หลายคนเวลาเป็นผื่นคันตามตัว ง่ามขา หรือใต้ร่มผ้า มักจะไปร้านขายยาแล้วหยิบยาทาแก้คันสารพัดโรคมาทาเอง บางคนทาแล้วยุบเร็วดีใจมาก แต่พอหยุดทากลับเห่อหนักกว่าเดิมจนตั้งตัวไม่ทัน วันนี้ผมอยากชวนมาทำความเข้าใจกับปัญหาโรคผิวหนังที่พบบ่อย และแนวทางการรักษาที่ถูกต้องปลอดภัย โดยเฉพาะเรื่องการใช้ยาทาผสมระหว่างยาฆ่าเชื้อราและยาสเตียรอยด์อ่อนๆ ที่หลายคนยังใช้กันผิดวิธีครับ
ทำไมผื่นคันบางชนิด ถึงต้องใช้ยาทาต้านเชื้อราคู่กับสเตียรอยด์อ่อนๆ?
เวลาที่ผิวหนังติดเชื้อรา ร่างกายมักจะแสดงอาการอักเสบ บวมแดง และคันยิบๆ อย่างรุนแรง ซึ่งในทางการแพทย์ บางครั้งเชื้อราเจ้ากรรมก็ไม่ได้มาเดี่ยวๆ แต่พ่วงอาการอักเสบของผิวหนังที่ตอบสนองต่อเชื้อโรคมาด้วย ทำให้ผู้ป่วยทรมานจากอาการคันมาก
คุณหมอจึงมักพิจารณาใช้ยาทาที่มีส่วนผสมของยาต้านเชื้อรา เพื่อจัดการกับต้นเหตุที่เป็นเชื้อโรคโดยตรง ควบคู่ไปกับสเตียรอยด์ฤทธิ์อ่อนๆ เพื่อช่วยดับความร้อนและลดอาการอักเสบบวมแดง คันคะเยอในช่วงแรกที่เชื้อรากำลังออกฤทธิ์ตาย ทำให้คนไข้ไม่ต้องทนทรมานจากอาการคันจนนอนไม่หลับครับ
รู้จักหน้าตาและฤทธิ์ของสเตียรอยด์อ่อนๆ ที่ใช้ทาผิวหนัง
หลายคนพอได้ยินคำว่าสเตียรอยด์ก็เริ่มกลัวจนไม่กล้าใช้ ความจริงแล้ว ยาสเตียรอยด์ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากใช้ในความแรงที่เหมาะสมและใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
สำหรับสเตียรอยด์ที่นำมาผสมในยาทาแก้เชื้อรานั้น ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มีความแรงน้อย (Mild potency) ออกแบบมาเพื่อให้ทาบริเวณผิวหนังที่มีความบาง หรือใช้ในระยะเวลาสั้นๆ หน้าที่หลักของเขาคือการเบรกการอักเสบของภูมิคุ้มกันที่ผิวหนัง ไม่ให้ผิวแดงจัดหรือคันจนลามปาม แต่ยาสเตียรอยด์กลุ่มนี้ไม่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรานะครับ ดังนั้น การทาสเตียรอยด์เดี่ยวๆ โดยไม่มีตัวยาฆ่าเชื้อราผสมอยู่ จะยิ่งทำให้เชื้อราลุกลามหนักขึ้นไปอีก
วิธีทายาให้ถูกวิธี หายไว และไม่กลับมาเป็นซ้ำ
การทายาผิวหนังให้ได้ผลดี ไม่ใช่แค่บีบยาแล้วป้ายลงไปเฉยๆ แต่มีเทคนิคเล็กน้อยที่ช่วยให้ยาซึมเข้าผิวได้ดีและปลอดภัย
- ทำความสะอาดผิวและเช็ดให้แห้งสนิท: ก่อนทายาทุกครั้งควรล้างบริเวณที่เป็นผื่นให้สะอาด และซับด้วยผ้าให้แห้งสนิท เพราะความอับชื้นจะทำให้เชื้อราชอบและแพร่พันธุ์ได้ดีขึ้น
- ทายาบางๆ ให้ทั่วบริเวณ: บีบยาปริมาณพอเหมาะ ทาบางๆ ให้ทั่วรอยโรค และลามออกไปรอบๆ ขอบผื่นอีกประมาณหนึ่งเซนติเมตร เพื่อดักซุ่มเชื้อราที่อาจจะกำลังขยายอาณาจักร
- ล้างมือให้สะอาดหลังทายา: เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อรากระจายไปสัมผัสส่วนอื่นๆ ของร่างกายหรือไปติดคนในครอบครัว
ข้อควรระวังสำคัญและระยะเวลาในการใช้ยาที่ปลอดภัย
แม้ว่ายาผสมสูตรนี้จะช่วยชีวิตคนไข้หลายคนจากอาการคันทรมาน แต่ก็มีข้อจำกัดที่ต้องระวังอย่างเคร่งครัด
อย่างแรกคือ ห้ามใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานเกินควร โดยทั่วไปแพทย์มักจะให้ใช้ในช่วงสัปดาห์แรกเพื่อควบคุมอาการอักเสบ จากนั้นหากอาการดีขึ้น อาจจะต้องเปลี่ยนไปใช้ยาต้านเชื้อราเดี่ยวๆ จนครบกำหนด เพื่อป้องกันผลข้างเคียงจากสเตียรอยด์ เช่น ผิวหนังบางลง หลอดเลือดฝอยขยาย หรือเกิดรอยด่างบนผิวหนัง
นอกจากนี้ บริเวณผิวหนังที่มีความบางมากๆ เช่น ใบหน้า ซอกคอ หรือผิวอ่อนๆ ไม่ควรหาซื้อยาเหล่านี้มาทาเองเด็ดขาด เว้นแต่จะได้รับคำสั่งจากแพทย์เท่านั้นครับ
อาการแบบไหนที่ควรหยุดทายาแล้วรีบมาพบแพทย์ผิวหนัง
ถ้าเราดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้ว ทายาไปสักระยะแต่รู้สึกว่าผื่นไม่ยอมยุบแถมยังลามเป็นวงกว้าง หรือมีอาการผิวบาง แตก ลอก แสบแดงมากกว่าเดิม รวมถึงมีหนองไหลซึมออกมาจากแผล นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าการรักษานั้นอาจจะไม่ตรงกับโรคที่เป็นอยู่ หรือเชื้อราเริ่มดื้อยาแล้วครับ แนะนำว่าควรหยุดยาแล้วเข้ามาให้คุณหมอตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อจะได้จ่ายยาให้ตรงจุดและหายขาดจากอาการกวนใจนี้เสียทีครับ