เวลาลูกน้อยไม่สบาย คนเป็นพ่อเป็นแม่คงใจคอไม่ค่อยดี นั่งเฝ้าไข้ทั้งคืนด้วยความกังวลว่าอาการแบบไหนที่รอก่อนได้ หรือแบบไหนที่ต้องรีบพาซิ่งไปโรงพยาบาลกลางดึก ความจริงแล้ว เด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ย่อส่วน ร่างกายและภูมิคุ้มกันของเขาเปลี่ยนแปลงได้เร็วมาก อาการที่ดูเหมือนจะเล็กน้อยในตอนเย็น อาจลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ในตอนเช้าได้เลย
ในฐานะหมอที่เจอคุณพ่อคุณแม่พามาลูกมาหาที่ห้องตรวจบ่อยๆ ผมเข้าใจความรู้สึกตื่นตระหนกนั้นดีครับ วันนี้เลยอยากชวนมาทำความเข้าใจกับสัญญาณเตือนภัยเงียบในเด็ก ที่ถ้าเห็นเมื่อไหร่ อย่ารอช้า รีบพามาหาหมอทันทีดีที่สุดครับ
ลูกไข้สูงปรี๊ดและซึมลง อาการที่น่าวิตกที่สุด
อาการไข้เป็นกลไกธรรมชาติที่ร่างกายกำลังต่อสู้กับเชื้อโรค แต่สิ่งที่หมอบอกเลยว่าต้องระวังเป็นพิเศษคือ ตัวเลขอุณหภูมิที่สูงมากร่วมกับอาการซึม
ไข้สูงในเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 3 เดือน
ถ้าลูกยังเป็นทารกแบเบาะ อายุน้อยกว่า 3 เดือน แล้วมีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส แม้จะดูร่าเริงดี ไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย ก็ต้องรีบพามาหาหมอทันทีครับ เพราะภูมิคุ้มกันของเด็กวัยนี้ยังน้อยมาก เชื้อโรคอาจกระจายตัวในกระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว
ไข้สูงร่วมกับซึม ไม่ยอมสบตา
เด็กที่เป็นไข้แล้วนอนซึมปลุกตื่นยาก ไม่ยอมเล่น ไม่สบตา หรือร้องกวนแบบผิดปกติชนิดที่ปลอบเท่าไหร่ก็ไม่หยุด อาการแบบนี้มักไม่ใช่ไข้หวัดธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือดหรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์อย่างเร่งด่วน
หายใจหอบเหนื่อยจนซี่โครงยุบ สัญญาณอันตรายจากปอด
เวลาลูกไม่สบายแล้วมีอาการไอหรือหายใจเร็ว คุณพ่อคุณแม่ควรลองเปิดเสื้อลูกออกดูจังหวะการหายใจที่หน้าอกและท้องครับ
- หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม: เวลาหายใจแล้วตรงท้องแฟบ หรือร่องใต้ซี่โครงกับคอ บุ๋มลงไปทุกครั้งที่หายใจเข้า แสดงว่าเด็กต้องใช้กล้ามเนื้อช่วยหายใจอย่างหนัก
- หายใจมีเสียงครืดคราดหรือเสียงวี้ด: ร่วมกับริมฝีปากหรือปลายนิ้วเริ่มเขียวคล้ำ อาการเหล่านี้แปลว่าออกซิเจนในเลือดเริ่มต่ำ ปอดหรือทางเดินหายใจกำลังมีปัญหาหนัก ห้ามรอจนถึงเช้าเด็ดขาด
อาเจียนพุ่งและท้องเสียหนัก เสี่ยงภาวะขาดน้ำเฉียบพลัน
เด็กเล็กสูญเสียน้ำในร่างกายได้เร็วกว่าผู้ใหญ่มาก หากลูกมีอาการท้องเสียหรืออาเจียนติดต่อกันหลายครั้งจนกินอะไรไม่ลงเลย สิ่งที่หมอกลัวที่สุดคือภาวะขาดน้ำ
สังเกตอาการขาดน้ำที่อันตราย
ลองดูว่าลูกมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยหรือไม่ เช่น ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้งสนิท กระหม่อมหน้าบุ๋มลงไป (ในเด็กเล็ก) และที่สำคัญที่สุดคือ ไม่ยอมฉี่เลยติดต่อกันเกิน 6 ชั่วโมง หรือผ้าอ้อมแห้งสนิทไม่เปียกเลย อาการเหล่านี้บอกว่าร่างกายกำลังขาดน้ำอย่างรุนแรง จำเป็นต้องได้รับน้ำเกลือทางหลอดเลือดดำที่โรงพยาบาล
ชักจากไข้สูงและการหมดสติที่ต้องระวัง
อาการชักเป็นหนึ่งในภาพที่ทำให้คนเป็นพ่อเป็นแม่ตกใจมากที่สุด หากลูกมีไข้สูงแล้วเกิดอาการเกร็ง กระตุก ตาเหลือก หรือหมดสติไป ถึงแม้ว่าอาการชักจากไข้สูงส่วนใหญ่จะหยุดได้เองและไม่อันตรายถึงชีวิตในเด็กบางคน แต่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นต้องพามาตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัดเสมอ เพื่อแยกโรคทางสมองที่รุนแรงออกไป
นอกจากนี้ หากเด็กมีอาการชักนานเกิน 5 นาที หรือชักซ้ำหลายครั้งในวันเดียว ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
ผื่นจุดเลือดออกตามตัว ที่กดแล้วไม่จางหาย
อาการไข้ร่วมกับมีผื่นขึ้นเป็นเรื่องปกติของโรคเด็กหลายชนิด เช่น โรคมือ เท้า ปาก หรืออีสุกอีใส แต่มีผื่นอยู่ประเภทหนึ่งที่หมอต้องเตือนภัยเป็นพิเศษ คือผื่นที่เป็นจุดแดงหรือม่วงคล้ำขนาดเล็กกระจายตามตัว
วิธีทดสอบง่ายๆ คือให้ใช้นิ้วกดลงไปบนผื่นนั้นแล้วปล่อย ถ้าสีของผื่นจางหายไปตามแรงกดอาจจะยังพอเบาใจได้ แต่ถ้ากดแล้วสีผื่นยังคงแดงหรือม่วงเข้มเหมือนเดิม ไม่ยอมจางลงเลย นั่นคือสัญญาณเตือนของโรคไข้กาฬหลังแอ่น หรือภาวะเกล็ดเลือดต่ำรุนแรง ซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้
การเลี้ยงลูกไม่ใช่เรื่องง่าย อาการป่วยบางอย่างอาจดูสลับซับซ้อน แต่สัญชาตญาณของคนเป็นแม่มักจะแม่นยำเสมอ ถ้าเรารู้สึกว่าลูกแปลกไป อาการไม่ดีขึ้น หรือมีความกังวลใจในตัวอาการของลูก การพามาพบแพทย์เพื่อให้คุณหมอตรวจเช็กย่อมปลอดภัยที่สุดครับ ดีกว่ารอให้เกิดเหตุการณ์ที่สายเกินแก้