เวลาที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยวัยแบเบาะมาฉีดวัคซีนตามนัด สิ่งหนึ่งที่มักสร้างความปวดหัวและสับสนไม่น้อยคือการเลือกชนิดของวัคซีนเสริม โดยเฉพาะกลุ่มวัคซีนรวมที่ป้องกันหลายโรคได้ในเข็มเดียว หลายคนยืนงดอยู่หน้าห้องตรวจพร้อมกับคำถามในใจว่า แล้วตกลงความแตกต่างระหว่างวัคซีนรวม 4 โรค 5 โรค และ 6 โรค มันอยู่ตรงไหน ตัวไหนคุ้มค่าและเหมาะกับลูกของเรามากที่สุด
ในฐานะหมอเด็กที่ต้องตอบคำถามนี้ให้คุณพ่อคุณแม่ฟังอยู่ทุกวัน วันนี้เลยอยากชวนมานั่งคุยกันแบบสบายๆ เคลียร์ชัดทุกประเด็น เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเจ้าตัวเล็กได้อย่างสบายใจ
ทำความรู้จักวัคซีนรวมพื้นฐาน ทำไมต้องฉีดหลายโรคในเข็มเดียว
ก่อนจะไปดูว่าแต่ละแบบต่างกันอย่างไร เราต้องย้อนกลับไปดูก่อนว่าวัคซีนรวมคืออะไร แนวคิดหลักของวัคซีนรวมคือการรวมเอาเชื้อโรคหลายชนิดเข้าไว้ด้วยกันในเข็มเดียว เพื่อลดจำนวนครั้งที่ลูกน้อยต้องถูกเข็มฉีดยาแทมลงบนผิวหนังอันบอบบาง ลดความเจ็บปวด และช่วยให้เด็กๆ ไม่ต้องร้องไห้งอแงหลายรอบ แถมยังช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องลาหยุดงานบ่อยๆ เพื่อพาลูกมาโรงพยาบาลตามตารางยิบย่อย
ทีนี้พอนับจำนวนโรคที่ป้องกันได้ มันก็เลยถูกแบ่งออกเป็นรุ่นต่างๆ ตั้งแต่วัคซีนรวม 4 โรค 5 โรค ไปจนถึง 6 โรค ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีตัวยาอะไรเพิ่มขึ้นมาบ้าง เดี๋ยวเราไปไล่เรียงดูกันทีละตัวเลย
วัคซีนรวม 4 โรค ป้องกันอะไรได้บ้างและเหมาะกับใคร
เริ่มต้นกันที่วัคซีนรวมรุ่นพี่ที่คุ้นเคยกันดี เจ้าตัวนี้ประกอบด้วยการป้องกันโรคพื้นฐานที่สำคัญมากๆ สำกรับเด็กเล็ก ได้แก่ โรคคอตีบ ไอกรน บาดยักษ์ และโปลิโอ
จุดเด่นของวัคซีนรวม 4 โรคคือ ครอบคลุมโรคอันตรายถึงชีวิตที่เด็กทุกคนจำเป็นต้องได้รับตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข แต่ข้อจำกัดคือมันยังไม่รวมโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบฮิปและโรคตับอักเสบ B เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ถ้าเลือกตัวนี้ ลูกอาจจะต้องไปรับวัคซีนป้องกันตับอักเสบ B หรือฮิปแยกต่างหากในบางเข็ม
วัคซีนรวม 5 โรค ขยับความครอบคลุมให้กว้างขึ้น
พอขยับขึ้นมาเป็นวัคซีนรวม 5 โรค สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือตัวยาป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียฮิป (Hib) เข้าไปสมทบกับคอตีบ ไอกรน บาดยักษ์ และโปลิโอ
เชื้อฮิปนี่แหละตัวร้ายเลย เพราะมันชอบเล่นงานเด็กเล็ก ทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบหรือติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือด การเลือกวัคซีนรวม 5 โรคจึงช่วยลดภาระการฉีดยาแยกได้ดีขึ้น เด็กๆ เจ็บตัวน้อยลง และได้รับความคุ้มครองเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งโรคที่น่ากลัว
วัคซีนรวม 6 โรค ทางเลือกที่ครบจบในเข็มเดียว
และแล้วก็มาถึงรุ่นพี่ใหญ่สุดของเรา นั่นคือวัคซีนรวม 6 โรค ที่รวมเอาทุกอย่างของรุ่น 5 โรคมาไว้ด้วยกัน แล้วบวกเพิ่มวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบ B เข้าไปอีกหนึ่งโรค
ความดีงามของวัคซีนรวม 6 โรคคือ ความสะดวกขั้นสุด ลูกน้อยโดนเข็มเดียวได้คุ้มครองถึง 6 โรค ได้แก่ คอตีบ ไอกรน บาดยักษ์ โปลิโอ เยื่อหุ้มสมองอักเสบฮิป และตับอักเสบ B ช่วยลดความกังวลเรื่องตารางนัดที่ซับซ้อน และลดโอกาสที่เด็กจะไข้ขึ้นหรือปวดระบมจากการฉีดยาหลายเข็มพร้อมกันในวันเดียว
เปรียบเทียบความแตกต่างแบบหมอสรุปให้ฟังง่ายๆ
- วัคซีนรวม 4 โรค: คอตีบ - ไอกรน - บาดยักษ์ - โปลิโอ
- วัคซีนรวม 5 โรค: คอตีบ - ไอกรน - บาดยักษ์ - โปลิโอ - ฮิป
- วัคซีนรวม 6 โรค: คอตีบ - ไอกรน - บาดยักษ์ - โปลิโอ - ฮิป - ตับอักเสบ B
หากถามว่าความแตกต่างระหว่างวัคซีนรวม 4 โรค 5 โรค และ 6 โรค คืออะไร คำตอบหลักๆ อยู่ที่จำนวนโรคที่ป้องกันได้และความสะดวกในการรับบริการ วัคซีนที่มีจำนวนโรคมากกว่าจะช่วยลดจำนวนเข็มที่ต้องฉีดลง ทำให้ลูกน้อยไม่ต้องเจ็บตัวหลายครั้ง
เลือกวัคซีนตัวไหนดีระหว่าง 4, 5 และ 6 โรค
ในการตัดสินใจเลือก หมอมักจะแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่พิจารณาจากสองปัจจัยหลักคือ งบประมาณและความสะดวกเป็นหลัก เพราะวัคซีนกลุ่มที่เป็นตัวเลือกเสริมอย่าง 5 โรค หรือ 6 โรค จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าวัคซีนพื้นฐานตามสิทธิ์
ถ้าครอบครัวมีความพร้อมและต้องการให้ลูกเจ็บตัวน้อยที่สุด วัคซีนรวม 6 โรคถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากเพราะจบในเข็มเดียว แต่ถ้าต้องการความประหยัด วัคซีนตามสิทธิ์พื้นฐานหรือวัคซีนรวม 4 โรค ก็ให้การป้องกันโรคที่จำเป็นได้ดีเช่นเดียวกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรึกษากับหมอเด็กประจำตัวของน้อง เพื่อดูประวัติสุขภาพและวางแผนร่วมกันว่าแบบไหนจะเหมาะสมกับลูกรักมากที่สุดครับ