เรื่องน่ารู้เมื่อเม็ดเลือดขาวต่ำ แล้วทำไมถึงเกิดแผลในร่างกายได้ง่ายจัง?
เวลาที่คนไข้เดินเข้ามาในห้องตรวจแล้วบอกว่า ช่วงนี้รู้สึกเจ็บในปาก กลืนน้ำลายลำบาก หรือมีแผลตามเนื้อตามตัวที่หายยากเหลือเกิน หนึ่งในเรื่องที่เราต้องนึกถึงและตรวจเช็กกันอย่างละเอียดก็คือ แผลจากภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ ครับ หมอเข้าใจดีว่ามันสร้างความทรมานและกังวลใจให้กับคนที่กำลังเผชิญอยู่มากแค่ไหน โดยเฉพาะคนไข้ที่กำลังรับการรักษาด้วยเคมีบำบัด
ปกติแล้วเม็ดเลือดขาวทำหน้าที่เปรียบเสมือนทหารยามคอยปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคต่างๆ แต่พอจำนวนทหารเหล่านี้ลดลงต่ำกว่าปกติ ด่านป้องกันด่านแรกก็หายไป เชื้อโรคทั้งแบคทีเรียและเชื้อราจึงฉวยโอกาสนี้บุกรุกเข้ามา ทำให้เกิดการอักเสบและกลายเป็นแผลได้ง่าย ทั้งในช่องปาก ลำคอ ทางเดินอาหาร หรือแม้แต่ตามผิวหนัง ซึ่งแผลเหล่านี้มักจะไม่ค่อยยอมหายเองแถมยังลุกลามได้ไวอีกด้วย
จุดสังเกตและหน้าตาของแผลที่เกิดจากเม็ดเลือดขาวน้อยเกินไป
หลายคนมักสงสัยว่าแผลธรรมดากับแผลที่มาจากภาวะเลือดแบบนี้มันต่างกันตรงไหน เอาเข้าจริงถ้าเราลองสังเกตดูดีๆ จะพบความผิดปกติที่ค่อนข้างเฉพาะตัวเลยครับ
- แผลในปากและเหงือก: มักจะเป็นแผลสีขาวหรือสีเหลือง มีขอบแดงรอบๆ เจ็บแสบมากจนทานข้าวไม่ลง บางทีเป็นหลายจุดจนกลืนน้ำลายยังลำบาก
- แผลตามผิวหนังหรือรอยขีดข่วนเล็กๆ: แผลที่ปกติควรจะแห้งและตกสะเก็ดเร็ว กลับบวมแดงร้อน แดงกระจายวงกว้าง และดูเหมือนจะอักเสบมากขึ้นเรื่อยๆ
- ไม่มีหนองให้เห็น: อันนี้น่าสนใจและอันตรายครับ เพราะหนองเกิดจากการที่เม็ดเลือดขาวต่อสู้กับเชื้อโรค แต่พอเม็ดเลือดขาวเราต่ำ เราจึงแทบไม่เห็นหนองเลยแม้ว่าแผลจะติดเชื้อหนักก็ตาม
ทำไมภูมิคุ้มกันตกถึงทำให้เกิดแผลตามจุดต่างๆ ในร่างกาย
ถ้าพูดถึงกลไกแบบเข้าใจง่าย ร่างกายของเรามีเนื้อเยื่อบุผิวที่บอบบางอยู่ทั่ว ทั้งในปาก ลำไส้ และผิวหนัง ซึ่งเซลล์เหล่านี้มีการแบ่งตัวอยู่ตลอดเวลา เมื่อไหร่ก็ตามที่ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดขาวไม่ได้ตามปกติ ไม่ว่าจะจากโรคประจำตัว ยา หรือการรักษาโรคมะเร็ง ความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองของเนื้อเยื่อเหล่านี้ก็พลอยลดลงไปด้วย
พอบวกกับเชื้อโรคที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติในร่างกายฉวยโอกาสโจมตี บริเวณนั้นจึงเกิดเนื้อตายกลายเป็นแผลเรื้อรังขึ้นมา ยิ่งถ้าปล่อยไว้ไม่ดูแล ความรุนแรงอาจลุกลามเข้ากระแสเลือดจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้เลยครับ
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อเริ่มมีแผลและเม็ดเลือดขาวต่ำ
สำหรับคนที่รู้ตัวว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือกำลังเจอเนื้องอกและเกล็ดเลือดกับเม็ดเลือดขาวต่ำร่วมด้วย การดูแลความสะอาดคือหัวใจสำคัญที่สุดครับ
- รักษาความสะอาดในช่องปากอย่างเคร่งครัด: แปรงฟันด้วยแปรงขนนุ่มมากๆ เลี่ยงการใช้ยาสีฟันที่มีรสเผ็ดจัด บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นๆ บ่อยๆ ทุกครั้งหลังมื้ออาหาร
- เลี่ยงอาหารที่ระคายเคืองแผล: งดของร้อนจัด ของเผ็ด หรืออาหารที่มีขอบคมแข็ง เช่น ขนมกรุบกรอบ ที่อาจไปบาดเยื่อบุปากเพิ่ม
- ดูแลผิวหนังไม่ให้เกิดแผลใหม่: หลีกเลี่ยงการแคะ แกะ เกา หรือทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ แม้แต่แผลแมลงสัตว์กัดต่อยก็ห้ามเกาเด็ดขาด
- ทานอาหารที่สุกสะอาด: งดอาหารดิบ อาหารหมักดอง เพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านทางทางเดินอาหาร
สัญญาณอันตรายแบบไหนที่ปล่อยไว้ไม่ได้ต้องรีบมาหาหมอ
เนื่องจากภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำร่วมกับมีแผลเปิด เป็นประตูให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายมากๆ ดังนั้นถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาดครับ
- มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส หรือหนาวสั่น แม้จะยังไม่เห็นแผลลุกลาม
- บริเวณแผลมีอาการบวม ร้อน แดงลามเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ และปวดมากขึ้น
- หายใจเร็ว ใจสั่น หรือรู้สึกวิงเวียนคล้ายจะเป็นลม
- อ่อนเพลียมากจนลุกไม่ไหว ซึมลง หรือสับสน
หมออยากย้ำเสมอว่า การปล่อยให้แผลจากภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำลุกลามเป็นเรื่องอันตรายมาก หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดและรับการรักษาที่ตรงจุดโดยเร็วนะครับ