ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนที่เดินเข้ามาปรึกษาหมอที่คลินิกด้วยความกังวลใจ มักจะมีคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะโรคซิฟิลิส บางคนเพิ่งไปตรวจเลือดมาแล้วพบผลบวก บางคนสังเกตเห็นแผลแปลกๆ ที่อวัยวะเพศแต่ไม่รู้สึกเจ็บเลยปล่อยทิ้งไว้จนแผลหายไปเอง แล้วเข้าใจไปว่าร่างกายคงหายดีแล้ว แต่ในความเป็นจริง โรคนี้มีความน่ากลัวแฝงอยู่ตรงที่อาการสามารถหายไปได้เองในบางช่วง ทำให้หลายคนละเลยการรักษาอย่างถูกวิธี การเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพรวมถึงเรื่อง การติดเชื้อซิฟิลิสและการดำเนินโรคในระยะต่างๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะช่วยให้ตรวจเจอตั้งแต่เนิ่นๆ และรักษาได้ทันท่วงที

ซิฟิลิสระยะแรกเริ่ม: แผลริมแข็งที่ไม่เจ็บ แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องระวัง

หลังจากได้รับเชื้อแบคทีเรียทรีโพนีมา พัลลิดุม (Treponema pallidum) ผ่านทางเพศสัมพันธ์หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งโดยตรง ประมาณ 3-4 สัปดาห์ ร่างกายจะเริ่มแสดงอาการแรกเริ่มออกมา จุดเด่นของระยะนี้คือการเกิดแผลริมแข็ง ซึ่งมักจะเป็นแผลเดี่ยว ขอบเรียบ แข็ง และที่สำคัญคือไม่มีอาการเจ็บเลย แผลนี้จะขึ้นบริเวณที่ได้รับเชื้อ เช่น อวัยวะเพศ ช่องคลอด ทวารหนัก หรือแม้กระทั่งในช่องปาก

ความน่ากลัวของระยะนี้คือ แผลดังกล่าวสามารถตกสะเก็ดและหายไปได้เองภายใน 3-6 สัปดาห์ แม้จะไม่ได้รับการรักษาก็ตาม ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าร่างกายหายดีแล้ว ทั้งที่จริงแล้วเชื้อแบคทีเรียยังคงแบ่งตัวและกระจายเข้าสู่กระแสเลือดอย่างเงียบๆ เพื่อเตรียมเข้าสู่ระยะถัดไป

ซิฟิลิสระยะที่สอง: เมื่อเชื้อกระจายทั่วร่าง จนเกิดผื่นกุหลาบและอาการคล้ายไข้หวัด

หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา เชื้อจะเริ่มกระจายไปตามระบบหมุนเวียนเลือดและระบบน้ำเหลืองทั่วร่างกาย ทำให้เข้าสู่ระยะที่สอง ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังแผลริมแข็งหายไปแล้วหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน อาการเด่นในระยะนี้ที่ตรวจพบได้บ่อยมีดังนี้

  • ผื่นสีกุหลาบ: เป็นผื่นแดงหรือชมพูอ่อน ไม่คัน มักกระจายทั่วตัว และมีลักษณะเฉพาะคือพบที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า ซึ่งต่างจากผื่นผิวหนังทั่วไป
  • อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่: มีไข้ต่ำ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว และเจ็บคอ
  • ต่อมน้ำเหลืองโต: พบได้หลายตำแหน่งทั่วร่างกาย เช่น ขาหนีบ คอ หรือรักแร้
  • ผมร่วงเป็นหย่อม: มีลักษณะผมบางลงคล้ายโดนแมลงแทะ
  • แผลในปากหรืออวัยวะเพศ: มีลักษณะเป็นแผ่นขาวหรือแผลตื้นที่เยื่อบุผิว

เช่นเดียวกับระยะแรก อาการในระยะที่สองนี้ก็สามารถค่อยๆ หายไปได้เองเช่นกัน แม้จะไม่ได้กินยาหรือฉีดยาฆ่าเชื้อ ซึ่งจะนำพาเข้าสู่ระยะถัดไปที่เงียบเชียบที่สุดจนน่ากังวล

ซิฟิลิสระยะสงบ: ช่วงเวลาเงียบงันที่ไม่มีอาการ แต่เชื้อร้ายยังคงซ่อนตัวอยู่

ระยะสงบเป็นช่วงที่ร่างกายไม่มีอาการแสดงภายนอกให้เห็นเลย ร่างกายดูแข็งแรงดีทุกอย่าง แต่หากทำการเจาะเลือดตรวจหาซิฟิลิส จะยังคงพบผลบวกอย่างชัดเจน ระยะนี้แบ่งออกเป็นสองช่วงตามระยะเวลาของการติดเชื้อ

ระยะสงบช่วงต้น

คือช่วงที่ติดเชื้อมายังไม่เกิน 1 ปี ในระยะนี้ผู้ป่วยอาจจะยังมีโอกาสแพร่เชื้อให้คู่นอนได้อยู่ผ่านทางการสัมผัสสารคัดหลั่งหรือบาดแผลเล็กๆ ที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ

ระยะสงบช่วงปลาย

คือช่วงที่ติดเชื้อมานานเกิน 1 ปีขึ้นไป ในระยะนี้อัตราการแพร่เชื้อให้ผู้อื่นทางเพศสัมพันธ์จะลดลงมาก แต่อย่างไรก็ตาม เชื้อยังสามารถส่งผ่านจากแม่สู่ลูกในครรภ์ได้ตลอดเวลา และเชื้อที่ซ่อนอยู่จะค่อยๆ ทำลายอวัยวะภายในอย่างช้าๆ โดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ

ซิฟิลิสระยะท้าย: มหันตภัยร้ายที่เข้าทำลายสมอง หัวใจ และอวัยวะภายในอย่างถาวร

หากปล่อยให้เชื้อดำเนินโรคไปเรื่อยๆ นานหลายปี บางรายอาจนานถึง 10-30 ปี โดยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เชื้อจะเข้าสู่ระยะท้ายหรือระยะที่สาม ซึ่งเป็นระยะที่อันตรายถึงชีวิต เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียได้เข้าไปทำลายอวัยวะสำคัญภายในร่างกายอย่างรุนแรง โดยแสดงอาการในหลายรูปแบบ เช่น

  • ปุ่มสิ่งงอกซิฟิลิส: เกิดเนื้อตายหรือแผลเปื่อยเรื้อรังตามผิวหนัง กระดูก หรืออวัยวะภายใน
  • ผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด: เชื้อเข้าทำลายหลอดเลือดแดงใหญ่ ส่งผลให้เกิดหลอดเลือดโป่งพองหรือลิ้นหัวใจรั่ว ซึ่งเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
  • ซิฟิลิสระบบประสาท: เชื้อลุกลามเข้าสู่สมองและไขสันหลัง ทำให้สูญเสียการทรงตัว ความจำเสื่อม พฤติกรรมเปลี่ยน อัมพาต หรือตาบอดสนิท

วิธีตรวจวินิจฉัยและขั้นตอนการรักษาเพื่อกำจัดเชื้อให้หมดไป

โรคซิฟิลิสสามารถรักษาให้หายขาดได้ง่ายหากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกๆ โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวินิจฉัยจะแบ่งออกเป็นสองขั้นตอนหลัก คือการตรวจคัดกรองเบื้องต้น เช่น การตรวจ VDRL หรือ RPR ร่วมกับการตรวจยืนยันเฉพาะเจาะจงอย่าง TPHA หรือ TP-PA เพื่อป้องกันผลบวกลวงจากภาวะอื่น

สำหรับการรักษา ยาหลักที่ใช้และได้ผลดีที่สุดคือ ยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนนิซิลินชนิดฉีด โดยแพทย์จะประเมินระยะของโรคเพื่อกำหนดปริมาณยาและจำนวนครั้งในการฉีดอย่างเหมาะสม ตัวอย่างเช่น หากเป็นระยะแรกหรือระยะที่สอง อาจใช้การฉีดยาเพียงเข็มเดียว แต่หากตรวจพบในระยะสงบช่วงปลายหรือระยะท้าย อาจจำเป็นต้องฉีดยาสัปดาห์ละครั้งต่อเนื่องกันเป็นเวลา 3 สัปดาห์ สิ่งสำคัญคือหลังจากรักษาครบแล้ว จะต้องกลับมาเจาะเลือดติดตามผลตามที่แพทย์นัดอย่างเคร่งครัด เพื่อดูระดับภูมิคุ้มกันว่าลดลงจนอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย

หากมีความกังวลใจ หรือเคยมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน แนะนำให้เข้ารับการตรวจเลือดแต่เนิ่นๆ อย่ารอให้มีอาการแสดงออกมา เพราะการตรวจเจอเร็วหมายถึงการรักษาที่ง่าย ปลอดภัย และป้องกันความเสียหายถาวรที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down