ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความรู้สึกคนเป็นพ่อเป็นแม่เมื่อต้องดูแลลูกยามป่วย

เวลาที่ลูกมีปัญหาสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดธรรมดา อาการภูมิแพ้ หรือโรคเรื้อรังที่ต้องดูแลต่อเนื่อง พ่อแม่ทุกคนมักจะตกอยู่ในสภาวะที่เรียกว่าแบกรับความเครียดและความวิตกกังวลของผู้ปกครองจากการจัดการปัญหาสุขภาพของบุตรไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาพที่เห็นลูกเจ็บป่วยมักสร้างความรู้สึกไม่มั่นคง การต้องตื่นมาเฝ้าไข้ การกังวลกับการกินยา หรือแม้แต่การลางานเพื่อพาไปพบแพทย์บ่อยครั้ง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแรงกดดันที่ค่อยๆ สะสมจนส่งผลต่อสุขภาพกายและใจของผู้ดูแลเอง

ทำไมอาการป่วยของลูกถึงกลายเป็นความเครียดก้อนใหญ่ในใจพ่อแม่

โดยธรรมชาติแล้ว สัญชาตญาณความเป็นพ่อแม่คือการปกป้อง เมื่อเราไม่สามารถขจัดความเจ็บปวดให้ลูกหายได้ทันที ความเครียดจะเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งความไม่รู้ว่าโรคจะรุนแรงแค่ไหน การต้องรับผิดชอบการตัดสินใจเรื่องการรักษา หรือแม้แต่ความเหนื่อยล้าสะสมจากการอดนอน ความเครียดเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่หากปล่อยไว้นานเกินไปโดยไม่มีการจัดการ จะนำไปสู่ภาวะหมดไฟหรืออาการวิตกกังวลเรื้อรังที่กระทบต่อสัมพันธภาพในครอบครัวได้

สัญญาณเตือนว่าเราเริ่มเครียดเกินขีดจำกัดแล้ว

ลองสังเกตตัวเองดูว่าในช่วงที่ดูแลลูกป่วย พ่อแม่มีอาการเหล่านี้บ้างหรือไม่:

  • นอนไม่หลับแม้ลูกจะหลับไปแล้ว หรือคิดวนเวียนอยู่กับเรื่องอาการป่วยตลอดเวลา
  • มีอาการทางกาย เช่น ปวดหัวบ่อย ปวดตึงบ่าไหล่ หรือแน่นหน้าอกโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย หรือรู้สึกเศร้าดิ่งโดยไม่มีเหตุผล
  • รู้สึกสูญเสียการควบคุมชีวิต และกังวลเกินกว่าเหตุในทุกรายละเอียดของการรักษา

วิธีจัดการใจตัวเองให้เข้มแข็งพร้อมเป็นที่พึ่งให้ลูก

การเป็นผู้ดูแลที่ดีไม่ได้แปลว่าต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียว ลองปรับวิธีคิดและจัดการตัวเองดังนี้:

ยอมรับว่าความกังวลเป็นเรื่องปกติ

การยอมรับความจริงว่าการเป็นห่วงลูกเป็นเรื่องปกติ จะช่วยลดการตำหนิตัวเอง การอนุญาตให้ตัวเองรู้สึกกลัวหรือเสียใจบ้างเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดการอารมณ์ที่ดีที่สุด

แบ่งงานและขอความช่วยเหลือบ้าง

อย่าพยายามทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว การสื่อสารกับคนในครอบครัวเพื่อผลัดเปลี่ยนเวรเฝ้าไข้ หรือการปรึกษาแพทย์อย่างตรงไปตรงมาเพื่อคลายข้อสงสัย จะช่วยลดภาระที่หนักอึ้งในใจลงได้

หาเวลาดูแลตัวเองแม้เพียงไม่กี่นาที

การได้จิบกาแฟเงียบๆ การยืดเหยียดร่างกาย หรือการพูดคุยกับเพื่อนที่ไว้ใจได้บ้าง ช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดในร่างกายได้จริง เมื่อพ่อแม่มีสติและผ่อนคลายขึ้น การตัดสินใจในการดูแลสุขภาพลูกก็จะเฉียบคมและแม่นยำกว่าการตัดสินใจในสภาวะที่จิตใจสับสน

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยจัดการความเครียด

หากอาการวิตกกังวลเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันจนไม่สามารถทำงานหรือดูแลลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือเริ่มมีอาการซึมเศร้าต่อเนื่อง การพูดคุยกับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการแสดงความรับผิดชอบเพื่อให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงพอจะเคียงข้างลูกไปตลอดเส้นทางการรักษา เพราะหัวใจที่มั่นคงของพ่อแม่ คือยาที่ดีที่สุดสำหรับลูกเสมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down