ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความรู้สึกวิตกกังวลที่ไม่ได้เกิดจากแค่ความกลัว

เวลาที่หมอตรวจเจอคนไข้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง สิ่งแรกที่สัมผัสได้จากสายตาไม่ใช่แค่ความกังวลเรื่องสุขภาพกาย แต่เป็นความรู้สึกเหมือนถือระเบิดเวลาไว้ในมือ การมีคนใกล้ชิดในครอบครัวเจ็บป่วยด้วยโรคนี้ทำให้เราเผลอตั้งคำถามกับตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า วันหนึ่งเราจะเป็นแบบนั้นไหม หรือเรากำลังมีเชื้อมะเร็งแอบซ่อนอยู่หรือเปล่า ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้เป็นเรื่องปกติมากที่มนุษย์คนหนึ่งจะรู้สึก ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือน่าอายแต่อย่างใด

ทำไมเราถึงกังวลมากกว่าคนอื่น

ความกังวลนี้มีที่มาที่ไปทางจิตวิทยาที่ชัดเจนครับ เรามักจะนำภาพความเจ็บป่วยของคนในครอบครัวมาเป็นกระจกสะท้อนตัวเอง ความรู้สึกกลัวการสูญเสียหรือความเจ็บปวดที่เคยเห็นมา กลายเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนความเครียดออกมาอยู่เรื่อยๆ ยิ่งเครียดสะสม ร่างกายก็ยิ่งอ่อนแอ ซึ่งความกังวลนี้เองหากจัดการไม่ดี อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต กินไม่ได้ นอนไม่หลับ และอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าในระยะยาวได้

เปลี่ยนความกังวลให้กลายเป็นการเฝ้าระวังเชิงรุก

แทนที่จะปล่อยให้ความกลัวครอบงำจนทำอะไรไม่ถูก หมออยากให้เปลี่ยนมุมมองจากการนั่งรอคอยความกลัว มาเป็นการวางแผนเชิงรุกครับ

  • ปรึกษาแพทย์เรื่องความเสี่ยงที่แท้จริง: ไม่ใช่ทุกคนที่มีประวัติครอบครัวจะมีโอกาสเป็นมะเร็งเสมอไป การพูดคุยกับหมอเพื่อให้เห็นภาพรวมของพันธุกรรม จะช่วยให้เราไม่ต้องกังวลกับเรื่องที่ไกลตัวจนเกินไป
  • วางแผนตรวจคัดกรองตามความเหมาะสม: แทนที่จะกังวลแบบเหวี่ยงแห ให้โฟกัสไปที่โปรแกรมตรวจสุขภาพที่ออกแบบมาเพื่อเราโดยเฉพาะ การรู้ทันและตรวจเจอตั้งแต่ระยะเริ่มต้นคือวิธีจัดการความกังวลที่ดีที่สุด
  • ปรับวิถีชีวิตให้แข็งแรง: พฤติกรรมสุขภาพที่ดี เช่น การกินอาหารที่เป็นประโยชน์ การออกกำลังกาย และการพักผ่อน คือการสร้างเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่เราทำเองได้ทุกวัน

วิธีดูแลจิตใจให้มั่นคงท่ามกลางความไม่แน่นอน

การจัดการความกังวลและสุขภาพจิต ไม่ได้หมายความว่าให้เราเลิกกลัว แต่คือการหาจุดสมดุลให้เราใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขครับ

หยุดหมกมุ่นอยู่กับข้อมูลในอินเทอร์เน็ต

การอ่านข้อมูลมะเร็งมากเกินไปมักจะทำให้เราเอาอาการคนอื่นมาทึกทักว่าเป็นตัวเอง หากรู้สึกกังวลใจ ให้จดบันทึกคำถามไว้แล้วนำไปถามหมอโดยตรงแทนการค้นหาข้อมูลเองที่อาจไม่แม่นยำ

ฝึกอยู่กับปัจจุบันให้มากขึ้น

ความเครียดส่วนใหญ่มักเกิดจากการคาดเดาอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ลองฝึกหายใจเข้าลึกๆ หรือทำกิจกรรมที่ดึงสติกลับมาอยู่กับปัจจุบัน เช่น งานอดิเรกหรืองานบ้าน จะช่วยลดระดับความฟุ้งซ่านของสมองได้เป็นอย่างดี

หาพื้นที่ปลอดภัยในการระบายความรู้สึก

ไม่ว่าจะคุยกับคนในครอบครัว เพื่อนสนิท หรือการปรึกษาจิตแพทย์ การได้พูดความรู้สึกที่อัดอั้นออกมาช่วยลดน้ำหนักในใจไปได้มาก การแบกรับความกลัวไว้คนเดียวเป็นเรื่องที่หนักเกินไปสำหรับทุกคนครับ

เมื่อไหร่ที่ควรเริ่มขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ

หากสังเกตว่าความกังวลเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน เช่น นอนไม่หลับต่อเนื่องหลายคืน เริ่มแยกตัวจากสังคม หรือมีความรู้สึกเศร้าดิ่งจนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ อย่ารอให้เป็นเรื่องใหญ่ครับ การพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นทางเลือกที่ฉลาดในการหาเครื่องมือมาจัดการกับความคิดของตัวเอง เพื่อให้เรามีสุขภาพใจที่เข้มแข็งพร้อมรับมือกับทุกอย่างในชีวิตครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down