ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ก้มหน้ามองจอนานเกินไป ส่งผลเสียต่อร่างกายเราอย่างไรบ้าง

หลายคนอาจเคยรู้สึกว่าการนั่งไถหน้าจอมือถือหรือจ้องคอมพิวเตอร์ทำงานไปนานๆ ทำไมถึงรู้สึกเพลียกว่าปกติ ทั้งที่ไม่ได้ขยับตัวไปไหน แท้จริงแล้วพฤติกรรมนี้ส่งผลโดยตรงต่อทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดคอบ่าไหล่จากการนั่งผิดท่าไปจนถึงปัญหาดวงตาแห้งและล้าจากการเพ่งหน้าจอนานเกินไป การมองจอเป็นเวลานานยังไปรบกวนกลไกการทำงานของร่างกายในหลายระดับ ซึ่งหากปล่อยไว้เรื้อรังจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาวได้

เมื่อการนอนหลับมีปัญหาจากแสงสีฟ้า

ช่วงเวลาที่ควรพักผ่อนกลับกลายเป็นเวลาที่หลายคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กโซเชียลมีเดีย แสงสีฟ้าจากหน้าจอนั้นไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องตาเท่านั้น แต่ยังเข้าไปยับยั้งการหลั่งของเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกง่วงและพร้อมสำหรับการนอนหลับ ผลคือสมองยังคงตื่นตัวแม้เวลาจะล่วงเลยไปดึกดื่น ทำให้คุณภาพการนอนลดลง ตื่นมาไม่สดชื่น และส่งผลต่อเนื่องไปยังประสิทธิภาพการทำงานหรือการเรียนในวันถัดไป

ผลกระทบจากการใช้สื่อดิจิทัลและภาวะติดจอต่อสมาธิของเด็กและวัยรุ่น

ในกลุ่มคนอายุน้อย การรับข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วและเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็วบนหน้าจอ ส่งผลให้สมาธิในช่วงเวลาปกติสั้นลง การจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ยากขึ้น รวมถึงปัญหาทางอารมณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากการเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับผู้อื่นบนโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดความวิตกกังวลหรือความรู้สึกกดดันโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่คนรอบข้างต้องหมั่นสังเกตและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

เช็กสัญญาณเตือนว่าเราเริ่มเข้าสู่ภาวะติดจอหรือยัง

  • หงุดหงิดหรือกระวนกระวายใจเมื่อไม่ได้จับมือถือหรือเข้าถึงอินเทอร์เน็ต
  • ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอจนละเลยกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การกินอาหาร การออกกำลังกาย หรือการพูดคุยกับคนรอบข้าง
  • มักจะหยิบมือถือขึ้นมาดูบ่อยครั้งโดยไม่มีจุดประสงค์ที่ชัดเจน
  • มีอาการทางกาย เช่น ปวดหัว ปวดคอ หรือสายตาพร่ามัว แต่ยังคงพยายามใช้งานหน้าจอต่อไป

ปรับสมดุลใหม่ให้ชีวิตห่างไกลจากภาวะติดจอ

การแก้ไขไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกใช้เทคโนโลยีอย่างเด็ดขาด แต่คือการรู้จักบริหารเวลาให้เหมาะสม เริ่มจากการกำหนดช่วงเวลาปลอดหน้าจอ เช่น ในช่วงเวลาอาหารหรือก่อนเข้านอน 1 ชั่วโมง ลองเปลี่ยนจากการไถฟีดมาเป็นการอ่านหนังสือหรือพูดคุยกับคนในครอบครัวแทน การออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือออกกำลังกายจะช่วยให้สมองได้พักจากคลื่นข้อมูลมหาศาล และหากเริ่มรู้สึกว่าการใช้หน้าจอส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์หรือสุขภาพจิตใจอย่างรุนแรง การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาแนวทางปรับพฤติกรรมจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down