ลองจินตนาการถึงวันที่คุณหรือคนที่คุณรัก จู่ๆ เกิดอาการปวดท้องรุนแรงขึ้นมาทันทีทันใด ปวดขยับตัวแทบไม่ได้ ราวกับมีอะไรแทงทะลุข้างใน อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องปวดท้องธรรมดาที่กินยาแก้ปวดแล้วจะหาย แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่เรียกว่า การเกิดแผลทะลุในทางเดินอาหาร ซึ่งหากมารักษาไม่ทันท่วงที อาจอันตรายถึงชีวิตได้
ทำความเข้าใจการเกิดแผลทะลุในทางเดินอาหาร คืออะไรและเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ระบบทางเดินอาหารของคนเรา ตั้งแต่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ไปจนถึงลำไส้ใหญ่ มีลักษณะเป็นท่อกลวงที่มีผนังหลายชั้น ทำหน้าที่ย่อยและดูดซึมอาหาร แต่เมื่อไรก็ตามที่ผนังทางเดินอาหารส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดแผลลึกจนกัดเจาะทะลุเป็นรู ช่องทางเดินอาหารนั้นจะเชื่อมต่อกับช่องท้องทันที
ผลที่ตามมาคือ น้ำย่อยที่มีกรดเข้มข้น เศษอาหาร หรือแม้แต่อุจจาระ จะรั่วไหลออกจากทางเดินอาหารเข้าสู่ช่องท้อง ทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงและติดเชื้อในช่องท้องอย่างรวดเร็ว
สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้ทางเดินอาหารเกิดแผลจนทะลุ
หลายคนมักสงสัยว่า ผนังทางเดินอาหารที่หนาและแข็งแรง เกิดเป็นรูทะลุได้อย่างไร จากประสบการณ์การดูแลคนไข้ หมอมักพบสาเหตุหลักๆ ดังนี้
1. การรับประทานยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ติดต่อกันเป็นเวลานาน
ยาทา ยาแก้ปวดข้อ แก้ปวดกล้ามเนื้อ หรือยาแก้ปวดฟันในกลุ่ม NSAIDs เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน หรือพอนสแตน รวมถึงยาพ่นแก้ปวดบางชนิด ยาเหล่านี้มีฤทธิ์กัดกระเพาะและทำลายย่อยเกราะป้องกันผนังทางเดินอาหาร หากกินตอนท้องว่าง หรือกินต่อเนื่องนานๆ โดยไม่ได้รับยาปกป้องกระเพาะอาหาร อาจทำให้เกิดแผลและลุกลามจนทะลุได้
2. โรคแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กรื้อรัง
การติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori (H. pylori) หรือภาวะหลั่งกรดในกระเพาะมากเกินไป หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา แผลขนาดเล็กจะค่อยๆ ลึกลงเรื่อยๆ จนแทรกผ่านผนังกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้นในที่สุด
3. ภาวะลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นถุงโป่งพองและสิ่งแปลกปลอม
ในผู้สูงอายุ มักพบภาวะถุงโป่งพองในลำไส้ใหญ่เกิดการอักเสบ (Diverticulitis) และแตกออก นอกจากนี้ การกลืนสิ่งแปลกปลอม เช่น ก้างปลาขนาดใหญ่ กระดูกไก่ หรือสิ่งของที่มีความแหลมคม ก็สามารถทิ่มแทงผนังลำไส้จนเกิดแผลทะลุได้เช่นกัน
อาการแบบไหนที่เข้าข่ายแผลทะลุในทางเดินอาหาร?
อาการของการเกิดแผลทะลุในทางเดินอาหารค่อนข้างโดดเด่นและชัดเจน หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
- ปวดท้องรุนแรงเฉียบพลัน: มักเริ่มปวดแบบทันทีทันใด ปวดเหมือนโดนมีดแทง และอาการปวดจะกระจายไปทั่วท้องอย่างรวดเร็ว
- หน้าท้องเกร็งแข็ง: เมื่อลองเอามือแตะหรือกดที่หน้าท้อง หน้าท้องจะเกร็งแข็งเหมือนแผ่นไม้ (Board-like rigidity) เนื่องจากการระคายเคืองของเยื่อบุช่องท้อง
- ไอ ขยับตัว หรือหายใจเข้าลึกๆ แล้วปวดเกร็ง: การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยจะยิ่งกระตุ้นให้ปวดท้องรุนแรงขึ้น
- มีไข้สูง หนาวสั่น: เป็นสัญญาณของการติดเชื้อในช่องท้องที่เริ่มแพร่กระจาย
- คลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว และเหงื่อออกตัวเย็น: แสดงถึงภาวะร่างกายเริ่มเข้าสู่ภาวะช็อกจากการติดเชื้อ
ทำไมแผลทะลุถึงเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องผ่าตัดด่วน?
เมื่อเกิดแผลทะลุ น้ำกรดและแบคทีเรียที่รั่วออกมาจะทำให้เกิดเยื่อบุช่องท้องอักเสบอย่างรุนแรง (Peritonitis) หากปล่อยไว้เพียงไม่กี่ชั่วโมง เชื้อโรคจะซึมเข้าสู่กระแสเลือด นำไปสู่ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ความดันโลหิตตก และอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ การรักษาจึงต้องแข่งกับเวลาเพื่อให้คนไข้ปลอดภัยมากที่สุด
วิธีวินิจฉัยและการรักษาเมื่อมาถึงโรงพยาบาล
เมื่อมาถึงห้องฉุกเฉิน แพทย์จะทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ร่วมกับการถ่ายภาพเอ็กซเรย์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) บริเวณหน้าท้อง เพื่อค้นหาฟองอากาศที่รั่วซึมออกมาจากทางเดินอาหาร
หากได้รับการยืนยันว่ามีแผลทะลุ การรักษาหลักคือ การผ่าตัดด่วน เพื่อเข้าไปล้างทำความสะอาดช่องท้อง เย็บปิดรูทะลุ หรือตัดแต่งลำไส้ส่วนที่มีปัญหาออก ร่วมกับการให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำขนาดสูง และการให้สารน้ำเพื่อพยุงสัญญาณชีพ
วิธีดูแลตัวเองและป้องกันไม่ให้เกิดแผลทะลุในทางเดินอาหาร
แม้ภาวะนี้จะฟังดูน่ากลัว แต่เราสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดแผลทะลุในทางเดินอาหารได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
- หลีกเลี่ยงการซื้อยาแก้ปวดรับประทานเอง: หากจำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเสมอ และควรกินหลังอาหารทันทีตามคำแนะนำ
- รักษาโรคกระเพาะอาหารให้หายขาด: หากมีอาการปวดจุกแน่นลิ้นปี่ ท้องอืดเรื้อรัง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อ H. pylori และรับการรักษาอย่างถูกต้อง ไม่ควรกินยาบรรเทาอาการไปเรื่อยๆ
- งดสูบบุหรี่และลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: เพราะทั้งสองสิ่งนี้ทำลายเกราะป้องกันของผนังกระเพาะอาหารโดยตรง
- เคี้ยวอาหารให้ละเอียด: ระมัดระวังสิ่งแปลกปลอมเล็กๆ ในอาหาร เช่น ก้างปลา หรือกระดูกชิ้นเล็ก
การสังเกตความผิดปกติของร่างกายตัวเองคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด หากมีอาการปวดท้องรุนแรงผิดปกติ อย่าลังเลที่จะไปพบแพทย์ทันที เพราะการรักษาที่รวดเร็วคือหัวใจสำคัญในการปกป้องชีวิตของคุณและคนที่คุณรัก