เวลาลูกน้อยไม่สบาย คนเป็นพ่อเป็นแม่ย่อมใจคอไม่ดี นั่งเฝ้าไข้ทั้งคืนด้วยความกังวลว่าอาการของลูกจะรุนแรงแค่ไหน จะแค่เป็นไข้หวัดธรรมดาหรือมีอะไรร้ายแรงซ่อนอยู่หรือเปล่า เพราะเด็กเล็กยังบอกความรู้สึกของตัวเองไม่ได้เต็มที่ การสังเกตอาการจึงเป็นหน้าที่สำคัญที่สุดของผู้เลี้ยงดู
ในฐานะหมอเด็ก ผมมักจะเจอคำถามนี้บ่อยมากที่ห้องตรวจว่า อาการแบบไหนที่ดูแลต่อที่บ้านได้ และอาการแบบไหนที่ต้องรีบอุ้มลูกมาโรงพยาบาลทันที วันนี้ผมเลยอยากรวบรวมจุดสังเกตสำคัญเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สบายใจและมีความมั่นใจมากขึ้นในการตัดสินใจครับ
ไข้สูงแบบนี้อันตรายไหม และลูกวัยไหนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
เรื่องไข้เป็นเรื่องแรกๆ ที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ตกใจ แต่จริงๆ แล้ว ไข้เป็นกลไกตามธรรมชาติของร่างกายที่กำลังต่อ2สู้กับเชื้อโรคครับ สิ่งสำคัญไม่ใช่ตัวเลขบนปรอทวัดไข้เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่อายุของลูกและอาการร่วมด้วย
- เด็กอายุต่ำกว่า 3 เดือนที่ตัวร้อน: หากมีไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป นี่คือสัญญาณเตือนเร่งด่วนที่ต้องไปพบแพทย์ทันที แม้จะไม่มีอาการอื่นร่วมด้วยก็ตาม เพราะภูมิคุ้มกันของเด็กวัยนี้ยังน้อยมาก เชื้อโรคอาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดหรือเยื่อหุ้มสมองได้อย่างรวดเร็ว
- เด็กโตที่มีไข้สูงเกินสามวัน: หากไข้ไม่ยอมลด หรือกินยาลดไข้แล้วไข้กลับขึ้นสูงอีกต่อเนื่องเกิน 72 ชั่วโมง ควรพามาตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง เช่น ไข้เลือดออก หรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
ลูกซึมลง ไม่ยอมสบตา เรียกไม่ค่อยตอบ อาการแบบนี้ต้องรีบพาไปโรงพยาบาล
อาการซึมถือเป็นสัญญาณอันดับต้นๆ ที่หมอกลัวที่สุดครับ เด็กที่ป่วยไข้ขึ้นสูงอาจจะดูงอแงหรือเพลียได้บ้าง แต่ถ้าน้องมีลักษณะซึมอย่างเห็นได้ชัด เรียกชื่อแล้วไม่ค่อยสนใจ ไม่สบตา หรือปลุกตื่นยาก ไม่ยอมเล่นเหมือนปกติ แบบนี้ไม่ใช่ไข้เพลียธรรมดาแล้วครับ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในกระแสเลือดหรือภาวะความดันในสมองสูง รีบพามาพบแพทย์ด่วนที่สุด
หายใจเหนื่อยหอบ หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม สัญญาณเตือนระบบทางเดินหายใจล้มเหลว
โรคทางเดินหายใจในเด็ก เช่น RSV หรือปอดบวม มักมาพร้อมกับอาการหายใจผิดปกติที่คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตให้ดี เวลาลูกหายใจ ลองเปิดเสื้อดูหน้าอกและท้องของน้องครับ
- หายใจเร็วกว่าปกติ: สังเกตจากท้องกระเพื่อมแรงและเร็ว
- หายใจมีเสียงครืดคราดหรือเสียงหวีด: โดยเฉพาะเวลาหายใจออก
- มีอาการหายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม: ตรงบริเวณใต้ชายโครงหรือระหว่างซี่โครงบุ๋มลงไปทุกครั้งที่หายใจเข้า
- จมูกบานเวลาหายใจ: และอาจมีอาการริมฝีปากหรือปลายนิ้วเริ่มเขียวคล้ำ ซึ่งแสดงว่าร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ต้องไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงกำหนดนัด
อาเจียนพุ่ง กินอะไรไม่ได้เลย ระวังภาวะขาดน้ำรุนแรง
เด็กท้องเสียหรืออาหารเป็นพิษอาจมีอาเจียนและถ่ายเหลวได้ แต่ถ้ามีลักษณะอาเจียนพุ่งออกมาทุกครั้งที่ดื่มน้ำหรือกินนม แม้แต่จิบน้ำเปล่าก็อาเจียนออกหมด ประกอบกับน้องเริ่มซึม ปัสสาวะน้อยลงกว่าปกติ หรือเวลา ร้องไห้ไม่มีน้ำตาไหลออกมา นั่นหมายความว่าร่างกายกำลังขาดน้ำอย่างรุนแรง ซึ่งอันตรายมากในเด็กเล็กครับ
ชักครั้งแรกในชีวิต หรือมีผื่นขึ้นตามตัวลามเร็ว
อาการชักจากไข้สูงอาจพบได้ในเด็กบางคนที่มีกรรมพันธุ์ แต่วิธีรับมือคือต้องระวังไม่ให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างชัก และต้องพาน้องไปตรวจหาสาเหตุที่โรงพยาบาลทันทีหลังหายชัก นอกจากนี้ หากสังเกตเห็นผื่นแดงหรือจุดเลือดออกตามตัวที่กดแล้วไม่จางหาย ร่วมกับมีไข้สูง ต้องนึกถึงโรคไข้กาหลังแอ่นหรือไข้เลือดออกชนิดรุนแรง ซึ่งต้องได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างเร่งด่วน
การดูแลลูกน้อยยามเจ็บป่วยเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนครับ หากคุณพ่อคุณแม่รู้สึกว่าลูกมีอาการผิดแปลกไปจากเดิมมาก หรือสัญชาตญาณความเป็นแม่บอกว่าลูกไม่ไหวแล้ว อย่าลังเลที่จะพามาพบแพทย์นะครับ ให้หมอช่วยตรวจดูความปลอดภัยของน้องจะดีที่สุดครับ