เข้าใจหัวใจสำคัญเมื่อต้องดูแลคนในครอบครัวที่เจาะคอ
เวลาที่คนในครอบครัวเพิ่งผ่านการผ่าตัดเจาะคอและกลับมาพักฟื้นต่อที่บ้าน หมอเข้าใจดีเลยว่าความกังวลและความเครียดจะถาโถมเข้ามาแค่ไหนสำหรับผู้ดูแล เพราะลำพังแค่การหายใจที่เปลี่ยนไปจากเดิม ก็ทำให้ทั้งคนไข้และคนเฝ้าระวังใจหายใจคว่ำได้ทุกครั้งที่มีเสียงเสมหะติดค้าง
การเจาะคอไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเกินกว่าจะเรียนรู้ครับ ถ้าเราเข้าใจหลักการทำงานของแผลและท่อหายใจ รวมถึงรู้วิธีจัดการกับปัญหาเฉพาะหน้าอย่างถูกต้อง ความกดดันก็จะลดลง และคนที่เรารักก็จะปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดีเมื่ออยู่บ้าน
อุปกรณ์ข้างเตียงที่ต้องเตรียมให้พร้อมตลอดเวลา
ก่อนจะเริ่มดูแลกันอย่างจริงจัง เราต้องเช็กความพร้อมของเครื่องมือเครื่องใช้เปรียบเสมือนเกราะป้องกันตัว โดยอุปกรณ์หลักๆ ที่ขาดไม่ได้มีดังนี้
- เครื่องดูดเสมหะไฟฟ้า: ต้องทดสอบแรงดันและระบบการทำงานให้พร้อมใช้งานเสมอ
- สายดูดเสมหะ (Suction catheter): เลือกขนาดให้เหมาะกับท่อหลอดลมคอของคนไข้
- น้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline): สำหรับหยอดเพื่อช่วยละลายเสมหะที่เหนียวข้น
- ถุงมือสะอาดหรือถุงมือปราศจากเชื้อ: เพื่อป้องกันการติดเชื้อเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ
- อุปกรณ์ทำความสะอาดแผล: ผ้าก๊อซ น้ำเกลือ แอลกอฮอล์ และเบตาดีน
ขั้นตอนการดูดเสมหะผ่านท่อหลอดลมคอแบบไม่ให้คนไข้ทรมาน
การดูดเสมหะคือสิ่งที่คุณต้องทำบ่อยที่สุดเพื่อช่วยให้คนไข้หายใจโล่ง แต่ถ้าทำผิดวิธีอาจทำให้เยื่อบุหลอดลมระคายเคืองหรือเกิดแผลได้ มาดูขั้นตอนที่ถูกต้องกันครับ
เตรียมตัวคนไข้และเครื่องมือก่อนลงมือ
ล้างมือให้สะอาดสวมถุงมือ เปิดเครื่องดูดเสมหะและปรับแรงดันให้เหมาะสม (ประมาณ 80-120 มิลลิเมตรปรอทสำหรับผู้ใหญ่) หากคนไข้รู้สึกตัว ให้จัดท่าทางให้นอนศีรษะสูงเพื่อความสบายในการหายใจ และถ้าเสมหะเหนียวมาก หมอแนะนำให้หยอดน้ำเกลือปราศจากเชื้อประมาณ 2-3 ซีซี เข้าไปในท่อหลอดลมคอก่อน เพื่อช่วยละลายเสมหะให้ออกง่ายขึ้น
เทคนิคการสอดสายและดูดเสมหะอย่างนุ่มนวล
หยิบสายดูดเสมหะด้วยมือที่สวมถุงมือปราศจากเชื้อ โดยใช้มือข้างที่ไม่ถนัดควบคุมสายยาง ห้ามใช้นิ้วปิดรูควบคุมแรงดูดเด็ดขาดขณะสอดสายเข้าไป ให้สอดสายเข้าไปในท่อหลอดลมคอตามความลึกที่พอดี (ไม่ควรฝืนดันลึกเกินไปจนกว่าจะรู้สึกต้าน) เมื่อถึงระยะที่ต้องการแล้ว จึงใช้นิ้วหัวแม่มือปิดเปิดรูควบคุมแรงดูด พร้อมกับค่อยๆ ดึงสายออกพร้อมกับหมุนสายวนไปมาเบาๆ เพื่อกวาดเสมหะรอบท่อ
กฎเหล็กที่สำคัญที่สุด: ระยะเวลาในการสอดและดูดเสมหะแต่ละครั้ง ไม่ควรเกิน 10-15วินาที เด็ดขาด เพราะในระหว่างนั้นคนไข้จะไม่ได้หายใจ หากเสมหะยังออกไม่หมด ให้พักรอจนกว่าคนไข้จะหายใจปกติและสีหน้าดีขึ้น (ประมาณ 1-2 นาที) จึงค่อยทำซ้ำอีกครั้ง
การดูแลรักษาความสะอาดแผลเจาะคอและเปลี่ยนผ้าก๊อซ
แผลรอบๆ ท่อเจาะคอเป็นจุดอับชื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายมาก หมอแนะนำให้ทำความสะอาดอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง หรือทำทันทีเมื่อมีคราบเสมหะหรือน้ำเหลืองซึมเปื้อนเปียกชื้น
ใช้สำลีหรือผ้าก๊อซชุบน้ำเกลือเช็ดรอบฐานท่อและผิวหนังโดยวนจากด้านในออกด้านนอก ทิ้งผ้าก๊อซชิ้นที่ใช้แล้วทันที ห้ามวนกลับมาซ้ำเด็ดขาด จากนั้นซับให้แห้งสนิทแล้วรองด้วยผ้าก๊อซที่ผ่ากลาง (Tracheostomy gauze) สอดไว้ใต้ปีกท่อหลอดลมคอ เพื่อรองรับการระคายเคืองและซับของเหลว
สัญญาณเตือนภัยอันตรายที่ต้องพาไปโรงพยาบาลด่วน
แม้จะดูแลอยู่ที่บ้านอย่างระมัดระวังแค่ไหน แต่ถ้ามีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น แปลว่าสถานการณ์เริ่มวิกฤตและต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที
- ภาวะพร่องออกซิเจน: ริมฝีปาก ปลายเล็บ หรือผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ หายใจหอบเหนื่อยรุนแรง
- เสมหะเปลี่ยนสีและมีกลิ่นเหม็น: เสมหะกลายเป็นสีเขียวเข้ม สีเหลืองจัด หรือมีเลือดปนปริมาณมาก ซึ่งบ่งบอกถึงการติดเชื้อในปอด
- ท่อหลอดลมคอหลุด: หากท่อหลุดออกมา ห้ามพยายามดันกลับเองโดยไม่มีความชำนาญ ให้รีบใช้ผ้าสะอาดปิดแผลหลวมๆ และรีบพาไปพบแพทย์ฉุกเฉิน
- มีไข้สูงร่วมกับซึมลง: หายใจมีเสียงดังหวีดหรือมีเสมหะเพิ่มขึ้นผิดปกติจนควบคุมไม่ได้
การดูแลผู้ป่วยเจาะคออาจสร้างความเหนื่อยล้าให้ผู้ดูแลได้บ้าง แต่ความใส่ใจและความระมัดระวังของคนในครอบครัวนี่แหละครับ คือยาวิเศษที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้คนไข้ฟื้นตัวและใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยในบ้านของเราเอง