ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายครั้งเวลาที่เราเดินเข้าไปในรั้วโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย สิ่งแรกที่นึกถึงมักจะเป็นเรื่องการเรียน การสอบ หรือเกรดเฉลี่ย แต่มีใครเคยสังเกตตัวเองบ้างไหมว่า ตั้งแต่เปิดเทอมมานี้ เรานอนหลับเต็มอิ่มครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ อาการปวดหัวตื้อๆ หรือแน่นหน้าอกเวลานั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์มันเริ่มกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วหรือเปล่า

ในฐานะหมอที่ได้พูดคุยกับน้องๆ นักเรียนและนักศึกษาบ่อยๆ สิ่งที่พบเจอจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาคือ ความเครียดในวัยเรียนมักถูกมองข้าม หลายคนคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเติบโต จนกระทั่งร่างกายและจิตใจส่งสัญญาณเตือนภัยที่รุนแรงออกมา การรู้จักหันมาสำรวจและหมั่นเช็ก การประเมินระดับความเครียดในสถากัปกรณ์ชีวิตของเราเอง จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรปล่อยผ่าน

สัญญาณเตือนจากร่างกายและจิตใจ เมื่อการเรียนเริ่มกลายเป็นภาระหนักเกิน

ความเครียดไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้สึกเศร้าหรือกังวล แต่มันส่งผลโดยตรงต่อระบบประสาท ฮอร์โมน และภูมิคุ้มกันในร่างกาย ลองเช็กลิสต์อาการเหล่านี้ดูว่า ช่วงนี้เรามีอาการเหล่านี้บ่อยแค่ไหน

  • สัญญาณทางกาย: นอนไม่หลับ หลับๆ ตื่นๆ ปวดไมเกรดเรื้อรัง ปวดท้อง กรดไหลย้อน หรือรู้สึกเหนื่อยล้าตลอดเวลาแม้จะนอนไปแล้วแปดชั่วโมง
  • สัญญาณทางใจ: หงุดหงิดง่าย ร้องไห้ง่ายอย่างไร้สาเหตุ รู้สึกหมดไฟ (Burnout) หรือสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง
  • สัญญาณทางพฤติกรรม: เริ่มปลีกตัวจากเพื่อน กินอาหารไม่เป็นเวลา หรือบางคนหันไปพึ่งคาเฟอีนและแอลกอฮอล์เพื่อให้ผ่านไปได้ทีละวัน

วิธีเช็กระดับความเครียดด้วยตัวเองแบบง่ายๆ สไตล์คุณหมอ

การประเมินความเครียดไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด เราสามารถเริ่มจากการสังเกตพฤติกรรมประจำวันของตัวเองผ่านเครื่องมือจิตวิทยาเบื้องต้น เช่น แบบประเมินความเครียดสวนปรุง (Suanprung Stress Test) ที่ใช้กัน องค์การอนามัยโลกหรือโรงพยาบาลทั่วไปก็นิยมใช้ โดยจะมีคำถามให้เราให้คะแนนพฤติกรรมหรือความรู้สึกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

หากผลออกมาว่าอยู่ในระดับปานกลางถึงสูง นั่นแปลว่าสมองและร่างกายของเรากำลังทำงานหนักเกินลิมิต และต้องการพื้นที่พักผ่อนอย่างจริงจัง

เมื่อไหร่ที่ความเครียดในห้องเรียนกลายเป็นเรื่องที่ต้องให้แพทย์ช่วยเหลือ

ความเครียดระดับเล็กน้อยถึงปานกลางมักจะดีขึ้นได้เองถ้าเราได้พักผ่อน ออกกำลังกาย หรือคุยกับเพื่อนสนิท แต่ถ้าความเครียดนั้นเริ่มลุกลามจนรบกวนชีวิตประจำวัน เช่น ไม่กล้าเดินเข้าห้องเรียน เครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับติดต่อกันหลายวัน หรือเริ่มมีความคิดทำร้ายตัวเอง นั่นไม่ใช่เรื่องที่ต้องอดทนอีกต่อไปแล้ว

การมาพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาในสถานศึกษา ไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนอ่อนแอ แต่มันคือการแสดงความรับผิดชอบต่อสุขภาพจิตของตัวเอง เหมือนเวลาที่เราปวดท้องแล้วไปหาหมอเด็กเพื่อหายามากินนั่นเอง

สุดท้ายนี้ อยากฝากไว้ว่าเกรดเฉลี่ยมีความสำคัญ แต่อนาคตและสุขภาพจิตใจที่ยังมีความสุขได้ในทุกๆ วันนั้นสำคัญกว่า อย่าลืมหาเวลาให้ตัวเองได้พัก หายใจลึกๆ และจำไว้ว่าเราไม่ได้ตัวคนเดียวในการต่อสู้กับความกดดันเหล่านี้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down