ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณแม่เคยสังเกตไหมว่าบางครั้งลูกน้อยเวลาหายใจดูเหมือนจะใช้แรงมากกว่าปกติ หรือเห็นบางจุดบนหน้าอกหรือลำคอลูกยุบลงไปในจังหวะที่หายใจเข้า? อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการที่เรียกว่า “อกบุ๋ม” ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าลูกน้อยกำลังมีภาวะหายใจลำบากขั้นรุนแรง และต้องการการดูแลจากคุณหมออย่างเร่งด่วนที่สุด

ในบทความนี้ หมอจะมาอธิบายให้คุณแม่เข้าใจถึงความหมายของอาการอกบุ๋ม สัญญาณอื่นๆ ที่ต้องสังเกต รวมถึงสิ่งที่ต้องทำเมื่อลูกน้อยมีอาการเหล่านี้ เพื่อให้คุณแม่ดูแลลูกได้อย่างทันท่วงทีและปลอดภัยที่สุดค่ะ

ลูกน้อยหายใจลำบาก? สังเกต 'อกบุ๋ม' ให้ดี...นี่คือความหมายที่ซ่อนอยู่

เวลาที่ลูกน้อยหายใจอย่างเป็นปกติ กล้ามเนื้อต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหายใจจะทำงานได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องออกแรงมาก แต่เมื่อไหร่ที่ทางเดินหายใจมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการอุดกั้น หรือมีอาการอักเสบ ทำให้การหายใจเข้าทำได้ยากขึ้น ร่างกายของลูกจะพยายามดึงอากาศเข้าปอดด้วยการใช้กล้ามเนื้อส่วนอื่นๆ เข้ามาช่วยในการหายใจมากขึ้นกว่าปกติ

'อกบุ๋ม' คืออะไร? ทำไมคุณแม่ต้องสังเกต?

คำว่า “อกบุ๋ม” หรือชื่อทางการแพทย์คือ “Chest Retractions” หมายถึงภาวะที่ผิวหนังบริเวณหน้าอกหรือลำคอของลูกน้อยยุบตัวลงไปในจังหวะที่หายใจเข้า ซึ่งเกิดจากการที่ลูกต้องใช้แรงในการหายใจเข้ามากผิดปกติ เพื่อให้ปอดขยายตัวและได้รับอากาศให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

เมื่อลูกหายใจเข้าอย่างรุนแรง ความดันภายในทรวงอกจะลดต่ำลงมากกว่าปกติ ทำให้เนื้อเยื่อส่วนที่อ่อนนุ่มบริเวณกระดูกซี่โครง กระดูกไหปลาร้า หรือช่องระหว่างซี่โครง ถูกดึงรั้งให้ยุบตัวลงไปตามแรงดึงนั้น อาการอกบุ๋มจึงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าการหายใจของลูกกำลังมีปัญหา และเสี่ยงต่อภาวะขาดออกซิเจนได้

ลองสังเกตลูกน้อยหายใจแบบนี้...สัญญาณชัดเจนว่าอกบุ๋มแล้วนะ

การสังเกตอาการอกบุ๋มทำได้ไม่ยาก คุณแม่สามารถถอดเสื้อผ้าลูกออก เพื่อให้เห็นบริเวณหน้าอกและลำคอได้ชัดเจน แล้วลองสังเกตดูว่ามีจุดไหนที่บุ๋มลงไปเวลาลูกหายใจเข้าบ้าง:

  • บุ๋มเหนือกระดูกไหปลาร้า (Supraclavicular Retractions): สังเกตได้บริเวณเหนือกระดูกไหปลาร้าทั้งสองข้าง
  • บุ๋มเหนือกระดูกอก (Suprasternal Retractions): สังเกตได้บริเวณรอยบุ๋มเล็กๆ ที่อยู่เหนือกระดูกหน้าอก
  • บุ๋มระหว่างซี่โครง (Intercostal Retractions): สังเกตได้บริเวณซี่โครงแต่ละซี่ จะเห็นผิวหนังยุบลงไปเป็นร่องๆ
  • บุ๋มใต้ลิ้นปี่ (Subcostal Retractions): สังเกตได้บริเวณใต้ชายโครง หรือตรงลิ้นปี่ จะเห็นบริเวณนั้นบุ๋มลงไป

ยิ่งเห็นจุดที่บุ๋มลงไปมากเท่าไหร่ และยิ่งบุ๋มลึกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงว่าลูกน้อยกำลังมีภาวะหายใจลำบากที่รุนแรงมากขึ้นเท่านั้นค่ะ

ทำไมลูกน้อยถึงหายใจลำบากจนอกบุ๋ม? เข้าใจกลไกร่างกายกัน

อาการอกบุ๋มเป็นผลมาจากการที่ทางเดินหายใจของลูกน้อยมีปัญหา ทำให้การแลกเปลี่ยนอากาศในปอดไม่เป็นไปตามปกติ สาเหตุหลักๆ มักเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ

โรคอะไรบ้างที่ทำให้ลูกน้อยหอบเหนื่อยและอกบุ๋มได้?

โรคที่พบบ่อยที่ทำให้เด็กๆ มีอาการหายใจลำบากจนอกบุ๋ม มักจะเป็นโรคที่ส่งผลต่อทางเดินหายใจส่วนล่าง หรือปอดโดยตรง ได้แก่:

  • หลอดลมฝอยอักเสบ (Bronchiolitis): เป็นการอักเสบของหลอดลมฝอยขนาดเล็กในปอด มักเกิดจากเชื้อไวรัส RSV พบบ่อยในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปี
  • ปอดอักเสบ (Pneumonia): การอักเสบติดเชื้อในเนื้อปอด ทำให้การทำงานของปอดลดลง
  • หอบหืด (Asthma Attack): ในเด็กที่มีภาวะหลอดลมหดเกร็งเมื่อเจอกับสิ่งกระตุ้น ทำให้หายใจลำบาก
  • ครูป (Croup): การอักเสบของกล่องเสียงและหลอดลม มักมีอาการเสียงแหบ ไอเสียงก้อง
  • สิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจ (Foreign Body Aspiration): เช่น การสำลักอาหาร ชิ้นส่วนของเล่นเข้าไปในหลอดลม ทำให้การหายใจติดขัด
  • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดบางชนิด: ที่ส่งผลต่อการทำงานของปอดหรือการไหลเวียนเลือด

ไม่ใช่แค่อกบุ๋ม! สัญญาณอันตรายอื่นๆ ที่ต้องรีบไปหาหมอให้ไวที่สุด

นอกจากอาการอกบุ๋มแล้ว ยังมีสัญญาณอื่นๆ ที่มักจะมาพร้อมกับการหายใจลำบาก และเป็นตัวบ่งชี้ว่าลูกน้อยกำลังต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน

ลูกหายใจเร็วแค่ไหนถึงเรียกว่าผิดปกติ?

การนับอัตราการหายใจของลูกเป็นสิ่งสำคัญ คุณแม่สามารถสังเกตการขึ้นลงของหน้าอกลูก แล้วนับจำนวนครั้งที่หายใจใน 1 นาที หากพบว่าลูกหายใจเร็วกว่าเกณฑ์ปกติสำหรับอายุนั้นๆ ก็ถือเป็นสัญญาณอันตรายได้

  • เด็กแรกเกิด - 2 เดือน: หายใจเกิน 60 ครั้งต่อนาที
  • เด็ก 2 เดือน - 1 ปี: หายใจเกิน 50 ครั้งต่อนาที
  • เด็ก 1 - 5 ปี: หายใจเกิน 40 ครั้งต่อนาที

ถ้าลูกมีไข้สูง การหายใจอาจเร็วขึ้นได้บ้าง แต่ถ้าหายใจเร็วจัด และมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ก็ไม่ควรรอช้าค่ะ

สังเกตอาการผิดปกติอื่นๆ ที่มาพร้อมกับการหอบเหนื่อย

  • ปีกจมูกบาน (Nasal Flaring): ลูกน้อยจะใช้กล้ามเนื้อรอบจมูกช่วยในการหายใจ ทำให้ปีกจมูกบานออกชัดเจนเวลาหายใจเข้า
  • เสียงหายใจผิดปกติ: เช่น มีเสียงครืดคราดในลำคอ (Grunting) คล้ายเสียงครางเบาๆ หรือมีเสียงหวีด (Wheezing) หรือเสียงหายใจเข้าลำบาก (Stridor)
  • ปากและเล็บเขียวคล้ำ (Cyanosis): เป็นสัญญาณของภาวะขาดออกซิเจนรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณริมฝีปาก เล็บมือ เล็บเท้า
  • ซึมลง ไม่เล่น ไม่ยอมดูดนม หรือดื่มน้ำ: ลูกน้อยจะอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ขาดความสนใจสิ่งรอบข้าง
  • อาการโคลงเคลงของศีรษะ (Head Bobbing): ในเด็กเล็กจะเห็นศีรษะโคลงตามจังหวะการหายใจ
  • อาการกระสับกระส่าย หรือตัวเกร็ง: ในบางรายอาจมีอาการชักร่วมด้วย
  • ไข้สูง: มักพบร่วมกับการติดเชื้อ

เมื่อเห็นลูกน้อยมีอาการอกบุ๋มหรือหอบเหนื่อย...คุณแม่ต้องทำอย่างไร?

สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ตั้งสติ” และ “รีบพาไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด” ค่ะ เพราะอาการเหล่านี้บ่งบอกถึงภาวะวิกฤติที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที

เตรียมตัวก่อนพาไปหาหมอ

  • ประเมินอาการลูกเบื้องต้น: จดจำหรือถ่ายคลิปสั้นๆ ของอาการหายใจลำบาก อกบุ๋ม เสียงหายใจ เพื่อให้ข้อมูลแก่คุณหมอได้อย่างถูกต้อง
  • หลีกเลี่ยงการปฐมพยาบาลที่ไม่ถูกต้อง: เช่น การเอาน้ำร้อนมาประคบ หรือให้ยาที่ไม่จำเป็น
  • รีบเดินทางไปโรงพยาบาล: ไม่ควรรอให้ลูกหลับหรือรอดูอาการ เพราะภาวะหายใจลำบากอาจแย่ลงอย่างรวดเร็ว

ที่โรงพยาบาลคุณหมอจะดูแลลูกน้อยอย่างไร?

เมื่อลูกไปถึงโรงพยาบาล คุณหมอจะรีบประเมินอาการและให้การรักษาเบื้องต้นอย่างรวดเร็ว เช่น:

  • ให้ออกซิเจน: เพื่อช่วยเพิ่มระดับออกซิเจนในเลือด
  • ให้ยาขยายหลอดลม: หากสงสัยว่าเป็นหอบหืด หรือหลอดลมหดเกร็ง
  • ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ: ในกรณีที่ลูกดื่มน้ำได้น้อย หรือมีภาวะขาดน้ำ
  • พิจารณาให้ยาปฏิชีวนะ: หากสงสัยว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • การรักษาแบบประคับประคอง: เช่น การดูดเสมหะ การให้ยาลดไข้
  • ตรวจเพิ่มเติม: เช่น เอกซเรย์ปอด, ตรวจเลือด, ตรวจหาเชื้อไวรัส เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด

ในบางกรณีที่อาการรุนแรงมาก ลูกอาจจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต หรืออาจต้องใส่ท่อช่วยหายใจ เพื่อให้ลูกได้รับอากาศที่เพียงพอ

ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้: ดูแลลูกน้อยให้ห่างไกลจากอาการหอบเหนื่อยรุนแรง

แม้ว่าบางโรคจะหลีกเลี่ยงได้ยาก แต่คุณแม่ก็สามารถดูแลลูกน้อยเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหอบเหนื่อยรุนแรงได้ค่ะ

  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามนัด: วัคซีนบางชนิดช่วยป้องกันโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่รุนแรงได้ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันโรคไอพีดี (IPD) วัคซีนโรคหัด
  • หลีกเลี่ยงพาเด็กไปในที่แออัด: โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของโรค
  • รักษาสุขอนามัยที่ดี: ล้างมือบ่อยๆ สอนลูกล้างมือ หลีกเลี่ยงการเอามือเข้าปาก
  • หลีกเลี่ยงควันบุหรี่: ควันบุหรี่เป็นสารก่อระคายเคืองที่ทำลายปอดและทางเดินหายใจของเด็กได้
  • เลี้ยงลูกด้วยนมแม่: นมแม่มีสารภูมิคุ้มกันที่ช่วยปกป้องลูกจากโรคติดเชื้อต่างๆ
  • สังเกตอาการลูกอย่างใกล้ชิด: หากลูกเริ่มมีอาการป่วย ควรรีบพาไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้อาการลุกลามรุนแรง

สรุปและย้ำเตือนคุณแม่

อาการหอบเหนื่อยจนอกบุ๋มในเด็กเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าลูกกำลังมีภาวะหายใจลำบากอย่างรุนแรง และต้องการการช่วยเหลือจากแพทย์อย่างเร่งด่วนที่สุด คุณแม่ไม่ควรรอช้า ไม่ควรคิดเอง หรือปฐมพยาบาลเองโดยไม่รู้สาเหตุ การพาไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุดคือสิ่งที่ดีที่สุดที่จะช่วยชีวิตและลดความรุนแรงของโรคได้

หมอขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ทุกคนนะคะ การดูแลลูกน้อยให้ปลอดภัยและมีสุขภาพดีเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down