ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หน้าจอที่วางไม่ลง: สัญญาณเตือนว่าเรากำลังเข้าสู่ภาวะติดจอ

หลายคนมักเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการคว้าสมาร์ทโฟนขึ้นมาเช็กแจ้งเตือนก่อนลุกจากเตียง และจบวันด้วยการไถฟีดโซเชียลมีเดียจนดึกดื่น พฤติกรรมเหล่านี้ดูเหมือนเป็นเรื่องปกติของยุคสมัย แต่เมื่อไหร่ที่เรารู้สึกกระวนกระวายเมื่อห่างจากหน้าจอ หรือเริ่มเสียสมาธิในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน นั่นอาจเป็นสัญญาณของภาวะติดจอ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของความเคยชิน แต่มันคือการปรับเปลี่ยนระบบการทำงานของสมองผ่านสารเคมีที่ชื่อว่าโดปามีน

ผลกระทบจากการใช้สื่อดิจิทัลและภาวะติดจอต่อสายตาและร่างกาย

ร่างกายมนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้นั่งจ้องหน้าจอติดต่อกันนานหลายชั่วโมง ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือปัญหาทางกายภาพที่ค่อยๆ สะสมจนกลายเป็นโรคเรื้อรัง:

  • อาการตาล้าและตาแห้ง: การเพ่งมองหน้าจอนานๆ ทำให้เรากระพริบตาน้อยลง ส่งผลให้เยื่อบุตาอักเสบและเกิดภาวะสายตาสั้นเทียมได้ง่าย
  • ออฟฟิศซินโดรม: การก้มหน้าหรือวางท่าทางที่ไม่เหมาะสมขณะใช้งานอุปกรณ์สื่อสาร เป็นสาเหตุหลักของอาการปวดคอ บ่า ไหล่ และหลังเรื้อรัง
  • ปัญหาการนอนหลับ: แสงสีฟ้าจากหน้าจอยับยั้งการหลั่งเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกง่วง ทำให้หลับยากขึ้นและคุณภาพการนอนลดลง

เมื่อสมองล้าเพราะโลกออนไลน์: ผลกระทบด้านจิตใจและอารมณ์

นอกจากร่างกายแล้ว จิตใจของเรายังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการเสพข้อมูลจำนวนมหาศาลตลอดเวลา:

สมาธิสั้นลงและความจำลดประสิทธิภาพ

การรับข้อมูลที่รวดเร็วและสลับไปมาบนหน้าจอ ทำให้สมองสูญเสียความสามารถในการจดจ่อกับงานใดงานหนึ่งเป็นเวลานาน ส่งผลให้ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ลึกซึ้ง (Deep Work) ลดน้อยลง

ความเครียดและภาวะวิตกกังวลจากการเปรียบเทียบ

การเฝ้าดูชีวิตของผู้อื่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์มักนำไปสู่การเปรียบเทียบโดยไม่รู้ตัว ก่อให้เกิดความรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง หรือเกิดอาการกลัวการตกกระแส (FOMO) ซึ่งเป็นบ่อเกิดของความเครียดสะสมและภาวะซึมเศร้า

วิธีปรับสมดุลชีวิตดิจิทัลให้เป็นนายของเทคโนโลยี

เราไม่จำเป็นต้องเลิกใช้เทคโนโลยี แต่ต้องเปลี่ยนมาเป็นผู้ใช้งานที่มีสติมากขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบจากการใช้สื่อดิจิทัลและภาวะติดจอ

  • กฎ 20-20-20: ทุก 20 นาทีที่ใช้หน้าจอ ให้ละสายตาไปมองสิ่งที่อยู่ไกลออกไป 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที เพื่อพักกล้ามเนื้อตา
  • กำหนดช่วงเวลาปลอดหน้าจอ: สร้างพื้นที่ห้ามใช้โทรศัพท์ เช่น โต๊ะอาหาร หรือห้องนอนในช่วงหนึ่งชั่วโมงก่อนนอน เพื่อให้สมองได้พักและเตรียมตัวนอนหลับอย่างมีคุณภาพ
  • ปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น: เลือกรับเฉพาะแจ้งเตือนที่สำคัญ เพื่อลดการถูกดึงดูดความสนใจโดยไม่ตั้งใจ
  • ทำกิจกรรมออฟไลน์บ้าง: หางานอดิเรกที่ต้องลงมือทำจริง เช่น การอ่านหนังสือที่เป็นเล่ม ออกกำลังกาย หรือการทำอาหาร เพื่อดึงตัวเองกลับมาอยู่กับโลกแห่งความเป็นจริง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down