ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อได้ยินว่าลูกน้อยแรกคลอดต้องเข้ารักษาตัวในหออภิบาลทารกแรกเกิดวิกฤต หรือห้อง NICU หัวอกของคนเป็นพ่อแม่ย่อมเต็มไปด้วยความกังวลใจ นอกเหนือจากอาการเจ็บป่วยดั้งเดิมของลูกแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่สร้างความห่วงใยไม่แพ้กันคือเรื่องของความปลอดภัยจากการติดเชื้อซ้ำซ้อน เนื่องจากร่างกายของเด็กๆ กลุ่มนี้ยังมีภูมิคุ้มกันต่ำมาก การดูแลทารกในห้อง NICU จึงต้องมีความละเอียดอ่อนและเข้มงวดเป็นพิเศษในทุกรายละเอียด

ทำไมทารกแรกเกิดในห้องไอซียู ถึงไวต่อการติดเชื้อได้ง่ายกว่าปกติ

ทารกแรกเกิด โดยเฉพาะกลุ่มที่คลอดก่อนกำหนด หรือกลุ่มที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์ มักจะมีระบบภูมิคุ้มกันที่ยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ ผิวหนังที่เปรียบเสมือนเกราะป้องกันด่านแรกก็ยังบางและบอบช้ำง่าย ยิ่งไปกว่านั้น ทารกหลายคนจำเป็นต้องใส่สายยาง อุปกรณ์ช่วยหายใจ หรือสายน้ำเกลือเพื่อช่วยชีวิต อุปกรณ์ทางการแพทย์เหล่านี้แม้จะมีความจำเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นช่องทางที่ทำให้เชื้อโรคจากภายนอกเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น

ด้วยเหตุนี้ การป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายของทารก หรือป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายจากทารกคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง จึงเป็นภารกิจสำคัญอันดับต้นๆ ของทีมแพทย์และพยาบาลในห้อง NICU และนี่คือที่มาของการกำหนด มาตรการแยกกักโรคเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อที่เป็นระบบและได้มาตรฐานสากล

เจาะลึกวิธีการแยกกักโรคในห้อง NICU: หมอและพี่พยาบาลเขาทำกันอย่างไร

หลายคนอาจสงสัยว่า ในพื้นที่จำกัดที่มีทารกอยู่ร่วมกันหลายคน ทีมแพทย์และพยาบาลมีวิธีป้องกันการแพร่เชื้ออย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด หลักการสำคัญคือการประเมินและแยกประเภทการดูแลตามลักษณะของเชื้อและการแพร่กระจาย ดังนี้

การแยกกักโรคตามช่องทางการสัมผัส (Contact Isolation)

วิธีนี้ใช้สำหรับทารกที่มีการติดเชื้อที่สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรง เช่น เชื้อดื้อยาบางชนิด หรือโรคผิวหนังบางประเภท โดยรอบเตียงของทารกจะมีป้ายสัญลักษณ์เตือนอย่างชัดเจน ทุกคนที่จะเข้าไปดูแลเด็กจะต้องสวมเสื้อกาวน์พลาสติกและถุงมือทุกครั้ง และต้องถอดทิ้งทันทีพร้อมล้างมือก่อนจะไปดูแลทารกเตียงอื่น

การแยกกักโรคตามช่องทางละอองฝอย (Droplets Isolation)

เมื่อทารกมีอาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจที่สามารถแพร่กระจายผ่านละอองน้ำมูกน้ำลายจากการไอหรือจาม เช่น เชื้อไวรัส RSV หรือไข้หวัดใหญ่ ทีมแพทย์จะใช้มาตรการนี้ โดยเพิ่มการสวมหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ และพยายามจัดเตียงของทารกให้อยู่ห่างจากเตียงอื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร หรือแยกห้องเดี่ยวหากสามารถทำได้

การแยกกักโรคทางอากาศ (Airborne Isolation)

สำหรับเชื้อโรคขนาดเล็กมากที่สามารถลอยอยู่ในอากาศได้เป็นเวลานาน เช่น วัณโรค หรืออีสุกอีใส ทารกจำเป็นต้องได้รับการดูแลในห้องความดันลบ (Negative Pressure Room) เพื่อไม่ให้อากาศภายในห้องไหลออกไปสู่พื้นที่ส่วนกลาง และบุคลากรทางการแพทย์ต้องสวมหน้ากาก N95 ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน

เบื้องหลังความปลอดภัย: วินัยและการป้องกันตัวเองของทีมแพทย์พยาบาล

นอกเหนือจากการแยกประเภทคนไข้แล้ว สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการควบคุมโรคคือพฤติกรรมของบุคลากรทางการแพทย์ เพราะมือของเจ้าหน้าที่คือสะพานเชื่อมที่อาจนำพาเชื้อโรคไปสู่คนไข้รายอื่นได้ง่ายที่สุด

ในหออภิบาลทารกแรกเกิดวิกฤต ทีมงานทุกคนต้องยึดหลักการล้างมืออย่างเคร่งครัดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนสัมผัสตัวทารก หลังทำหัตถการ ไปจนถึงหลังสัมผัสสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก นอกจากนี้ อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เช่น หูฟังแพทย์ หรือเครื่องวัดอุณหภูมิ จะต้องแยกใช้เป็นรายบุคคล ไม่มีการนำไปใช้ปะปนกันโดยเด็ดขาด หากจำเป็นต้องใช้ร่วมกันก็ต้องผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อตามมาตรฐานทุกครั้ง

คุณพ่อคุณแม่ช่วยปกป้องลูกรักได้อย่างไร เมื่อต้องเข้าไปเยี่ยมในห้องวิกฤต

ความรักและความใกล้ชิดจากพ่อแม่คือยาขนานเอกที่ช่วยให้ทารกฟื้นตัวได้เร็วขึ้น แต่ขณะเดียวกัน พ่อแม่ก็ต้องเป็นด่านหน้าในการช่วยปกป้องลูกน้อยจากการติดเชื้อด้วยเช่นกัน เมื่อต้องเข้าไปเยี่ยมเจ้าตัวเล็กในห้อง NICU ขอแนะนำให้ปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

  • ประเมินสุขภาพตนเองก่อนเข้าเยี่ยมทุกครั้ง: หากคุณพ่อคุณแม่มีอาการไอ จาม มีไข้ เจ็บคอ หรือมีแผลพุพองที่ผิวหนัง ควรรอให้หายดีเสียก่อน หรือแจ้งพยาบาลเจ้าหน้าที่ทันที เพราะเชื้อโรคธรรมดาสำหรับผู้ใหญ่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตสำหรับทารกแรกเกิดได้
  • ทำความสะอาดร่างกายและแต่งกายให้เหมาะสม: ควรสวมเสื้อผ้าที่สะอาด งดการสวมเครื่องประดับ เช่น แหวน นาฬิกา หรือกำไลข้อมือ เนื่องจากสิ่งเหล่านี้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่ล้างออกยาก และต้องสวมเสื้อกาวน์สะอาดที่ทางโรงพยาบาลจัดเตรียมไว้ให้
  • ล้างมืออย่างถูกวิธีจนขึ้นใจ: ก่อนจะก้าวเท้าเข้าสู่พื้นที่ NICU และก่อนจะสัมผัสตัวลูก ต้องล้างมือด้วยสบู่ฆ่าเชื้อและน้ำสะอาดนานอย่างน้อย 15-20 วินาที โดยถูให้ทั่วทั้งฝ่ามือ หลังมือ ซอกนิ้ว และข้อมือ จากนั้นใช้เจลแอลกอฮอล์ซ้ำอีกครั้ง
  • ปฏิบัติตามป้ายเตือนและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด: หากเตียงของลูกน้อยมีป้ายระบุมาตรการป้องกันพิเศษ อย่าลังเลที่จะสอบถามเจ้าหน้าที่ถึงข้อควรปฏิบัติ เพื่อให้เราสามารถเข้าไปกอดและสัมผัสเขาได้อย่างปลอดภัยที่สุด

การเห็นลูกรักต้องแยกกักตัวอยู่ในตู้อบหรือห้องเฉพาะอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกบีบหัวใจ แต่ขอให้มั่นใจว่ากระบวนการทั้งหมดนี้ทำขึ้นเพื่อโอบอุ้มและปกป้องชีวิตดวงน้อยๆ ให้ปลอดภัยที่สุด จนกว่าร่างกายของเขาจะแข็งแรงพอที่จะกลับมาสู่อ้อมกอดของคุณพ่อคุณแม่ที่บ้านได้อย่างปลอดภัย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down