ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความรู้สึกเมื่อคนในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็ง

หลายคนมักเดินเข้ามาปรึกษาที่ห้องตรวจด้วยความวิตกกังวล หลังจากทราบว่าสมาชิกในครอบครัวเพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่หรือพี่น้อง ความกังวลที่เกิดขึ้นมักไม่ใช่แค่เรื่องของการรักษา แต่ลามไปถึงคำถามในใจที่ว่า ตัวเราเองจะหนีพ้นไหม หรือยีนในตัวเราจะส่งต่อความเสี่ยงนั้นมาหรือเปล่า ความรู้สึกเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ใช่เรื่องที่ต้องเก็บไว้แบกรับเพียงลำพัง

รู้เท่าทันความเสี่ยงโดยไม่ปล่อยให้ความกลัวครอบงำ

การมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเป็นมะเร็งเสมอไป สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนความกังวลให้เป็นการกระทำเชิงรุกทางการแพทย์ หมออยากให้มองว่าพันธุกรรมเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น ปัจจัยด้านพฤติกรรม สภาพแวดล้อม และการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอมีส่วนสำคัญอย่างมากในการป้องกันหรือตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การนำความกังวลไปปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงรายบุคคล จะช่วยให้เรามีแผนการดูแลสุขภาพที่ชัดเจนและจับต้องได้มากกว่าการนั่งกังวลไปวันๆ

เทคนิคจัดการความกังวลและสุขภาพจิตในชีวิตประจำวัน

เมื่อรู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากประวัติครอบครัว การจัดการความกังวลและสุขภาพจิตจึงเป็นเรื่องสำคัญพอๆ กับการตรวจร่างกาย หมอแนะนำแนวทางปฏิบัติง่ายๆ ดังนี้

  • กำหนดช่วงเวลาให้ความกังวล: อย่าปล่อยให้ความกลัววนเวียนตลอดวัน หากรู้สึกกังวล ให้กำหนดเวลาเพียง 15-20 นาทีเพื่อจัดการกับความคิดนั้น แล้วดึงตัวเองกลับมาอยู่กับงานหรือกิจกรรมตรงหน้า
  • หาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ: การอ่านข้อมูลที่ไม่มีที่มาในอินเทอร์เน็ตมักทำให้ตื่นตระหนกเกินจริง ให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ
  • โฟกัสที่สิ่งที่ควบคุมได้: เราไม่สามารถเปลี่ยนพันธุกรรมได้ แต่เราเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และงดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ได้ สิ่งเหล่านี้คือการดูแลสุขภาพจิตที่ดีที่สุด เพราะเราได้เป็นผู้ควบคุมชีวิตตนเอง

การพูดคุยกับคนรอบข้างเพื่อแบ่งเบาความรู้สึก

หลายครั้งที่คนไข้เลือกที่จะเก็บเงียบเพราะไม่อยากให้ครอบครัวเป็นห่วง แต่การเก็บความกังวลไว้คนเดียวมักจะนำไปสู่ความเครียดสะสม หมอแนะนำว่าการสื่อสารกับคนในครอบครัวหรือเพื่อนที่ไว้ใจได้เป็นการบำบัดที่ดีเยี่ยม การได้ระบายออกหรือได้รับกำลังใจจากคนรอบข้าง จะช่วยลดภาระทางใจได้อย่างมหาศาล และหากความรู้สึกนั้นเริ่มกระทบต่อการนอนหลับหรือการใช้ชีวิตประจำวัน การปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการดูแลสุขภาพองค์รวมที่หมอสนับสนุนอย่างเต็มที่

สัญญาณเตือนที่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางออก

หากพบว่าตนเองมีอาการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ควรนัดหมายเพื่อพูดคุยกับบุคลากรทางการแพทย์เพื่อวางแผนสุขภาพจิตร่วมกัน:

  • รู้สึกวิตกกังวลจนนอนไม่หลับหรือสะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อยครั้ง
  • มีความคิดลบวนเวียนเกี่ยวกับมะเร็งจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
  • หลีกเลี่ยงการตรวจสุขภาพหรือการไปโรงพยาบาลเพราะความกลัว
  • มีความรู้สึกท้อแท้ หมดหวัง หรือแยกตัวออกจากสังคมอย่างชัดเจน

สุขภาพจิตและสุขภาพกายคือเรื่องเดียวกัน การดูแลใจให้เข้มแข็งควบคู่ไปกับการตรวจร่างกายตามกำหนด จะช่วยให้เราใช้ชีวิตอยู่กับความเสี่ยงได้อย่างเท่าทันและมีความสุขมากกว่าการจมอยู่กับความกังวลที่ไม่จำเป็น

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down