ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงเวลาที่มีโรคระบาดแพร่กระจาย ภาพที่หมอพบเจอจนชินตาไม่ใช่แค่เรื่องของไข้หวัดหรืออาการป่วยทางกาย แต่คือแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของพ่อแม่ที่เดินเข้ามาปรึกษาในห้องตรวจ หลายคนไม่ได้กังวลแค่เรื่องเชื้อโรคจะเข้าบ้าน แต่พวกเขากำลังแบกรับความเครียดสะสม ความวิตกกังวล และภาวะทางใจที่ค่อยๆ กัดกินความสุขในครอบครัวทีละน้อย

ความเครียดที่มองไม่เห็น: ทำไมพ่อแม่ถึงแบกความกังวลไว้จนล้นใจ?

การเป็นพ่อแม่ในยามปกติก็ท้าทายมากพออยู่แล้ว แต่พอมีวิกฤตโรคระบาดเข้ามาซ้อนทับ ความรับผิดชอบรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องลูกน้อยให้อปลอดภัย การทำงานหาเงิน หรือการบริหารจัดการชีวิตในบ้านที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผลกระทบทางจิตวิทยาและความวิตกกังวลของพ่อแม่ในช่วงการระบาด จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว มันคือภาวะหมดไฟและความกลัวที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน สมองส่วนที่ต้องระวังภัยทำงานหนักตลอดเวลา จนทำให้หลายคนนอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย หรือแม้แต่รู้สึกว่าตัวเองเป็นพ่อแม่ที่ไม่ดีพอ

สัญญาณเตือนภัยในใจ: เมื่อไหร่ที่ความกังวลกลายเป็นภัยเงียบ?

ความกังวลเล็กๆ น้อยๆ เป็นเรื่องปกติของการมีลูก แต่ถ้ามันเริ่มลุกลามจนกลายเป็นความเครียดเรื้อรัง มักจะแสดงออกมาในรูปแบบเหล่านี้

  • ใจสั่น แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่มโดยไม่มีสาเหตุทางกาย
  • คิดวนเวียนอยู่แต่เรื่องแย่ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูก
  • แยกตัว 100 เปอร์เซ็นต์ ห้ามใครแตะต้องสิ่งของหรือเข้าใกล้บ้านเพราะกลัวเชื้อโรค
  • รู้สึกเหนื่อยล้าทางอารมณ์ ร้องไห้ง่าย หรือหมดแรงแม้จะเพิ่งตื่นนอน

วิธีดูแลจิตใจตัวเองฉบับคนเป็นแม่เป็นพ่อ: เริ่มต้นโอบกอดตัวเองก่อนโอบกอดลูก

หมอมักจะบอกคนไข้เสมอว่า ออกซิเจนในหน้ากากเครื่องบินตก เราต้องใส่ให้ตัวเองก่อนถึงจะไปช่วยลูกได้ การดูแลใจตัวเองในยามวิกฤตจึงเป็นหน้าที่ ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว

ลดการเสพข่าวสารแบบมาราธอน

การอัปเดตสถานการณ์เป็นเรื่องดี แต่การไถหน้าจออ่านข่าวแย่ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดทั้งวัน จะยิ่งกระตุ้นความกลัวให้พุ่งสูงขึ้น ลองกำหนดเวลาเสพข่าวแค่วันละหนึ่งถึงสองครั้งก็เพียงพอ

ยอมรับความจริงว่าเราควบคุมทุกอย่างไม่ได้

ความพยายามที่จะทำให้ทุกอย่างปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์คือกับดักที่ทำให้พ่อแม่เป็นบ้าได้ ทำหน้าที่ของเราในปัจจุบันให้ดีที่สุด ล้างมือ ใส่หน้ากาก เว้นระยะห่าง แล้วปล่อยวางสิ่งที่เกินควบคุม

พูดคุยระบายความรู้สึก อย่าเก็บไว้คนเดียว

การได้คุยกับคู่ชีวิต เพื่อนสนิท หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต ช่วยปลดปล่อยพลังงานลบในสมองออกไปได้ครึ่งหนึ่ง การยอมรับว่าตัวเองกำลังเหนื่อยและกลัว ไม่ได้แปลว่าเราเป็นพ่อแม่ที่อ่อนแอ

พื้นที่ปลอดภัยในบ้าน: สร้างความสุขเล็กๆ ท่ามกลางสถานการณ์ยากลำบาก

ในวันที่โลกข้างนอกน่ากลัว บ้านต้องเป็นเกราะป้องกันทางใจ พ่อแม่ที่จิตใจมั่นคงจะส่งต่อไปยังรอยยิ้มของลูกได้ดีที่สุด ใช้เวลากอดกัน เล่นเกมกระดาน หรือทำอาหารง่ายๆ ร่วมกัน กิจกรรมธรรมดาเหล่านี้ช่วยหลั่งสารแห่งความสุขและลดฮอร์โมนความเครียดในร่างกายลงได้จริง

ถ้าคุณกำลังรู้สึกว่าความกังวลเริ่มเกินมือที่จะจัดการ อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา การปรึกษาหมอไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่มันคือการลงทุนเพื่อความสุขของทั้งครอบครัว เพราะพ่อแม่ที่แข็งแรงทั้งกายและใจ คือของขวัญที่ดีที่สุดของลูก

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down