ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจให้ชัดว่าซิฟิลิสคืออะไรและทำไมถึงน่ากลัว

หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อโรคซิฟิลิสมาบ้าง แต่มักจะมีความเข้าใจผิดว่าเป็นโรคที่หมดไปจากสังคมแล้ว ซึ่งในความเป็นจริงเรายังพบผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซิฟิลิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า ทรีโปนีมา พาลลิดัม ซึ่งติดต่อได้หลักๆ ผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน หรือการสัมผัสแผลของผู้ติดเชื้อโดยตรง โรคนี้มีความน่ากลัวตรงที่อาการมักจะซ่อนเร้นและเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลา หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง เชื้อจะค่อยๆ ลุกลามทำลายระบบร่างกายไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ผิวหนังไปจนถึงระบบประสาทและหัวใจ

ระยะเริ่มต้น: แผลริมแข็งที่ไม่เจ็บ

ในช่วง 10-90 วันหลังรับเชื้อ ผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการในระยะที่หนึ่ง ซึ่งจุดสังเกตที่สำคัญคือจะมีแผลเกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือแม้แต่ในช่องปาก ลักษณะเด่นของแผลนี้คือเป็นแผลสะอาด ขอบนูนแข็ง และที่สำคัญที่สุดคือ ไม่เจ็บ ทำให้คนส่วนใหญ่มักละเลยหรือคิดว่าเป็นแผลธรรมดา เดี๋ยวก็หายเอง ซึ่งความจริงคือแม้แผลจะหายไปได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่ตัวเชื้อยังคงอยู่ในร่างกายและเดินทางเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อรอแสดงอาการในระยะถัดไป

ระยะลุกลาม: เมื่อผื่นขึ้นตามตัวและมีไข้

เมื่อเข้าสู่ระยะที่สอง ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังจากแผลแรกหายไปแล้วประมาณ 2-8 สัปดาห์ เชื้อจะกระจายตัวไปทั่วร่างกาย อาการในระยะนี้มักจะทำให้คนไข้เข้าใจผิดว่าเป็นโรคภูมิแพ้หรือไข้หวัดใหญ่ โดยอาการที่พบได้บ่อยคือ:

  • มีผื่นแดงหรือตุ่มตามฝ่ามือและฝ่าเท้า ซึ่งเป็นจุดสังเกตที่ชัดเจน
  • มีไข้ อ่อนเพลีย เจ็บคอ หรือปวดตามข้อ
  • ผมร่วงเป็นหย่อมๆ
  • ต่อมน้ำเหลืองโตตามจุดต่างๆ ของร่างกาย

อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนว่าเชื้อกำลังแพร่กระจาย และในระยะนี้ถือว่าร่างกายมีปริมาณเชื้อสูงมาก การสัมผัสแผลหรือผื่นของผู้ป่วยสามารถทำให้ติดเชื้อได้ง่าย

ระยะแฝงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

หลังจากผ่านระยะที่สองไปแล้ว หากไม่ได้กินยาฆ่าเชื้ออย่างจริงจัง โรคจะเข้าสู่ระยะแฝง ซึ่งอาจยาวนานเป็นปีหรือเป็นสิบปี ในช่วงนี้ผู้ป่วยจะดูเหมือนคนปกติทุกอย่าง ไม่มีอาการแสดงใดๆ ออกมาให้เห็น แต่เชื้อยังคงแอบซ่อนอยู่ในร่างกายและค่อยๆ สร้างความเสียหายให้กับอวัยวะภายในอย่างเงียบเชียบ การตรวจพบในระยะนี้มักทำได้ผ่านการเจาะเลือดตรวจหาภูมิคุ้มกันเท่านั้น

ระยะสุดท้าย: อันตรายที่ส่งผลต่ออวัยวะสำคัญ

นี่คือจุดที่น่ากังวลที่สุดของการติดเชื้อซิฟิลิสและการดำเนินโรคในระยะต่างๆ เพราะหากเชื้อดำเนินมาถึงระยะที่สามหรือระยะท้าย เชื้อจะเริ่มทำลายเนื้อเยื่อและอวัยวะสำคัญจนเกิดผลกระทบที่แก้ไขยาก เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจโป่งพอง การสูญเสียการมองเห็น หรือความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลางที่นำไปสู่ภาวะสมองเสื่อมหรืออัมพาต ดังนั้นการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อมีความเสี่ยง จึงเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยหยุดวงจรของโรคร้ายนี้ได้

ตรวจเลือดเมื่อไหร่ดีถ้ากังวลว่าได้รับเชื้อ

หากคุณรู้ตัวว่าไปมีความเสี่ยงมา ไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการปรากฏ เพราะการตรวจเลือดหาซิฟิลิสสามารถทำได้ตั้งแต่วันที่เริ่มมีความเสี่ยง การมาพบหมอเพื่อตรวจเลือดและรับคำปรึกษาตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยให้รักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะง่ายๆ เพียงไม่กี่เข็มก็หายขาด ไม่ต้องปล่อยให้โรคดำเนินไปถึงระยะอันตรายครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down