หลายคนที่กำลังลุ้นเรื่องการมีลูกหรือสงสัยว่าตัวเองอาจจะกำลังตั้งครรภ์ มักจะเกิดความกังวลใจและอยากรู้ผลให้เร็วที่สุด บางคนใจร้อนรีบซื้อชุดตรวจปัสสาวะมาทดสอบทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์ได้เพียงไม่กี่วัน แล้วพบผลขึ้นแค่ขีดเดียวจนรู้สึกผิดหวัง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ร่างกายอาจจะกำลังเกิดการปฏิสนธิอยู่ เพียงแต่ระดับฮอร์โมนยังสูงไม่มากพอที่จะตรวจพบผ่านทางปัสสาวะ ด้วยเหตุนี้ การตรวจเลือดจึงเป็นวิธีที่หมอมักแนะนำสำหรับคนที่ต้องการความแม่นยำสูงและไม่อยากรอลุ้นนาน
ทำไมการตรวจเลือดถึงรู้ผลตั้งครรภ์ได้เร็วกว่าการตรวจปัสสาวะ?
การตรวจการตั้งครรภ์ไม่ว่าจะตรวจผ่านปัสสาวะหรือเจาะเลือด หลักการสำคัญคือการตรวจหาฮอร์โมนที่มีชื่อว่า hCG (Human Chorionic Gonadotropin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จะสร้างขึ้นจากตัวอ่อนหลังจากการฝังตัวที่ผนังมดลูกสำเร็จ
เมื่อตัวอ่อนฝังตัวแล้ว ฮอร์โมน hCG จะถูกปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดของแม่ก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นไตจึงจะทำการกรองและขับฮอร์โมนนี้ออกมาทางปัสสาวะ ปริมาณฮอร์โมนในเลือดจึงมีความเข้มข้นสูงกว่าและสามารถตรวจพบได้เร็วกว่าในปัสสาวะหลายวัน การเจาะเลือดจึงตอบโจทย์อย่างมากสำหรับคนที่ใจร้อนหรือต้องการวางแผนดูแลตัวเองแต่เนิ่นๆ
ระยะเวลาที่เหมาะสมในการตรวจเลือดหาการตั้งครรภ์ ต้องรอหลังมีเพศสัมพันธ์กี่วัน?
คำถามที่หมอได้รับบ่อยที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องวันเวลาที่แม่นยำที่สุด หากต้องการคำตอบที่ชัดเจนและไม่อยากเสียเวลาเจาะเลือดฟรี ระยะเวลาที่เหมาะสมในการตรวจเลือดหาการตั้งครรภ์ แบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลาหลักดังนี้
นับจากวันที่มีเพศสัมพันธ์ ต้องผ่านไปกี่วันถึงจะเริ่มเจาะเลือดตรวจได้?
หลังจากเกิดการปฏิสนธิ ไข่ที่ถูกผสมจะใช้เวลาเดินทางและฝังตัวบริเวณผนังมดลูกประมาณ 6-12 วัน ดังนั้น ช่วงเวลาที่เร็วที่สุดที่การตรวจเลือดจะเริ่มวัดค่าฮอร์โมน hCG ได้คือ ประมาณ 7-10 วันหลังมีเพศสัมพันธ์ หากเจาะเลือดช่วงนี้แล้วได้ผลเป็นบวก ก็สามารถมั่นใจได้ทันทีว่ามีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นแล้ว
นับจากวันประจำเดือนขาด ควรตรวจวันไหนดีที่สุด?
สำหรับคนที่มีรอบเดือนมาสม่ำเสมอ หากพบว่าประจำเดือนขาดไปเพียง 1 วัน ก็สามารถเดินเข้าคลินิกหรือโรงพยาบาลเพื่อขอเจาะเลือดตรวจการตั้งครรภ์ได้เลย เพราะในระยะนี้ ระดับฮอร์โมน hCG ในกระแสเลือดจะสูงมากพอที่ห้องปฏิบัติการจะตรวจพบได้อย่างชัดเจนแทบจะ 100%
การตรวจเลือดหาการตั้งครรภ์มี 2 แบบ เลือกตรวจแบบไหนให้เหมาะสมกับเรา
เมื่อไปพบหมอเพื่อตรวจเลือด หมออาจจะถามหรือแนะนำรูปแบบการตรวจที่เหมาะสมกับความต้องการ ซึ่งการตรวจเลือดหาฮอร์โมนตั้งครรภ์มี 2 วิธีหลักดังนี้
- การตรวจแบบบอกผลเชิงคุณภาพ (Qualitative hCG Test): เป็นการตรวจดูว่าในเลือดมีฮอร์โมน hCG หรือไม่ ผลจะออกมาแบบตรงไปตรงมาคือ ตั้งครรภ์ (Positive) หรือ ไม่ตั้งครรภ์ (Negative) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทราบผลยืนยันเบื้องต้นทั่วไป
- การตรวจแบบวัดระดับเชิงปริมาณ (Quantitative hCG Test): เป็นการวัดระบุออกมาเป็นตัวเลขอย่างชัดเจนว่ามีระดับฮอร์โมน hCG อยู่ที่เท่าไร วิธีนี้มีประโยชน์มากในกรณีที่คุณหมอต้องการติดตามดูว่าตัวอ่อนเติบโตสมบูรณ์ดีหรือไม่ โดยการนัดเจาะเลือดซ้ำทุก 48 ชั่วโมงเพื่อดูว่าค่าฮอร์โมนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตามเกณฑ์ปกติหรือไม่ รวมถึงใช้ช่วยประเมินความเสี่ยงภาวะท้องนอกมดลูกหรือการแท้งบุตรในระยะแรกได้อีกด้วย
ก่อนไปเจาะเลือดตรวจตั้งครรภ์ ต้องเตรียมตัวอย่างไร และต้องงดน้ำงดอาหารไหม?
ข้อดีของการตรวจเลือดหาการตั้งครรภ์คือความสะดวกสบายในการเตรียมตัว คุณไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืองดอาหารก่อนมาตรวจเหมือนการตรวจสุขภาพประจำปี เพราะอาหารและน้ำไม่มีผลต่อระดับฮอร์โมน hCG ในกระแสเลือดแต่อย่างใด
สิ่งที่ต้องเตรียมมีเพียงการจดบันทึกวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย รวมถึงวันที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งล่าสุดไว้ให้พร้อม เพื่อให้คุณหมอใช้ประกอบการประเมินอายุครรภ์และวางแผนการตรวจเช็กในขั้นตอนต่อไปได้อย่างถูกต้อง
หากสงสัยว่าตัวเองอาจกำลังตั้งครรภ์และไม่อยากนั่งเดาจากอาการคัดเต้านมหรือคลื่นไส้ ซึ่งอาจเป็นเพียงอาการก่อนมีประจำเดือน การเลือกตรวจเลือดตามระยะเวลาที่เหมาะสมจะช่วยให้ได้รับคำตอบที่ชัดเจน แม่นยำ และช่วยให้สามารถวางแผนฝากครรภ์เพื่อดูแลสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยในท้องได้อย่างทันท่วงที