ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกพร้อมหรือยัง? ทำไมการรีบป้อนอาหารเสริมเร็วเกินไปถึงอันตราย

เวลาเห็นลูกน้อยเริ่มจ้องมองเวลาเรากินข้าว หลายคนมักคิดว่าลูกคงอยากกินแล้ว และเผลอหยิบกล้วบขยำหรือข้าวต้มป้อนให้ลูกกินก่อนวัยอันควร จริงๆ แล้วระบบย่อยอาหารและลำไส้ของเจ้าตัวเล็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ การเริ่มอาหารเสริมหรือการเปลี่ยนผ่านอาหารหรือการเริ่มต้นให้เร็วกว่าช่วงอายุที่เหมาะสม คือประมาณ 6 เดือน อาจสร้างภาระหนักให้ระบบย่อยและไตของเด็กโดยไม่จำเป็น

สัญญาณเตือนจากร่างกาย เมื่อระบบย่อยของลูกยังไม่พร้อมรับมือ

ระบบทางเดินอาหารของทารกในช่วงขวบปีแรกมีความเปราะบางมาก หากฝืนป้อนอาหารแข็งหรืออาหารเสริมเร็วเกินไป ร่างกายจะแสดงสัญญาณความผิดปกติออกมาให้เห็น เช่น ท้องอืด แน่นท้อง ร้องกวน อาเจียน หรือขับถ่ายผิดปกติ นอกจากการย่อยที่ยากแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงเรื่องการสำลักเพราะกลไกการกลืนยังประสานงานได้ไม่ดีพอ

ความเสี่ยงเรื่องภูมิแพ้ที่หลายคนมองข้าม

นอกจากเรื่องระบบย่อยแล้ว การเปลี่ยนผ่านอาหารหรือการเริ่มให้เร็วเกินไป (เช่น ก่อนอายุ 4 หรือ 6 เดือนตามคำแนะนำของกุมารแพทย์) ยังทำให้เยื่อบุลำไส้ที่ยังปิดตัวไม่สนิท ยอมให้โมเลกุลอาหารขนาดใหญ่เล็ดลอดเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดโรคภูมิแพ้ ภูมิแพ้อาหาร หรือผื่นผิวหนังอักเสบในระยะยาว

แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องสำหรับคุณพ่อคุณแม่ในการเริ่มมื้อแรกของลูก

การป้อนอาหารมื้อแรกควรเริ่มเมื่อลูกอายุครบ 6 เดือนเต็ม เนื่องจากช่วงเวลานี้ระบบน้ำย่อยในกระเพาะและลำไส้มีความพร้อมมากขึ้น คอและศีรษะของเด็กตั้งตรงแข็งแรงพอที่จะนั่งเก้าอี้ทานข้าวได้ โดยมีหลักปฏิบัติที่ปลอดภัยดังนี้

  • เริ่มต้นทีละน้อย ชิมทีละชนิด เพื่อสังเกตอาการแพ้
  • อาหารมื้อแรกควรมีลักษณะเหลวเนียนละเอียด เช่น ข้าวบดละเอียดผสมนมแม่
  • เว้นระยะเวลา 3 ถึง 5 วัน ก่อนเปลี่ยนวัตถุดิบใหม่ เพื่อดูปฏิกิริยาของร่างกายเด็ก
  • งดการปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล หรือผงชูรส เนื่องจากไตยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

อาการแบบไหนที่ควรพาเด็กไปพบแพทย์ทันที

หากหลังจากทดลองให้กินอาหารเสริมแล้ว ลูกมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น เช่น อาเจียนพุ่ง ผื่นลมพิษขึ้นตามตัว หายใจมีเสียงหวีด หรือมีอาการท้องเสียรุนแรง ถือเป็นสัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องรีบพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดทันที อย่าปล่อยไว้เพราะอาจรุนแรงถึงขั้นช็อกจากการแพ้อาหารได้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down