ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมเวลาเครียดทีไร โรคเก่าถึงชอบกลับมาทักทาย

หลายคนคงเคยสังเกตตัวเองว่า ในช่วงที่งานยุ่ง ชีวิตมีปัญหา หรือต้องแบกรับความกดดันหนักๆ อาการป่วยที่เป็นอยู่หรือที่เคยหายไปแล้วมักจะกลับมาโผล่หน้าให้เห็นอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นผื่นคันที่ผิวหนัง อาการปวดท้องจากโรคกระเพาะ หรือแม้แต่การกำเริบของโรคภูมิแพ้ หมออยากบอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลกระทบของความเครียดต่อการกำเริบของโรคที่มีกลไกทางวิทยาศาสตร์รองรับชัดเจน

กลไกการทำงานของร่างกายเมื่อเจอความเครียด

เวลาที่เราเครียด สมองจะส่งสัญญาณเตือนไปที่ระบบต่อมไร้ท่อและระบบประสาท เพื่อสั่งให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนแห่งความเครียดออกมา เช่น คอร์ติซอล (Cortisol) และอะดรีนาลีน หากเครียดเพียงชั่วครั้งชั่วคราว ร่างกายจะปรับตัวได้และกลับสู่ภาวะปกติ แต่ถ้าความเครียดสะสมยาวนาน ฮอร์โมนเหล่านี้จะเข้าไปรบกวนระบบต่างๆ ดังนี้

  • ระบบภูมิคุ้มกัน: ความเครียดทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติไป บางคนภูมิคุ้มกันต่ำลงจนติดเชื้อง่าย หรือบางคนภูมิคุ้มกันทำงานหนักเกินไปจนไปทำลายเซลล์ตัวเอง อย่างในกลุ่มโรคแพ้ภูมิตัวเอง
  • ระบบทางเดินอาหาร: ลำไส้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสมองอย่างมาก เมื่อเครียด เลือดจะไปเลี้ยงระบบย่อยอาหารน้อยลง ส่งผลให้การทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้แปรปรวน นำไปสู่โรคกรดไหลย้อนหรือลำไส้แปรปรวนได้
  • ระบบหัวใจและหลอดเลือด: ความดันโลหิตจะพุ่งสูงขึ้นและหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ที่มีโรคประจำตัวด้านหัวใจอยู่เดิม

โรคกลุ่มไหนบ้างที่ไวต่อความเครียด

จากการดูแลคนไข้ หมอพบว่าโรคต่อไปนี้มักจะมีอาการแย่ลงได้ง่ายเมื่อคนไข้มีความเครียดสูง

  • โรคผิวหนัง: เช่น สะเก็ดเงิน ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือลมพิษเรื้อรัง ซึ่งมักจะเห่อขึ้นในช่วงที่พักผ่อนไม่พอและเครียดจัด
  • โรคในระบบทางเดินอาหาร: โรคกระเพาะอาหารอักเสบและอาการลำไส้แปรปรวน (IBS) เป็นโรคที่ตอบสนองต่อสภาวะทางอารมณ์ได้ชัดเจนที่สุดอย่างหนึ่ง
  • โรคภูมิแพ้และหอบหืด: เมื่อภูมิคุ้มกันถูกรบกวน อาการหอบหืดหรือภูมิแพ้อากาศมักจะกำเริบได้บ่อยขึ้น
  • กลุ่มอาการปวดเรื้อรัง: ความเครียดทำให้กล้ามเนื้อตึงตัวมากกว่าปกติ ส่งผลให้โรคปวดหลังหรือไมเกรนกำเริบได้ง่ายกว่าเดิม

วิธีรับมือกับความเครียดเพื่อป้องกันโรคกำเริบ

หมอมักแนะนำให้คนไข้หันมาใส่ใจดูแลใจพอๆ กับการกินยา เพราะถ้าจัดการต้นตอของความเครียดไม่ได้ ต่อให้กินยาดีแค่ไหน อาการก็อาจจะกลับมาเป็นซ้ำได้เรื่อยๆ

  • ฝึกสังเกตสัญญาณเตือน: เรียนรู้ว่าช่วงที่เริ่มเครียด ร่างกายเราแสดงอาการอย่างไร เช่น ปวดขมับ นอนไม่หลับ หรือใจสั่น เพื่อที่จะได้จัดการตัวเองได้ทันท่วงที
  • ปรับเวลาพักผ่อนให้เป็นวินัย: การนอนหลับที่เพียงพอช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลให้กลับมาสมดุล
  • หากิจกรรมที่ช่วยดึงสมาธิ: ไม่ว่าจะเป็นการเดินจงกรม การหายใจลึกๆ หรือการทำกิจกรรมที่ชอบ เพื่อตัดวงจรความคิดที่ทำให้เกิดความเครียด

หากคุณพบว่าโรคประจำตัวเริ่มควบคุมได้ยากขึ้น หรือมีอาการแปลกๆ เกิดขึ้นในช่วงที่ต้องเจอความกดดัน หมอแนะนำว่าอย่าปล่อยไว้นาน การปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางออกที่เหมาะสม ทั้งการปรับยาและการจัดการความเครียดจะช่วยให้คุณกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down