ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความกังวลใจหลังคลอด: ลูกกินนมแม่พอหรือยัง

ในช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด ความกังวลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของพ่อแม่คือ กลัวว่าลูกน้อยจะได้รับน้ำนมไม่เพียงพอ เนื่องจากน้ำนมแม่ในระยะแรกหรือน้ำนมเหลืองยังมีปริมาณน้อยและเต้านมยังไม่คัดตึงเต็มที่ ประกอบกับทารกแรกเกิดมีขนาดกระเพาะที่เล็กมากเท่าผลเชอร์รี่ในวันแรก ทำให้หลายครอบครัวไม่มั่นใจว่าลูกกินอิ่มจริงไหม หรือกำลังเผชิญกับภาวะขาดน้ำอยู่หรือไม่

การเข้าใจวิธีสังเกตและเรียนรู้ การประเมินภาวะขาดน้ำและการได้รับน้ำนมไม่เพียงพอในทารกแรกเกิดอย่างถูกต้อง จะช่วยลดความวิตกกังวล และช่วยให้สามารถช่วยเหลือลูกน้อยได้ทันท่วงทีก่อนที่จะเกิดอันตรายจากภาวะแทรกซ้อน

วิธีสังเกตสัญญาณเตือนว่าลูกได้รับน้ำนมไม่เพียงพอ

ทารกแรกเกิดยังไม่สามารถบอกความต้องการได้ นอกจากการร้องไห้ ซึ่งการร้องไห้อาจไม่ได้แปลว่าหิวนมเสมอไป ดังนั้น พ่อแม่จึงต้องสังเกตสัญญาณทางร่างกายและพฤติกรรมต่อไปนี้อย่างใกล้ชิด

  • จำนวนผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่เปียกและเปื้อนอุจจาระน้อยเกินไป: นี่คือดัชนีชี้วัดที่แม่นยำที่สุดในช่วงสัปดาห์แรก
  • น้ำหนักตัวลดลงมากเกินเกณฑ์: โดยทั่วไปทารกแรกเกิดจะมีน้ำหนักตัวลดลงในช่วง 3-4 วันแรกหลังคลอด ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ควรลดลงเกินร้อยละ 7-10 ของน้ำหนักแรกเกิด และควรมีน้ำหนักกลับมาเท่าตอนแรกเกิดภายในอายุ 2 สัปดาห์
  • ทารกดูซึมหรือหงุดหงิดตลอดเวลา: ลูกอาจจะง่วงซึมมากจนไม่ยอมตื่นขึ้นมากินนม หรือในทางตรงกันข้าม อาจร้องไห้กวนโยเยไม่ยอมนอนหลังจากกินนมเสร็จทันที
  • ไม่ได้ยินเสียงกลืนน้ำนม: ขณะที่ลูกดูดนม หากเต้ามีน้ำนมไหลดี จะสังเกตเห็นจังหวะการดูดสลับกับการกลืนที่สม่ำเสมอ หากลูกดูดเร็วๆ ถี่ๆ แต่ไม่มีจังหวะกลืน อาจแปลว่าไม่มีน้ำนมไหล

ตารางจำนวนผ้าอ้อมเปียกและอุจจาระที่บ่งบอกว่าลูกได้นมพอ

เพื่อช่วยให้ประเมินได้ง่ายขึ้น สามารถใช้เกณฑ์จำนวนครั้งของการขับถ่ายในแต่ละวัน ดังนี้

  • อายุ 1 วัน: ปัสสาวะอย่างน้อย 1 ครั้ง อุจจาระสีดำเทา (ขี้เทา) อย่างน้อย 1 ครั้ง
  • อายุ 2 วัน: ปัสสาวะอย่างน้อย 2 ครั้ง อุจจาระสีดำเทาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวปนดำอย่างน้อย 2 ครั้ง
  • อายุ 3 วัน: ปัสสาวะอย่างน้อย 3 ครั้ง อุจจาระสีเขียวอมเหลืองอย่างน้อย 3 ครั้ง
  • อายุ 4 วัน: ปัสสาวะอย่างน้อย 4-5 ครั้ง อุจจาระเริ่มเป็นสีเหลืองอย่างน้อย 3 ครั้ง
  • อายุ 5 วันขึ้นไป: ปัสสาวะอย่างน้อย 6 ครั้งขึ้นไป (ผ้าอ้อมมีน้ำหนักตึงมือ) อุจจาระสีเหลืองทองและมีลักษณะเป็นเม็ดมะเขือเทศอย่างน้อย 3-4 ครั้งต่อวัน

สัญญาณอันตรายของภาวะขาดน้ำในทารกแรกเกิด

เมื่อทารกเริ่มขาดน้ำ ร่างกายจะแสดงสัญญาณเตือนทางกายภาพที่เด่นชัด หากพบลักษณะเหล่านี้ ควรรีบพาลูกไปพบกุมารแพทย์ทันที

สัญญาณเตือนวิกฤตที่ต้องเฝ้าระวัง:
1. กระหม่อมหน้าบุ๋มลงไปอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับกระดูกศีรษะรอบๆ
2. ปากและลิ้นแห้งผาก ไม่มีน้ำลายคลอในปาก
3. ร้องไห้ไม่มีน้ำตาไหลออกมา
4. ผิวหนังขาดความยืดหยุ่น เมื่อดึงผิวหนังขึ้นมาเบาๆ แล้วปล่อย ผิวหนังจะไม่คืนตัวในทันที
5. ปัสสาวะมีสีเข้มจัด หรือพบตะกอนสีส้มอิฐ (Urate Crystals) บนผ้าอ้อมหลังจากอายุ 3 วันไปแล้ว

แนวทางการแก้ไขและช่วยเหลือเบื้องต้น

หากประเมินแล้วพบว่าลูกมีแนวโน้มที่จะได้รับน้ำนมไม่เพียงพอแต่ยังไม่มีอาการขาดน้ำรุนแรง คุณแม่สามารถปรับเปลี่ยนวิธีการให้นมเพื่อกระตุ้นน้ำนมและช่วยให้ลูกกินนมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

1. ตรวจสอบท่าอุ้มและการเข้าเต้า

การที่ลูกดูดนมบ่อยแต่ไม่ได้น้ำนม มักเกิดจากการเข้าเต้าที่ไม่ลึกพอ ลูกควรอมให้มิดถึงบริเวณลานนม คางแนบเต้า จมูกเป็นอิสระ และริมฝีปากล่างเผยอออก หากเข้าเต้าถูกต้อง คุณแม่จะไม่รู้สึกเจ็บหัวนมขณะที่ลูกดูด

2. เพิ่มความถี่ในการให้นม

ควรให้ลูกดูดนมอย่างน้อยทุก 2-3 ชั่วโมง หรือประมาณ 8-12 ครั้งต่อวัน ไม่ควรรอให้ลูกร้องไห้จ้าจนหิวจัด เพราะจะทำให้เข้าเต้าได้ยากขึ้น หากลูกหลับนานเกิน 3 ชั่วโมงในช่วงสัปดาห์แรก ควรปลุกขึ้นมากินนม

3. สลับเต้าและบีบกระตุ้น

ให้ลูกดูดนมจนหมดเต้าแรกก่อนสลับไปยังเต้าที่สอง หากลูกดูดช้าลง สามารถใช้มือช่วยบีบเต้านมเพื่อเพิ่มการไหลของน้ำนม และหากลูกดูดได้ไม่ดี ควรใช้เครื่องปั๊มนมหรือใช้วิธีบีบมือหลังลูกดูดเสร็จเพื่อกระตุ้นการผลิตน้ำนมอย่างต่อเนื่อง

เมื่อใดที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน

หากลองปรับเปลี่ยนท่าทางและเพิ่มรอบการให้นมแล้ว แต่ทารกยังคงดูซึม ปลุกตื่นยาก ตัวเหลืองขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัสสาวะน้อยกว่า 4 ครั้งต่อวัน หรือมีไข้สูง/อุณหภูมิร่างกายต่ำผิดปกติ ไม่ควรรอช้า ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที เพราะภาวะขาดน้ำในทารกแรกเกิดสามารถดำเนินโรคไปสู่ภาวะช็อกและการทำงานของไตล้มเหลวได้อย่างรวดเร็ว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down