ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เช็กตัวเองด่วน: เรากำลังเข้าข่ายภาวะติดจอจนเสียสุขภาพหรือเปล่า

หลายคนมักบ่นกับหมอที่คลินิกว่า ทำไมช่วงนี้ถึงปวดต้นคอเรื้อรัง นอนไม่หลับ หรือรู้สึกไม่มีสมาธิเหมือนแต่ก่อน ทั้งที่ไม่ได้ทำงานหนักอะไรเป็นพิเศษ พอได้พูดคุยกันจริงๆ คำตอบที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือการใช้เวลาไปกับสมาร์ทโฟนหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์เกินวันละหลายชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว ภาวะติดจอไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่มันคือปัญหาสุขภาพที่สะสมและส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งร่างกายและจิตใจของเราในระยะยาว

ผลกระทบจากการใช้สื่อดิจิทัลและภาวะติดจอที่ส่งผลต่อร่างกายโดยตรง

ร่างกายมนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้นั่งแช่ท่าเดิมอยู่หน้าจอนานๆ ผลเสียที่ตามมาจึงมักแสดงออกผ่านอาการออฟฟิศซินโดรมและปัญหาสายตาที่แก้ไขได้ยากขึ้นหากปล่อยไว้นาน

  • อาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูก: การก้มคอเล่นมือถือหรือนั่งหลังค่อมหน้าคอมพิวเตอร์นานเกินไป ทำให้เกิดอาการปวดตึงบริเวณคอ บ่า ไหล่ และหลังอย่างรุนแรง รวมถึงอาการนิ้วล็อกจากการเลื่อนหน้าจอซ้ำๆ
  • สุขภาพดวงตาเสื่อมถอย: แสงสีฟ้าจากหน้าจอทำให้ดวงตาต้องทำงานหนัก ส่งผลให้เกิดอาการตาแห้ง ระคายเคือง มองเห็นภาพเบลอ และอาจทำให้สายตาสั้นหรือยาวผิดปกติได้เร็วขึ้น
  • คุณภาพการนอนหลับแย่ลง: การไถฟีดหรืออ่านข่าวสารก่อนนอนยับยั้งการหลั่งเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยในการนอนหลับ ทำให้ร่างกายตื่นตัวและวงจรการนอนรวนไปหมด

เมื่อหน้าจอเริ่มควบคุมอารมณ์และจิตใจของเรา

นอกจากร่างกายแล้ว สมองของเราก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน การเสพติดข้อมูลข่าวสารหรือความบันเทิงแบบฉับไวจากหน้าจอทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า สมองล้า ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

  • สมาธิสั้นและจดจ่อไม่ได้นาน: ข้อมูลที่ไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วทำให้สมองคุ้นชินกับการสลับความสนใจบ่อยๆ ส่งผลให้ความสามารถในการจดจ่อกับงานตรงหน้าลดลง
  • ความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า: การเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับภาพความสำเร็จในโซเชียลมีเดีย รวมถึงการได้รับข้อมูลลบๆ ตลอดเวลา กระตุ้นให้เกิดความเครียดสะสมและความรู้สึกด้อยค่าในตัวเอง

วิธีปรับพฤติกรรมเพื่อคืนสมดุลให้ชีวิตห่างไกลภาวะติดจอ

หมอไม่ได้บอกให้ทุกคนเลิกใช้เทคโนโลยี เพราะในโลกยุคนี้มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่หัวใจสำคัญคือการใช้งานอย่างมีสติและรู้ขีดจำกัดของตัวเอง

  • กฎ 20-20-20 เพื่อถนอมสายตา: ทุกๆ 20 นาทีที่ใช้หน้าจอ ให้พักสายตาไปมองสิ่งที่อยู่ห่างออกไป 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที เพื่อลดภาระของกล้ามเนื้อตา
  • กำหนดเวลา Digital Detox: ลองวางโทรศัพท์ให้ห่างตัวอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนนอน หรือกำหนดช่วงเวลาในวันหยุดที่ไม่แตะหน้าจอเลย เพื่อให้สมองและร่างกายได้พักผ่อนอย่างแท้จริง
  • เปลี่ยนกิจกรรมยามว่าง: หันไปหากิจกรรมที่ไม่ได้ใช้หน้าจอ เช่น อ่านหนังสือเล่ม ออกกำลังกาย หรือพบปะผู้คนในชีวิตจริง เพื่อลดการพึ่งพาความสุขจากโลกดิจิทัลเพียงอย่างเดียว

การปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยในแต่ละวันจะช่วยลดผลกระทบจากการใช้สื่อดิจิทัลและภาวะติดจอได้อย่างเห็นผล เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้เพื่อให้สุขภาพกายและใจกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down