมที่บ่งชี้ความรุนแรงของภาวะหายใจเร็ว ถึงต้องการการรักษาเร่งด่วน?

เมื่อไรก็ตามที่คุณพบว่ามี อาการร่วมที่บ่งชี้ความรุนแรงของ ภาวะหายใจเร็วปรากฏขึ้นพร้อมๆ กัน เช่น หายใจเร็วร่วมกับอกบุ๋มลึก หรือหายใจเร็วร่วมกับมีปีกจมูกบานและเสียงหายใจมีเสียงหวีด นั่นหมายความว่าร่างกายได้ผ่านพ้นระยะที่สามารถชดเชยเองได้แล้ว และกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะระบบหายใจล้มเหลว

หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการพ่นยา ขยายหลอดลม หรือให้ออกซิเจนเสริมอย่างทันท่วงที กล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจจะเริ่มหมดแรง อัตราการหายใจที่เคยเร็วจะค่อยๆ ช้าลงอย่างผิดธรรมชาติ ซึ่งไม่ได้แปลว่าอาการดีขึ้น แต่เป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังจะหยุดทำงาน หัวใจอาจเต้นช้าลง ผิวหนังและริมฝีปากจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำจากการขาดออกซิเจน ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

วิธีรับมือและขั้นตอนการดูแลเมื่อคนไข้เริ่มมีอาการหายใจเหนื่อยหอบ

หากคุณสังเกตเห็นอาการผิดปกติเหล่านี้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติและปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด:

  • จัดท่าทางให้อากาศไหลผ่านสะดวก: ให้คนไข้นั่งตัวตรง หรืออุ้มเด็กเล็กในแนวตั้ง ห้ามจับนอนราบเด็ดขาดเพราะจะทำให้หายใจลำบากยิ่งขึ้น
  • ห้ามป้อนน้ำ ป้อนนม หรือป้อนยาทางปากโดยเด็ดขาด: ในขณะที่คนไข้หายใจเร็วและเหนื่อยหอบ มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดการสำลักน้ำหรืออาหารเข้าไปในปอด ซึ่งจะทำให้ปอดอักเสบซ้ำเติมอาการให้แย่ลงไปอีก
  • สังเกตสีผิวและริมฝีปาก: ดูว่ามีอาการเขียวคล้ำหรือซีดลงหรือไม่
  • พาส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที: อย่าพยายามรอดูอาการจนถึงเช้า หรือรอให้ไข้ลดลง เพราะภาวะหายใจล้มเหลวสามารถเกิดขึ้นได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที

การสังเกตและเข้าใจอาการร่วมที่บ่งชี้ความรุนแรงเหล่านี้ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่และผู้ดูแลสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว การพาคนไข้มาพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อเริ่มเห็นสัญญาณเตือนแรก เช่น อกบุ๋ม หรือปีกจมูกบาน จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะวิกฤตและช่วยรักษาชีวิตของคนที่คุณรักได้อย่างทันท่วงที

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down