ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนที่แอบแวะมาปรึกษาหมอที่คลินิกด้วยอาการปัสสาวะขัด แสบร้อน หรือมีน้ำแปลกๆ ไหลออกจากปลายช่องปัสสาวะ มักจะเกิดความสงสัยเหมือนๆ กันว่า ตัวเองกำลังเจอกับโรคหนองในแท้หรือหนองในเทียมกันแน่ แม้ชื่อจะฟังดูคล้ายกัน และเกิดขึ้นในบริเวณระบบทางเดินปัสสาวะเหมือนกัน แต่ในทางการแพทย์ โรคทั้งสองนี้มีความแตกต่างกันอย่างมาก ตั้งแต่ชนิดของเชื้อก่อโรค การทำงานในระดับชีววิทยา ไปจนถึงวิธีการรักษา

ทำความรู้จักเชื้อตัวการ: หนองในแท้กับหนองในเทียม เกิดจากเชื้ออะไรบ้าง?

หากมองลงไปในระดับกล้องจุลทรรศน์ ความแตกต่างทางชีววิทยาและเวชศาสตร์ของสองโรคนี้เริ่มตั้งแต่ชนิดของจุลชีพก่อโรคที่ไม่เหมือนกันเลย

หนองในแท้: แบคทีเรียหน้าตาคล้ายเมล็ดกาแฟ

หนองในแท้ (Gonorrhea) เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Neisseria gonorrhoeae ซึ่งมีลักษณะพิเศษคือเป็นแบคทีเรียแกรมลบ รูปร่างคล้ายเมล็ดกาแฟคู่กัน เชื้อชนิดนี้ชอบอาศัยและเจริญเติบโตในเยื่อบุผิวที่มีความชุ่มชื้น เช่น ท่อปัสสาวะ ช่องคลอด ปากมดลูก ทวารหนัก หรือแม้กระทั่งในลำคอ

หนองในเทียม: เชื้อตัวจิ๋วที่ชอบซ่อนตัวในเซลล์

หนองในเทียม (Non-gonococcal Urethritis) ไม่ได้เกิดจากเชื้อหนองในแท้ แต่ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Chlamydia trachomatis เป็นหลัก นอกจากนี้ยังเกิดจากเชื้ออื่นๆ ได้อีก เช่น Mycoplasma genitalium หรือ Ureaplasma urealyticum เชื้อเหล่านี้มีขนาดเล็กมาก และบางสายพันธุ์ต้องเข้าไปอาศัยอยู่นัยเซลล์ของร่างกายมนุษย์เพื่อแบ่งตัว ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตรวจจับได้ยากกว่า

อาการแบบไหนบอกอะไร? เปรียบเทียบความแตกต่างทางคลินิกให้เห็นภาพชัด

เนื่องจากตัวเชื้อมีความแตกต่างทางชีววิทยา กลไกการรบกวนร่างกายจึงส่งผลให้ผู้ป่วยแสดงอาการออกมาไม่เหมือนกันอย่างชัดเจน

ระยะเวลาก่อโรคและระดับความรุนแรง

หนองในแท้มักแสดงอาการเร็วมาก หลังรับเชื้อเพียง 2-5 วัน ร่างกายจะตอบสนองต่อการอักเสบอย่างรุนแรงทันที ในขณะที่หนองในเทียมมีระยะฟักตัวนานกว่า โดยอาจใช้เวลาตั้งแต่ 1-3 สัปดาห์กว่าจะมีอาการ และผู้ป่วยหลายรายอาจแทบไม่มีอาการแสดงเลยนานเป็นเดือน

ลักษณะของน้ำหนองและอาการปวดแสบ

ผู้ป่วยหนองในแท้จะรู้สึกปัสสาวะแสบขัดอย่างรุนแรง เหมือนมีอะไรบาด มีน้ำหนองข้นสีเหลืองหรือเขียวไหลออกจากปลายท่อปัสสาวะในปริมาณมาก ส่วนหนองในเทียมมักมีอาการเบากว่า มักรู้สึกมวนๆ แสบๆ หรือคันยิบๆ ที่ปลายท่อปัสสาวะ น้ำหนองมักจะใสหรือเป็นสีขาวขุ่นคล้ายน้ำแป้ง และไหลออกมาเพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะในตอนเช้าหลังตื่นนอน

วิธีตรวจวินิจฉัยในทางการแพทย์: หมู้รู้ได้อย่างไรว่าเป็นชนิดไหน?

เวลามาพบหมอ การประเมินจากอาการเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะผู้ป่วยบางรายอาจมีการติดเชื้อทั้งสองชนิดพร้อมกันในเวลาเดียว

หมอจะนำสิ่งส่งตรวจ เช่น น้ำหนอง หรือปัสสาวะ ไปป้ายส่องกล้องจุลทรรศน์ด้วยการย้อมสีแกรม หากพบเม็ดเลือดขาวและมีแบคทีเรียรูปเมล็ดกาแฟติดสีแดงซ่อนอยู่ข้างใน แสดงว่าเป็นหนองในแท้ แต่หากพบเพียงเม็ดเลือดขาวจำนวนมากโดยไม่พบเชื้อเมล็ดกาแฟ ก็มีแนวโน้มสูงว่าเป็นหนองในเทียม

นอกจากนี้ ในเวชศาสตร์สมัยใหม่ ยังมีการตรวจด้วยวิธี PCR ซึ่งเป็นการตรวจหาดีเอ็นเอของเชื้อโดยตรง มีความแม่นยำสูงมาก และช่วยให้แยกแยะชนิดของเชื้อได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

ยารักษาไม่เหมือนกัน! ทำไมกินยาแก้ติดเชื้อเองถึงอาจไม่หาย?

นี่คือจุดสำคัญที่หมออยากเน้นย้ำ การกินยาปฏิชีวนะซื้อมารับประทานเองโดยไม่ทราบชนิดเชื้อ มักส่งผลให้โรคไม่หายขาด หรือเกิดปัญหาเชื้อดื้อยาตามมา

การรักษาหนองในแท้ ต้องใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่มที่มีฤทธิ์ทำลายผนังเซลล์ของแบคทีเรียชนิดนี้โดยเฉพาะ ซึ่งในปัจจุบันแนวทางทางการแพทย์แนะนำให้ใช้ยาสีดฉีดเข้ากล้ามเนื้อเป็นหลัก ร่วมกับการรับประทานยา

ส่วนการรักษาหนองในเทียม เนื่องจากเชื้อตัวการมักซ่อนตัวอยู่ภายในเซลล์ ยาที่ใช้จึงต้องเป็นยากลุ่มที่สามารถยับยั้งการสร้างโปรตีนของเชื้อภายในเซลล์ได้ เช่น Doxycycline หรือ Azithromycin ชนิดรับประทาน

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง หากปล่อยไว้ไม่ยอมรักษา

ทั้งหนองในแท้และหนองในเทียม หากทิ้งไว้จนกลายเป็นโรคเรื้อรัง อาจนำไปสู่ปัญหาทางระบบสืบพันธุ์ที่รุนแรงได้ทั้งสิ้น ในผู้ชาย อาจเกิดการอักเสบของอัณฑะ ท่อนำอสุจิติดเชื้อจนอุดตัน และกลายเป็นหมันในที่สุด ส่วนในผู้หญิง เชื้อสามารถลามขึ้นไปที่อุ้งเชิงเชิงมดลูก ทำให้เกิดอุ้งเชิงอักเสบ เสี่ยงต่อการตั้งครรภ์นอกมดลูก และปวดท้องน้อยเรื้อรัง

วิธีดูแลตัวเองและการป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

หมอขอแนะนำว่า ทางออกที่ดีที่สุดคือการป้องกันและรับการตรวจอย่างถูกวิธี หากสงสัยว่าตนเองมีความเสี่ยง ให้ปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้:

  • สวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง: การใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธีทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ สามารถลดโอกาสการติดเชื้อทั้งสองชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • พาคู่นอนมารักษาพร้อมกัน: แม้คู่นอนจะไม่มีอาการ แต่ก็อาจเป็นพาหะแฝงได้ หากรักษาคนเดียว อีกฝ่ายก็สามารถส่งเชื้อกลับคืนมาให้เกิดการติดเชื้อซ้ำได้อีก
  • งดการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างรักษา: ควรงดมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะรักษาครบคอร์สและได้รับการยืนยันว่าหายขาดแล้ว
  • ไม่ซื้อมารับประทานเอง: ยาที่ใช้รักษาหนองในแท้และหนองในเทียมเป็นยาคนละกลุ่ม การใช้ยาไม่ตรงเชื้อจะทำให้เชื้อดื้อยาและรักษายากขึ้นมาก

หากมีอาการสงสัย หรือมีความเสี่ยงจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ไม่ต้องกังวลหรือเขินอายที่จะมาพบหมอ การตรวจพบเร็วและได้รับการรักษาที่ตรงจุด สามารถรักษาให้หายขาดได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down