ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเพิ่งออกจากโรงพยาบาล หัวอกคนเป็นพ่อแม่โล่งใจแต่ยังแอบกังวล

เวลาที่ลูกน้อยต้องนอนโรงพยาบาลด้วยอาการหายใจหอบเหนื่อย ไม่ว่าจะเป็นจากโรคหลอดลมฝอยอักเสบ โรคหอบหืด หรือไข้หวัดใหญ่ เชื่อว่าหัวใจคนเป็นพ่อแม่แทบสลาย พอคุณหมออนุญาตให้กลับบ้านได้ หลายคนคงดีใจจนเนื้อเต้น แต่อีกใจหนึ่งก็อดกังวลไม่ได้ว่า ลูกจะกลับมาเป็นซ้ำอีกไหม คืนนี้ลูกจะนอนหลับได้ดีหรือเปล่า และเราในฐานะพ่อแม่ต้องดูแลเขาอย่างไรต่อดี

ในฐานะหมอเด็กที่เจอคุณพ่อคุณแม่หอบลูกมาปรึกษาหลังออกจากโรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ ผมเข้าใจความรู้สึกนี้ดีครับ ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านจากการดูแลของพยาบาลในโรงพยาบาลมาเป็นการดูแลกันเองที่บ้าน เป็นช่วงสำคัญมากๆ ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เจ้าตัวเล็กต้องกลับไปนอนโรงพยาบาลซ้ำ วันนี้เรามาคุยกันแบบสบายๆ สไตล์หมอเล่าให้ฟังครับว่า การดูแลเด็กหลังหายจากภาวะหายใจ ที่บ้านนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง

ช่วงสัปดาห์แรกหลังกลับบ้าน: จัดบ้านอย่างไรให้ลูกหายใจโล่งสบาย

เมื่อลูกกลับมาถึงบ้าน สิ่งแรกที่เราต้องมองคือ สภาพแวดล้อมรอบตัวเขาครับ เพราะปอดของเด็กที่เพิ่งหายจากอาการหอบเหนื่อยยังมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นค่อนข้างมาก หลอดลมยังบวมและไวต่อสิ่งแปลกปลอมได้ง่าย

เคล็ดลับจัดห้องนอนให้ปลอดภัยจากสิ่งกระตุ้น

  • งดเด็ดขาดเรื่องควันบุหรี่และควันธูป: อันนี้สำคัญเป็นอันดับหนึ่ง ควันบุหรี่มือสองหรือแม้แต่ควันจากบุหรี่ไฟฟ้าและควันธูป คือตัวการสำคัญที่ทำให้หลอดลมของเด็กหดเกร็งและกลับมาหอบซ้ำได้ทันที
  • ลดฝุ่นและไรฝุ่น: ตุ๊กตาผ้า ขนสัตว์ พรม หรือผ้าม่านหนาๆ ในห้องนอนลูก ถ้าเลี่ยงได้ควรเก็บออกก่อนในช่วงนี้ หมั่นซักผ้าปูที่นอนด้วยน้ำร้อนเพื่อกำจัดไรฝุ่น
  • ระวังสารเคมีกลิ่นฉุน: น้ำหอมปรับอากาศ สเปรย์ฆ่าเชื้อ น้ำยาทำความสะอาดที่มีกลิ่นฉุน หรือแม้กระทั่งการทาแป้งฝุ่นใกล้ตัวเด็ก ก็สามารถกระตุ้นให้ลูกไอและหอบได้เช่นกันครับ
  • ความชื้นและอุณหภูมิ: แอร์ในห้องไม่ควรเย็นจัดจนเกินไป และไม่ควรให้ลมแอร์เป่าโดนตัวเด็กโดยตรง อุณหภูมิที่เหมาะสมช่วยให้ทางเดินหายใจไม่แห้งและระคายเคือง

สัญญาณเตือนภัยเงียบ: สังเกตอย่างไรว่าลูกเริ่มเหนื่อยอีกแล้ว

การเฝ้าระวังที่บ้านเป็นหน้าที่หลักของพ่อแม่เลยครับ เพราะเด็กยังบอกเราไม่ได้ทั้งหมดว่าเขารู้สึกอึดอัดแค่ไหน เราต้องคอยสังเกตสัญญาณเตือนเหล่านี้ให้ดี

วิธีเช็กอาการหายใจหอบเหนื่อยง่ายๆ ด้วยตัวเอง

  • นับอัตราการหายใจตอนลูกหลับสนิท: ให้เปิดเสื้อลูกแล้วดูการกระเพื่อมของหน้าอก นับเป็นครั้งต่อนาที (เด็กเล็กปกติจะหายใจประมาณ 20-40 ครั้งต่อนาที ขึ้นอยู่กับอายุ) หากเกินเกณฑ์ที่หมอเคยแจ้งไว้ หรือจู่ๆ ก็หายใจเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือสัญญาณเตือน
  • สังเกตซี่โครงและท้อง: เวลาหายใจ หน้าอกบุ๋มตรงใต้ชายโครง หรือคอ บุ๋มลงไปไหม หรือเวลาหายใจท้องกระเพื่อมแรงมากกว่าปกติ
  • ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเริ่มคล้ำ: อาการนี้บอกถึงภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วน
  • อาการร่วมอื่นๆ: ลูกเริ่มมีไข้ ไอถี่ขึ้นจนนอนไม่ได้ หรือซึมลง ไม่ยอมดื่มนมเหมือนเดิม

การกิน การนอน และการฟื้นตัวของร่างกาย

หลังป่วยหนัก ร่างกายเด็กจะใช้พลังงานไปเยอะมาก สังเกตว่าลูกอาจจะผอมลงนิดหน่อย หรือดูเพลียๆ เป็นเรื่องธรรมดาครับ

เรื่องการกิน ให้เน้นอาหารอ่อน ย่อยง่าย และแบ่งมื้อให้เล็กลงแต่กินบ่อยขึ้น เพื่อไม่ให้กระเพาะอาหารไปดันกระบังลมจนหายใจลำบาก สำหรับเด็กที่กินนม ให้สังเกตว่าเวลาดูดนมแล้วเหนื่อยจนต้องหยุดพักบ่อยๆ ไหม ถ้าเหนื่อยมากอาจต้องลดปริมาณต่อมื้อลงแล้วเพิ่มความถี่แทน

ส่วนเรื่องการนอน ลูกอาจจะยังหลับๆ ตื่นๆ หรือไอตอนดึกๆ การหนุนหมอนให้สูงขึ้นเล็กน้อย (สำหรับเด็กโตพอที่จะใช้หมอนได้) จะช่วยให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้นและลดอาการไอจากการมีเสมหะคั่งค้างได้ครับ

ยาพ่นและยาขยายหลอดลม: ใช้ต่ออย่างไรให้ถูกต้อง

เด็กหลายคนที่ออกจากโรงพยาบาลมักจะได้ยาพ่นหรือยาขยายหลอดลมกลับมาด้วย ตรงนี้หมอขอเน้นย้ำเลยนะครับว่า ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด แม้ว่าลูกจะดูหายดีเป็นปกติแล้วก็ตาม

ยาพ่นบางตัว เช่น ยาสเตียรอยด์ชนิดสูดพ่นเพื่อลดการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม จำเป็นต้องใช้ต่อเนื่องตามแพทย์สั่งเพื่อป้องกันไม่ให้หลอดลมกลับมาตีบตันอีก หากไม่แน่ใจเรื่องเทคนิคการใช้กระบอกพ่นยา (Spacer) ให้ปรึกษาเภสัชกรหรือพยาบาลอีกรอบได้เสมอ การพ่นยาผิดวิธีทำให้ยาไม่เข้าไปถึงปอด อาการก็จะไม่หายครับ

อาการแบบไหนหลังออกจากโรงพยาบาล ที่ต้องรีบพามาพบแพทย์ทันที?

อย่ารอให้ถึงวันนัดตามอาการครับ ถ้าเจอเหตุการณ์เหล่านี้ พามาโรงพยาบาลทันทีไม่ต้องรอ

  • ลูกหายใจเร็วมาก หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋มชัดเจน
  • มีอาการปีกจมูกบานเวลาหายใจ หรือใช้กล้ามเนื้อหน้าอกช่วยหายใจ
  • ริมฝีปากหรือเล็บมือเล็บเท้าเริ่มเขียวคล้ำ
  • ซึมลงปลุกยาก ไม่ยอมดื่มน้ำหรือนมเลย ปัสสาวะน้อยลงหรือสีเข้มจัด
  • ไอจนอาเจียนตลอดเวลา หรือใช้ยาพ่นที่บ้านแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 15-20 นาที

การดูแลเด็กหลังป่วยเป็นช่วงเวลาที่ต้องอาศัยความใส่ใจและความใจเย็นของคนในครอบครัว ค่อยๆ สังเกตและดูแลไปตามคำแนะนำของแพทย์ เชื่อว่าลูกน้อยจะกลับมาวิ่งเล่นร่าเริงและหายใจได้เต็มปอดเหมือนเดิมในเร็ววันครับ พ่อแม่เองก็ต้องพักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะครับ เพราะกำลังใจที่ดีที่สุดของลูกคือพ่อแม่ที่มีแรงดูแลเขานั่นเองครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down