ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนอาจเคยผ่านอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ที่ดวงตามาบ้าง เช่น ลูกขนไก่กระแทกตา โดนกิ่งไม้เกี่ยวเบาๆ สุนัขที่บ้านกระโดดชน หรือแม้แต่สายรัดของดีดใส่หน้า พอล้างหน้าล้างตาแล้วหยอดตาประคองอาการไปสักพัก พอตาหายแดง หายปวด ก็คิดว่าทุกอย่างปลอดภัยและกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ แต่ในความเป็นจริง บาดแผลภายนอกที่ดูเหมือนหายดีแล้ว อาจทิ้งรอยแผลเป็นและความเสียหายไว้ภายในระบบระบายน้ำตา นำไปสู่การเกิด โรคต้อหินจากอุบัติเหตุและการบาดเจ็บที่ดวงตา ที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาทำลายเส้นประสาทตาอย่างช้าๆ โดยไม่รู้ตัว

ทำไมแรงกระแทกเพียงครั้งเดียว ถึงกลายเป็นต้นเหตุของโรคต้อหิน?

ดวงตาของคนเราเปรียบเสมือนลูกบอลกลมๆ ที่มีน้ำหล่อเลี้ยงไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา โดยธรรมชาติแล้ว ร่างกายจะสร้างน้ำหล่อเลี้ยงลูกตาขึ้นมาหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อต่างๆ และไหลระบายออกทางท่อนำน้ำตาขนาดเล็กบริเวณมุมตา หากระบบสร้างและระบบระบายน้ำทำงานได้อย่างสมดุล ความดันภายในลูกตาก็จะอยู่ในเกณฑ์ปกติ

เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือแรงกระแทกที่ดวงตาอย่างรุนแรง โครงสร้างภายในดวงตาจะถูกอัดบีบอย่างกะทันหัน ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บในระบบระบายน้ำตาได้สองรูปแบบหลัก:

  • ท่อระบายน้ำตาอุดตันจากเศษเลือดและเซลล์อักเสบ: แรงกระแทกอาจทำให้เส้นเลือดภายในลูกตาฉีกขาดจนเกิดเลือดออกในช่องหน้าลูกตา เศษเม็ดเลือดแดงและเซลล์อักเสบเหล่านี้จะลอยไปอุดตันตะแกรงระบายน้ำตา ทำให้น้ำระบายออกไม่ได้ ความดันตาจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • โครงสร้างมุมตาฉีกขาดลึก (Angle Recession): เป็นภาวะที่เนื้อเยื่อบริเวณมุมตาฉีกขาดจากแรงกระแทก แม้ว่าเลือดจะหยุดไหลและแผลภายนอกจะหายดีแล้ว แต่เนื้อเยื่อที่ฉีกขาดจะค่อยๆ กลายเป็นพังผืดและแผลเป็นเหนียวเหนอะหนะ เข้าไปอุดกั้นช่องระบายน้ำตาอย่างถาวรในระยะยาว

ต้อหินจากอุบัติเหตุ: ภัยเงียบที่แบ่งตัวออกเป็น 2 ระยะ

โรคต้อหินจากอุบัติเหตุและการบาดเจ็บที่ดวงตา ไม่ได้แสดงอาการน่ากลัวทันทีเสมอไป แพทย์มักจะแบ่งลักษณะการเกิดโรคออกเป็นสองระยะตามช่วงเวลาที่เกิดเหตุ

1. ระยะเฉียบพลัน (เกิดขึ้นทันทีหรือภายในไม่กี่สัปดาห์หลังบาดเจ็บ)

มักเกิดจากการมีเลือดออกในช่องม่านตา หรือเกิดการอักเสบอย่างรุนแรงภายในลูกตาหลังโดนกระแทก คนไข้จะมีความดันตาสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเฉียบพลัน จนมีอาการปวดตาอย่างรุนแรง ตาพร่ามัว และเห็นวงแสงสีรุ้งรอบดวงไฟ

2. ระยะเรื้อรัง (แฝงตัวนานหลายเดือนจนถึงหลายสิบปี)

นี่คือกลุ่มที่น่ากลัวที่สุด เพราะหลังจากอุบัติเหตุผ่านไปหลายปี คนไข้แทบจะลืมไปแล้วว่าเคยเจ็บตา โครงสร้างมุมตาที่เสียหายจะค่อยๆ เสื่อมลงและระบายน้ำตาได้น้อยลงทีละนิด ความดันตาจะค่อยๆ ไต่ระดับสูงขึ้นอย่างช้าๆ โดยไม่มีอาการปวดตาเลยแม้แต่น้อย แต่เส้นประสาทตาจะถูกกดทับจนค่อยๆ ฝ่อตัวลง มารู้ตัวอีกทีลานสายตาก็แคบลงจนมองไม่เห็นด้านข้างเสียแล้ว

อาการแบบไหนหลังดวงตาโดนกระแทก ที่ส่งสัญญาณว่าความดันตากำลังพุ่งสูง

หลังจากดวงตาได้รับแรงกระแทก หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น ควรรีบไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวัดความดันตาทันที ไม่ควรนอนพักเพื่อรอดูอาการเองที่บ้าน:

  • อาการปวดตารุนแรงจนลามไปถึงกระบอกตาหรือขมับข้างที่โดนกระแทก
  • ตาพร่ามัวลงอย่างกะทันหัน หรือมองเห็นภาพเป็นหมอกฝ้า
  • เห็นวงสีรุ้งรอบดวงไฟเวลากลางคืน
  • ตาแดง มีน้ำตาไหลตลอดเวลา และสู้แสงแดดไม่ได้
  • มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ร่วมกับอาการปวดกระบอกตา

ขั้นตอนการรักษาเมื่อตรวจพบโรคต้อหินจากการบาดเจ็บ

เป้าหมายหลักของการรักษาโรคต้อหินประเภทนี้คือการลดความดันลูกตาให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นประสาทตาถูกทำลายไปมากกว่าเดิม โดยแพทย์จะพิจารณาการรักษาตามความรุนแรงของโรค:

การใช้ยาลดความดันตา

แพทย์มักจะเริ่มต้นด้วยการใช้น้ำยาหยอดตาหรือยารับประทานเพื่อลดการสร้างน้ำหล่อเลี้ยงลูกตา และช่วยเพิ่มการระบายน้ำตาออก ซึ่งคนไข้จำเป็นต้องหยอดยาอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

การรักษาด้วยเลเซอร์และการผ่าตัด

ในรายที่โครงสร้างมุมตาเสียหายมากจนการหยอดยาเอาไม่อยู่ แพทย์อาจต้องใช้เลเซอร์เพื่อช่วยเปิดช่องระบายน้ำตา หรือทำการผ่าตัดสร้างทางระบายน้ำตาใหม่ (Trabeculectomy) หรือใส่ท่อระบายน้ำตาเทียมเพื่อประคับประคองความดันตาให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

เจ็บตาครั้งเดียว ต้องดูแลกันไปตลอดชีวิตจริงหรือ?

คำตอบคือ ใช่ สำหรับใครก็ตามที่เคยมีประวัติอุบัติเหตุรุนแรงที่ดวงตา เช่น ตาบวมช้ำ เลือดออกในตา หรือเบ้าตาแตก แม้ว่าการมองเห็นจะกลับมาเป็นปกติและไม่มีอาการใดๆ หลงเหลืออยู่แล้ว การเข้ารับการตรวจสุขภาพตากับจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละครั้งคือสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะต้อหินระยะเรื้อรังจากอุบัติเหตุสามารถปรากฏตัวขึ้นหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว 5 ปี 10 ปี หรือแม้แต่ 20 ปี

การป้องกันที่ดีที่สุดเริ่มจากการใส่แว่นตาป้องกันภัย (Goggles) ทุกครั้งที่ต้องทำงานกับเครื่องจักร ทำสวน หรือเล่นกีฬาที่มีแรงกระแทกสูง เช่น สควอช แบดมินตัน หรือบีบีกัน และหากโชคร้ายเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว การตรวจติดตามอาการอย่างต่อเนื่องกับจักษุแพทย์คือสิ่งเดียวที่จะช่วยปกป้องดวงตาคู่สำคัญให้สามารถมองเห็นโลกใบนี้ได้อย่างยาวนาน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down