วันไหนที่งานรุมเร้า ประชุมลากยาว หรือรถติดแหง็กอยู่บนท้องถนน เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีประสบการณ์อั้นปัสสาวะกันมาบ้าง แรกๆ อาจจะคิดว่าทนอีกนิดเดียวคงไม่เป็นไร แต่พอสะสมบ่อยเข้า มารู้ตัวอีกทีก็เริ่มมีอาการแสบขัดตอนปัสสาวะ ปัสสาวะกะปริบกะปรอย หรือรู้สึกปวดหน่วงที่ท้องน้อย อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบจากพฤติกรรมการกั้นปัสสาวะ ซึ่งเป็นโรคยอดฮิตของคนทำงานยุคนี้ที่ชอบละเลยเสียงเตือนของร่างกายตัวเอง
ทำไมการอั้นฉี่บ่อยๆ ถึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของอาการติดเชื้อ?
ตามธรรมชาติแล้ว ปัสสาวะเป็นของเสียที่ร่างกายต้องการขับออก และระบบทางเดินปัสสาวะก็มีกลไกป้องกันตัวเองตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่เมื่อเราเริ่มมีพฤติกรรมการกั้นปัสสาวะบ่อยๆ หรือนานเกินไป กลไกเหล่านั้นก็เริ่มทำงานผิดปกติและอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว
เกิดอะไรขึ้นในร่างกายเมื่อเราฝืนกั้นปัสสาวะ?
เมื่อปัสสาวะค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะเป็นเวลานาน มันจะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ชั้นดีของแบคทีเรีย โดยเฉพาะแบคทีเรียกลุ่มอีโคไล ซึ่งปกติจะอาศัยอยู่ในทางเดินอาหาร แบคทีเรียเหล่านี้จะค่อยๆ แบ่งตัวเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว และยึดเกาะกับผนังกระเพาะปัสสาวะจนเกิดการอักเสบในที่สุด นอกจากนี้ การกั้นปัสสาวะนานๆ ยังทำให้กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะล้าและยืดตัวมากเกินไป จนทำให้ประสิทธิภาพในการบีบตัวเพื่อขับปัสสาวะออกให้หมดลดลง เกิดปัสสาวะตกค้าง กลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ทำให้ติดเชื้อซ้ำซากได้ง่ายขึ้น
สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าร่างกายเริ่มรับไม่ไหวแล้ว?
หลายคนมักละเลยอาการระยะแรกเริ่ม และคิดว่าปล่อยไว้เดี๋ยวก็หายเอง แต่การสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้โรครุนแรงขึ้น อาการเตือนที่พบบ่อยมีดังนี้:
- รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยผิดปกติ: ทั้งที่เพิ่งเข้าห้องน้ำไปไม่นานก็รู้สึกอยากเข้าอีก แต่พอไปแล้วกลับปัสสาวะออกเพียงเล็กน้อย รู้สึกไม่สุด
- มีอาการแสบขัดหรือปวดหน่วง: รู้สึกเจ็บแปลบหรือแสบร้อนบริเวณท่อปัสสาวะขณะที่ปัสสาวะกำลังจะสุด หรือรู้สึกปวดตื้อๆ บริเวณท้องน้อยใต้สะดือ
- ปัสสาวะมีสีหรือกลิ่นผิดปกติ: น้ำปัสสาวะเริ่มขุ่น มีกลิ่นฉุนรุนแรงกว่าปกติ หรือในบางรายที่อักเสบรุนแรงอาจมีเลือดปนออกมาด้วย
วิธีดูแลตัวเองและปรับพฤติกรรมเพื่อบอกลาอาการอักเสบซ้ำซาก
การรักษาทางยาอาจช่วยให้อาการดีขึ้นชั่วคราว แต่หากไม่ยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นต้นเหตุ โรคนี้ก็พร้อมจะกลับมาเป็นซ้ำได้ตลอดเวลา เคล็ดลับการดูแลตัวเองง่ายๆ เพื่อป้องกันกระเพาะปัสสาวะอักเสบจากพฤติกรรมการกั้นปัสสาวะ มีดังนี้:
- หยุดกั้นปัสสาวะทันที: เมื่อรู้สึกปวดควรรีบเข้าห้องน้ำ ไม่ควรผัดวันประกันพรุ่งเพื่อรอทำงานหรือทำกิจกรรมตรงหน้าให้เสร็จ
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ: การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว จะช่วยกระตุ้นการสร้างปัสสาวะและขับแบคทีเรียที่ตกค้างอยู่ในระบบทางเดินปัสสาวะให้ออกไปตามธรรมชาติ
- ทำความสะอาดอย่างถูกวิธี: สำหรับคุณผู้หญิง การทำความสะอาดหลังขับถ่ายควรเช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลังเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียจากทวารหนักย้ายฝั่งมาทางท่อปัสสาวะ
อาการแบบไหนที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที?
แม้ว่าโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบส่วนใหญ่จะสามารถรักษาให้หายขาดได้ไม่ยาก แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา หรือซื้อยากินเองอย่างไม่ถูกต้อง เชื้อแบคทีเรียอาจลุกลามขึ้นไปยังกรวยไต จนกลายเป็นโรคกรวยไตอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบมาพบแพทย์ทันที:
- มีไข้สูง หนาวสั่น
- ปวดเอวหรือปวดหลังอย่างรุนแรง
- มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และอ่อนเพลียมาก
- ปัสสาวะมีเลือดปนชัดเจน
การพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องและได้รับยาปฏิชีวนะที่ตรงกับเชื้อ หลีกเลี่ยงปัญหาการดื้อยาที่อาจเกิดขึ้นจากการซื้อยาแก้รักษาตัวเองอย่างผิดวิธี