เวลาที่คนไข้เดินเข้ามาปรึกษาเรื่องความเครียดในการทำงานหรือปัญหาชีวิตส่วนตัว สิ่งหนึ่งที่หมอมักจะสังเกตเห็นเสมอก็คือ พวกเขาไม่ได้แค่รู้สึกเหนื่อยล้าทางร่างกายเท่านั้น แต่ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ การรับมือกับความคับข้องใจ และการเข้าใจความรู้สึกของคนรอบข้างก็พลอยลดลงไป ภาวะเช่นนี้ทำให้หลายคนเผลอพูดจาทำร้ายจิตใจคนใกล้ชิด หรือระเบิดอารมณ์ใส่เพื่อนร่วมงานโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งในทางการแพทย์และจิตวิทยา สิ่งนี้สะท้อนชัดเจนว่าความเครียดกำลังสร้าง ผลกระทบต่อความฉลาดทางอารมณ์ หรือ EQ ของเราเข้าให้อย่างจัง
ความฉลาดทางอารมณ์หรือ EQ คืออะไร และทำไมถึงเปราะบางต่อความเครียด?
หลายคนอาจคุ้นเคยกับไอคิวหรือความฉลาดทางปัญญา แต่ความจริงแล้วความฉลาดทางอารมณ์หรือ EQ นั้นมีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตไม่แพ้กันเลย EQ คือความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ ควบคุมอารมณ์ของตนเอง และมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ทว่าความสามารถเหล่านี้ไม่ได้ทำงานด้วยเวทมนตร์ หากแต่ขับเคลื่อนด้วยสมองส่วนหน้าที่มีชื่อว่า Prefrontal Cortex ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการคิดวิเคราะห์ การยับยั้งชั่งใจ และการตัดสินใจเชิงเหตุผล
ปัญหาคือ เมื่อเราเผชิญกับความกดดัน ความวิตกกังวล หรือความเหนื่อยล้าสะสม สมองส่วนนี้จะทำงานได้ด้อยลง เพราะสมองจะถูกครอบงำด้วยสมองส่วนอะมิกดาลา (Amygdala) ซึ่งเป็นศูนย์ ผลกระทบต่อความฉลาดทางอารมณ์ ที่ตอบสนองต่อความกลัวและการเอาตัวรอด ผลลัพธ์ก็คือเราจะกล is คล้ายคนอารมณ์ร้อน คิดเร็วทำเร็วโดยไม่ทันยับยั้งชั่งใจ ขาดความยืดหยุ่นในการแก้ปัญหา และรับมือกับคำวิจารณ์ได้ยากขึ้นมาก
สัญญาณเตือนเมื่อสมองส่วนอารมณ์เริ่มรวน
ในชีวิตประจำวัน เราอาจไม่รู้ตัวว่าความกดดันกำลังบั่นทอนความสามารถในการจัดการอารมณ์ของตัวเองอยู่ หมออยากชวนให้ลองสังเกตอาการเหล่านี้ดูว่าเกิดขึ้นกับตัวเองบ้างหรือไม่
- หงุดหงิดง่ายกับเรื่องเล็กน้อย: เสียงกริยาหรือความผิดพลาดเพียงนิดเดียวของคนรอบข้างก็ทำให้ฟิวส์ขาดได้ทันที
- ขาดความเห็นอกเห็นใจ: เริ่มสนใจแต่ความรู้สึกเหนื่อยของตัวเอง จนมองไม่เห็นความยากลำบากของคนอื่น
- สื่อสารผิดพลาดบ่อยขึ้น: ใช้คำพูดที่รุนแรงหรือประชดประชันโดยไม่ทันได้ยั้งคิดถึงความรู้สึกผู้ฟัง
- รับมือกับแรงกดดันไม่ไหว: รู้สึกหมดแรงและอยากถอยหนีทุกครั้งที่มีปัญหาเข้ามากระทบ
วิธีฟื้นฟูสมองและดึง EQ กลับคืนมา
ข่าวดีก็คือความฉลาดทางอารมณ์ไม่ใช่สิ่งตายตัว เราสามารถฝึกฝนและฟื้นฟูมันได้เหมือนกับการออกกำลังกายกล้ามเนื้อ เมื่อไหร่ก็ตามที่เริ่มรู้สึกว่าอารมณ์ตัวเองกำลังหลุดจากการควบคุม ลองใช้วิธีเหล่านี้ดู
หยุดพักและหายใจลึกๆ เพื่อตัดวงจรความเครียด
เมื่อรู้สึกโกรธหรือเครียด สมองส่วนอารมณ์กำลังทำงานหนัก การบังคับให้ตัวเองหายใจเข้าออกลึกๆ ช้าๆ จะช่วยส่งสัญญาณไปยังระบบประสาทอัตโนมัติให้คลายตัวลง และเปิดโอกาสให้สมองส่วนหน้ากลับมาทำงานได้ดีขึ้น
เขียนระบายความรู้สึกเพื่อจัดระเบียบความคิด
การเก็บความอัดอั้นไว้ในใจมีแต่จะทำให้สมองล้า การได้หยิบกระดาษขึ้นมาเขียนระบายสิ่งพิมพ์ที่กังวลออกไป จะช่วยให้เรามองเห็นปัญหาด้วยมุมมองที่เป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น ลดการใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ
พักผ่อนให้เพียงพอและดูแลร่างกายพื้นฐาน
อย่ามองข้ามเรื่องการนอนหลับเด็ดขาด เพราะการนอนไม่พอคือตัวการสำคัญที่ทำให้ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ดิ่งลงเหว การนอนหลับลึกช่วยให้สมองได้เคลียร์สารเคมีส่วนเกินและพร้อมรับมือกับอารมณ์ในวันใหม่
ความฉลาดทางอารมณ์ไม่ใช่พรสวรรค์ที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่เป็นทักษะที่ต้องอาศัยการดูแลตัวเองทั้งกายและใจ หากช่วงนี้รู้สึกว่ารับมือกับอารมณ์ตัวเองยากเป็นพิเศษ อยากให้เข้าใจว่ามันเป็นกลไกธรรมชาติของสมองที่กำลังส่งสัญญาณเตือนว่าเราเหนื่อยเกินไปแล้ว การหันมาให้เวลากับการพักผ่อนและเข้าใจความรู้สึกตัวเองให้มากขึ้น คือก้าวแรกที่ดีที่สุดในการดูแลหัวใจให้อยู่กับร่องกับรอย