ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ในคลินิกหมอมักเจอคุณพ่อคุณแม่พาลูกวัยอนุบาลหรือประถมต้นมาปรึกษาด้วยเรื่อง ลูกสมาธิสั้น เรียนไม่ทันเพื่อน หรือทำไมลูกตัวเล็กโตไม่ทันเพื่อนรุ่นเดียวกัน หลายครั้งพอนั่งคุยกันลึกๆ หมอพบว่าปัญหาไม่ได้เริ่มที่สมองหรือยีนโดยตรง แต่ซ่อนอยู่ใต้จมูกของเด็กๆ นั่นคือเสียงหายใจครืดคราด การนอนกรน หรือการต้องนอนอ้าปากหายใจอยู่ทุกค่ำคืนที่หลายคนมองข้ามไป

เมื่อลูกรักสมองตื้อ เรียนรู้ช้า เพราะสมองขาดออกซิเจนช่วงหลับลึก

การที่เด็กคนหนึ่งต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการดึงลมหายใจเข้าปอดทุกคืน ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการนอนหลับ ในช่วงที่นอนหลับลึก สมองควรได้รับการพักผ่อนและบันทึกความจำอย่างเต็มที่ แต่เมื่อทางเดินหายใจอุดกั้น ออกซิเจนในเลือดจะลดลง สมองจะสั่งการให้สะดุ้งตื่นเบาๆ ตลอดทั้งคืนเพื่อเอาชีวิตรอด แม้เด็กจะไม่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาจริงๆ แต่การหลับลึกจะถูกรบกวนอย่างรุนแรง

ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ ในวันรุ่งขึ้นเด็กจะอ่อนเพลีย สมาธิสั้น วอกแวกง่าย บางคนอาจแสดงออกด้วยพฤติกรรมก้าวร้าว ซน หรืออยู่ไม่นิ่ง ซึ่งคล้ายกับอาการสมาธิสั้นอย่างมาก ทั้งที่จริงแล้วสมองของพวกเขาแค่ขาดการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพจากการนอนหายใจติดขัดนั่นเอง

หน้าเปลี่ยน ฟันเหยิน เสียบุคลิก: ผลกระทบระยะยาวของภาวะหายใจเรื้อรังทางปาก

ลองจินตนาการถึงเด็กที่ต้องอ้าปากหายใจตลอดเวลาเพราะคัดจมูกเรื้อรัง ไม่ว่าจะจากโรคภูมิแพ้หรือต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์โต เมื่อปากต้องเปิดค้างไว้บ่อยๆ กล้ามเนื้อแก้มจะกดลงบนขากรรไกรบน ลิ้นที่เคยดันเพดานปากไว้ก็ตกลงมาอยู่ที่พื้นปาก ส่งผลให้เพดานปากแคบและสูงขึ้น ฟันบนยื่นเก ฟันล่างสบไม่สนิท และรูปหน้าจะค่อยๆ ยาวขึ้นอย่างผิดปกติ ทางการแพทย์เรียกรูปหน้าแบบนี้ว่า Adenoid Facies

นี่คือหนึ่งในผลกระทบระยะยาวของภาวะหายใจเรื้อรังที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดทางกายภาพ ซึ่งไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องความสวยงามหรือความมั่นใจของเด็กเท่านั้น แต่ยังทำให้ประสิทธิภาพการบดเคี้ยวอาหารลดลง และทำให้เกิดปัญหาสุขภาพช่องปากตามมาอีกมากมายเมื่อเติบโตขึ้น

ทำไมเด็กที่หายใจติดขัดเรื้อรัง มักจะตัวเล็กและโตช้ากว่าเพื่อน?

โกรทฮอร์โมนซึ่งเป็นฮอร์โมนหลักในการเจริญเติบโตจะหลั่งออกมามากที่สุดในช่วงที่เด็กหลับลึกสนิท หากเด็กๆ มีปัญหาเรื่องการหายใจติดขัดเรื้อรัง ร่างกายต้องดิ้นรนเพื่อหายใจเอาชีวิตรอดมากกว่าการเข้าสู่ช่วงหลับลึกที่สมบูรณ์ การหลั่งโกรทฮอร์โมนจึงลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ การที่ต้องใช้พลังงานและกล้ามเนื้อทรวงอกอย่างหนักในการช่วยหายใจตลอดทั้งคืน เปรียบเสมือนเด็กกำลังวิ่งมาราธอนขณะหลับ ร่างกายจึงเผาผลาญพลังงานไปอย่างมหาศาล ทำให้เด็กกลุ่มนี้มักจะมีน้ำหนักตัวน้อย ตัวเล็ก และเจริญเติบโตช้ากว่าเกณฑ์มาตรฐานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ต้องสังเกต และวิธีช่วยเหลือลูกรักอย่างทันท่วงที

หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตอาการของลูกขณะหลับอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ ควรรีบพาลูกมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและวางแผนรักษาอย่างถูกต้อง:

  • นอนกรนเสียงดัง หรือมีเสียงหายใจติดขัดสะดุดเป็นพักๆ
  • ชอบนอนหงายคอ นอนดิ้นเปลี่ยนท่าบ่อยๆ หรือนอนอ้าปากตลอดคืน
  • มีอาการปัสสาวะรดที่นอน ทั้งที่เลยวัยที่ควรจะควบคุมได้แล้ว
  • ตื่นนอนมาแล้วปากแห้ง ลมหายใจมีกลิ่น หรือดูงัวเงียไม่สดชื่นแจ่มใส

การแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น การรักษาโรคภูมิแพ้อย่างถูกวิธี การพ่นยาลดการอักเสบในโพรงจมูก หรือแม้กระทั่งการผ่าตัดเอาต่อมอะดีนอยด์และทอนซิลที่โตผิดปกติออก จะช่วยคืนลมหายใจที่สะอาด ปลอดโปร่ง และเปิดโอกาสให้สมองรวมถึงร่างกายของลูกกลับมาเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพอีกครั้ง อย่าปล่อยให้อาการหายใจติดขัดเล็กๆ น้อยๆ กลายเป็นอุปสรรคบดบังอนาคตและพัฒนาการรอบด้านของลูกรักในระยะยาว

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down