ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายครั้งที่หมอนั่งตรวจคนไข้ที่มีอาการซึมเศร้า วิตกกังวลเรื้อรัง หรือมีปัญหาเรื่องการสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น แล้วพอย้อนคุยลึกไปถึงเรื่องราววัยเด็ก ก็มักจะเจอเรื่องราวคล้ายๆ กัน นั่นคือการเติบโตมาในบ้านที่พ่อแม่ไม่ได้ทำร้ายร่างกาย ไม่ได้ด่าทอ แต่ก็ไม่ได้สนใจไยดีอะไรเลย ปล่อยให้เด็กเผชิญโลกและเติบโตขึ้นมาตามลำพังเหมือนต้นไม้ริมทาง

ในทางการแพทย์และจิตวิทยา เราเรียกการเลี้ยงดูแบบนี้ว่า ผลกระทบจากการเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลย (Neglectful Parenting) ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการทอดทิ้งทางจิตใจที่หลายคนมองข้าม เพราะมันไม่มีร่องรอยฟกช้ำให้เห็นภายนอก แต่กลับสร้างบาดแผลลึกไว้ข้างในใจที่ใช้เวลาเยียวยานนานเหลือเกิน

ลูกถูกปล่อยให้โตตามลำพัง เกิดอะไรขึ้นในสมองและจิตใจของเด็ก?

มนุษย์เรา โดยเฉพาะในช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น เป็นช่วงเวลาที่สมองส่วนอารมณ์และการจัดการความเครียดกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว เด็กต้องการความอบอุ่น การตอบสนองทางอารมณ์ และการดูแลเอา ผลกระทบจากการเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลย จึงเข้ามาขัดขวางกระบวนการเหล่านี้โดยตรง

เมื่อเด็กเรียกหาความช่วยเหลือแล้วไม่มีใครหันมามอง หรือร้องไห้แล้วไม่มีใครปลอบ สมองของเด็กจะเรียนรู้ว่า โลกใบนี้ไม่ปลอดภัย และตัวเขาเองไม่มีค่าพอที่จะได้รับความรัก ความรู้สึกถูกทอดทิ้งนี้จะสะสมกลายเป็นความเครียดเรื้อรัง (Toxic Stress) ส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้โครงสร้างสมองส่วนที่เกี่ยวกับการควบคุมอารมณ์และการตัดสินใจเติบโตได้ไม่เต็มที่

สัญญาณเตือนจากวัยเด็ก: เมื่อลูกเริ่มถอดใจและปิดกั้นตัวเอง

การถูกละเลยไม่ได้แปลว่าพ่อแม่ไม่ให้อาหารหรือไม่ให้เงินไปโรงเรียน แต่หมายถึงการขาดการมีปฏิสัมพันธ์ทางอารมณ์และการดูแลเอาใจใส่ในยามที่เด็กต้องการมากที่สุด พ่อแม่อาจจะยุ่งกับงาน มือถือ หรือโลกส่วนตัวจนลืมมองลูก

เด็กที่เผชิญกับ ผลกระทบจากการเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลย มักจะแสดงออกผ่านพฤติกรรมเหล่านี้

  • พึ่ง3พาตัวเองจนผิดปกติ: ไม่กล้าขอความช่วยเหลือจากใคร เพราะเชื่อว่าไม่มีใครช่วยได้
  • เก็บตัวและเงียบขรึม: ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก ไม่กล้าเล่าเรื่องที่โรงเรียนให้ฟัง
  • เรียกร้องความสนใจในทางที่ผิด: บางคนอาจเกเร ก้าวร้าว หรือทำตัวมีปัญหาเพื่อให้ผู้ปกครองหันมามอง
  • มีปัญหาเรื่องการเห็นคุณค่าในตัวเอง: รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสำคัญ คิดว่าตัวเองเป็นภาระของคนอื่นอยู่เสมอ

เมื่อเด็กถูกทอดทิ้งทางใจโตเป็นผู้ใหญ่: แผลเป็นที่ยังซ่อนอยู่

ในฐานะหมอ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ ผลกระทบจากการเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลย มักจะแสดงอาการอย่างชัดเจนที่สุดก็ต่อเมื่อเด็กคนนั้นโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เพราะแผลในใจวัยเด็กจะตามมาหลอนในทุกความสัมพันธ์รอบตัว

ผู้ใหญ่ที่เคยถูกละเลยในวัยเด็ก มักจะเผชิญกับปัญหาเหล่านี้

  • กลัวการถูกทอดทิ้งขึ้นสมอง: ในความสัมพันธ์แบบคนรัก มักจะระแวงว่าอีกฝ่ายจะทิ้งไป หรือบางคนเลือกที่จะไม่คบใครเลยเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องเจ็บปวด
  • สร้างกำแพงสูงลิ่ว: ไม่ยอมเปิดใจให้ใครเข้ามาสนิทด้วยลึกซึ้ง เพราะกลัวการถูกปฏิเสธ
  • มีปัญหาสุขภาพจิตเรื้อรัง: เสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล และภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) ง่ายกว่าคนทั่วไป
  • เสี่ยงต่อการพึ่งพาสิ่งเสพติด: หลายคนหันเหล้ายาหรือสิ่งเสพติดเพื่อใช้กลบเกลื่อนความรู้สึกว่างเปล่าภายในจิตใจที่โหยหาความรักความอบอุ่น

ทางออกและการเยียวยา: เราจะเริ่มซ่อมแซมหัวใจที่เคยถูกละเลยได้อย่างไร?

ข่าวดีคือ แม้เราจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่สมองและความรู้สึกของมนุษย์มีความสามารถในการยืดหยุ่นและฟื้นฟู (Resilience) เสมอ การตระหนักรู้ว่า ผลกระทบจากการเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลย ส่งผลต่อตัวเราอย่างไรในปัจจุบัน คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการรักษา

การพูดคุยบำบัดกับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา จะช่วยให้เราได้ย้อนกลับไปทำความเข้าใจเด็กน้อยข้างในจิตใจที่เคยถูกทอดทิ้ง ได้ร้องไห้ระบายความรู้สึกอัดอั้น และเรียนรู้ที่จะโอบกอดตัวเองในวันที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ นอกจากนี้ การสร้างความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยกับเพื่อน คนรัก หรือกลุ่มสนับสนุน ก็ช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปได้เช่นกัน

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังอ่านบทความนี้ หมออยากชวนให้ลองหันมามองหน้าลูก วางมือถือลง แล้วรับฟังเขาด้วยความตั้งใจจริงๆ เพราะการมีอยู่ของพ่อแม่อย่างแท้จริงทั้งทางกายและทางใจ คือของขวัญที่มีค่าที่สุดที่จะช่วยปกป้องลูกจาก ผลกระทบจากการเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลย และทำให้เขากล้าที่จะก้าวออกไปเผชิญโลกกว้างด้วยความมั่นใจ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down