ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาลูกน้อยไม่สบาย หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ย่อมร้อนใจเป็นธรรมดา ยิ่งดึกดื่นด้วยแล้ว ยิ่งลังเลว่าอาการแบบนี้แค่รอดูอาการที่บ้าน หรือควรลุกขึ้นมาแต่งตัวพุ่งตรงไปห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลดี ความกลัวว่าจะพามาเก้อกับความกลัวว่าจะมา1ช้าเกินไป มักจะตีกันอยู่ในหัวเสมอ ในฐานะหมอเด็กและคนที่เจอคุณพ่อคุณแม่พามาปรึกษาบ่อยๆ ผมเข้าใจความรู้สึกนี้ดีครับ วันนี้เรามาคุยกันชัดๆ เลยดีกว่าว่า สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าลูกกำลังอยู่ในภาวะอันตราย และถึงเวลาต้องใช้เกณฑ์การพาลูกพบแพทย์ฉุกเฉินแบบไม่ต้องรอช้า

ลูกหายใจผิดปกติ หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม สัญญาณอันตรายที่ห้ามรอ

เรื่องการหายใจคือสิ่งแรกที่หมอมักจะบอกให้พ่อแม่สังเกตเสมอ เด็กเล็กโดยเฉพาะทารก ถ้าไม่สบายแล้วมีอาการหายใจเร็วกว่าปกติ หายใจแรงจนปีกจมูกบาน ท้องบุ๋ม หรือเวลาหายใจแล้วมีเสียงครืดคราดในคอร่วมกับหน้าอกยุบลงไปตามจังหวะหายใจ แบบนี้ไม่ใช่เรื่องปกติแล้วครับ ยิ่งถ้าเด็กมีอาการริมฝีปากเขียว เล็บเขียว หรือผิว เกณฑ์การพาลูกพบแพทย์ฉุกเฉินข้อนี้ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีเพราะร่างกายกำลังขาดออกซิเจน

ซึมมากปลุกไม่ค่อยตื่น หรือร้องไห้งอแงผิดปกติแบบไม่มีสาเหตุ

ลูกป่วยแล้วนอนเยอะอาจจะดูเหมือนเรื่องดีเพราะร่างกายกำลังซ่อมแซมตัวเอง แต่ถ้าลูกซึมมาก เรียกไม่ค่อยตอบสนอง ตาเหม่อลอย ไม่ยอมสบตา หรือในทางตรงกันข้าม ร้องไห้งอแงไม่ยอมหยุด อุ้มปลอบอย่างไรก็ไม่เงียบ เสียงร้องแหลมสูงผิดปกติเหมือนคนเจ็บปวดทรมาน สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณเตือนจากระบบประสาทและสมอง อาการไข้สูงแล้วตามด้วยอาการซึม มักเป็นจุดสังเกตสำคัญที่ทำให้เราต้องนึกถึงเกณฑ์การพาลูกพบแพทย์ฉุกเฉินเพื่อตรวจหาภาวะติดเชื้อรุนแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ

อาเจียนพุ่ง ไข้สูงปรี๊ด หรือมีผื่นแดงกดไม่จาง

ไข้สูงในเด็กเล็กเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าลูกอายุยังน้อยกว่า 3 เดือนแล้วมีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส หรือเด็กโตที่มีไข้สูงร่วมกับอาการอาเจียนพุ่งแบบไม่ยอมหยุด กินอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้ำเปล่า เพราะกลัวภาวะขาดน้ำ อีกหนึ่งอาการที่น่ากลัวมากคือการมีผื่นจุดแดงหรือจ้ำเลือดขึ้นตามตัว ลองใช้นิ้วกดลงไปบนผื่นแล้วสีไม่จางหายไปตามแรงกด อาการแบบนี้อันตรายมาก อาจเป็นสัญญาณของโรคติดเชื้อในกระแสเลือดที่ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างเร่งด่วนที่สุด

อุบัติเหตุรุนแรงและการชักครั้งแรกที่พ่อแม่ต้องตั้งสติ

นอกจากเรื่องโรคภัยไข้เจ็บแล้ว อุบัติเหตุรอบตัวก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้ต้องใช้เกณฑ์การพาลูกพบแพทย์ฉุกเฉิน เช่น ลูกตกเตียงแล้วมีอาการหมดสติ อาเจียนพุ่ง ซึมลง หรือมีแผลฉีกขาดลึกเสียเลือดมาก รวมถึงอาการชักเกร็งที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในชีวิต แม้ว่าอาการชักจะหยุดลงเองแล้วก็ตาม พ่อแม่ก็ยังต้องพาลูกไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงทันที อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจเด็ดขาด

วิธีเตรียมตัวให้พร้อมก่อนพาลูกส่งห้องฉุกเฉิน

เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะพาลูกไปโรงพยาบาล สิ่งสำคัญคือการตั้งสติและเตรียมข้อมูลให้พร้อม คุณหมอหน้างานจะต้องการทราบประวัติย่อ เช่น ลูกเริ่มมีอาการตั้งแต่กี่โมง มีโรคประจำตัวอะไรไหม แพ้ยาอะไรหรือเปล่า และตอนนี้กินยาอะไรไปบ้าง การเตรียมสมุดบันทึกอาการหรือถ่ายคลิปวิดีโอตอนที่ลูกมีอาการ (เช่น ตอนหายใจแรง หรือตอนไอผิดปกติ) จะช่วยให้หมอวินิจฉัยโรคได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้นมากครับ ความปลอดภัยของลูกคือสิ่งสำคัญที่สุด หากไม่แน่ใจว่าอาการของลูกถึงขั้นฉุกเฉินหรือยัง โทรปรึกษาโรงพยาบาลใกล้บ้านก่อนออกเดินทางได้เสมอครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down