ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมลูกถึงดูขี้กังวลกว่าปกติ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักจะพบว่าลูกวัยเตาะแตะหรือวัยอนุบาลเริ่มมีอาการติดตัวแจ ไม่ยอมห่างจากผู้ปกครอง หรือมีอาการตื่นตระหนกเมื่อต้องเข้าโรงเรียนวันแรก ความวิตกกังวลในเด็กและภาวะวิตกกังวลจากการแยกจากเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยตามพัฒนาการตามช่วงวัย แต่จุดที่ต้องสังเกตคือความกังวลนั้นรุนแรงจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือการเรียนรู้ของลูกหรือไม่

ความวิตกกังวลในเด็กที่พ่อแม่ควรรู้

เด็กแต่ละคนมีระดับความเปราะบางทางอารมณ์ไม่เท่ากัน บางคนอาจรู้สึกกังวลเรื่องการสอบ เรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อน หรือความคาดหวังจากคนรอบข้าง ซึ่งหากความกังวลนี้กลายเป็นความกลัวที่มากเกินจริงและเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานานจนเด็กไม่สามารถทำกิจกรรมที่ควรทำได้ นั่นอาจเป็นสัญญาณของความวิตกกังวลในเด็กที่ต้องอาศัยความเข้าใจและการดูแลที่ใกล้ชิดจากคนในครอบครัว

สัญญาณเตือนภาวะวิตกกังวลจากการแยกจากที่สังเกตได้

ภาวะวิตกกังวลจากการแยกจาก (Separation Anxiety) คือการที่เด็กมีความทุกข์ใจอย่างรุนแรงเมื่อต้องห่างจากบุคคลที่ตนเองผูกพันหรือผู้เลี้ยงดูหลัก โดยลักษณะเด่นที่มักพบ ได้แก่

  • ลูกมีอาการร้องไห้หนัก งอแงไม่ยอมไปโรงเรียนอย่างรุนแรงทุกครั้งที่มีการแยกจาก
  • ฝันร้ายเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่มีคนใกล้ชิดได้รับอันตรายหรือพลัดพราก
  • มีอาการทางกายร่วมด้วย เช่น ปวดท้อง ปวดหัว หรือคลื่นไส้บ่อยครั้งก่อนถึงเวลาต้องแยกจากกัน
  • มีความกังวลเกินควรว่าตัวเองจะได้รับอุบัติเหตุหรือหลงทางเมื่อไม่มีพ่อแม่อยู่ด้วย

วิธีช่วยลูกให้ก้าวผ่านความกังวลด้วยความเข้าใจ

การปรับพฤติกรรมในครอบครัวถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด พ่อแม่ควรลองใช้วิธีต่อไปนี้

  • สื่อสารให้ลูกมั่นใจเสมอว่าเราจะกลับมารับตามเวลาที่นัดหมายไว้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับเด็ก
  • สร้างกิจวัตรการส่งตัวที่รวดเร็วและมั่นคง ไม่ควรบอกลาแบบยืดเยื้อหรือแอบหนีไปเพราะจะยิ่งทำให้เด็กหวาดระแวงมากขึ้น
  • ยอมรับและรับฟังความรู้สึกของลูก โดยไม่ตำหนิหรือใช้คำพูดเปรียบเทียบว่าลูกขี้ขลาด
  • ฝึกให้ลูกค่อยๆ แยกห่างจากผู้ปกครองในระยะเวลาสั้นๆ ในสถานที่ที่เด็กคุ้นเคยและปลอดภัย

เมื่อไหร่ที่ควรพาลูกมาพบหมอ

หากลองปรับพฤติกรรมแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือพบว่าความกังวลของลูกเริ่มรุนแรงจนเด็กกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เริ่มปลีกตัวจากสังคมเพื่อนฝูง หรือมีพฤติกรรมที่ถดถอยไปกว่าวัย ควรปรึกษากุมารแพทย์หรือจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น เพื่อประเมินว่ามีภาวะวิตกกังวลที่จำเป็นต้องได้รับคำปรึกษาเชิงลึกหรือการบำบัดทางจิตวิทยาหรือไม่ เพราะการแก้ไขที่ตรงจุดจะช่วยให้ลูกเติบโตขึ้นอย่างมั่นใจและมีความสุขในระยะยาว

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down