หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่พาลลูกมาหาหมอด้วยอาการผื่นคันแดงตามข้อพับ หรือลูกน้อยมีอาการหายใจครืดคราดตั้งแต่ยังเล็ก สิ่งแรกที่หมอมักจะถามเสมอไม่ใช่แค่เรื่องอาหารการกินในบ้าน แต่เรามักจะคุยกันยาวไปถึงเรื่องประวัติสุขภาพของคนในครอบครัว ทั้งคุณพ่อ คุณแม่ หรือแม้แต่พี่น้องแท้ๆ
ที่เป็นแบบนี้เพราะโรคภูมิแพ้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มันมีร่องรอยของพันธุกรรมที่ส่งต่อกันมาได้ เหมือนกับการส่งต่อหน้าตาหรือความสูง เพียงแต่สิ่งที่เราส่งต่อให้ลูกคือระบบภูมิคุ้มกันที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ และเจ้าเส้นทางการพัฒนาของโรคนี้ ทางการแพทย์เรามีชื่อเรียกเฉพาะว่า Atopic March หรือเส้นทางเดินของโรคภูมิแพ้ที่มักจะเริ่มต้นตั้งแต่ทารกและลุกลามต่อเนื่องไปจนโต
ทำไมเราต้องย้อนดูประวัติสุขภาพของคนในครอบครัวกันตั้งแต่เนิ่นๆ?
เวลาหมอซักประวัติเรื่อง การประเมินประวัติครอบครัวด้านโรคภูมิแพ้ Atopic March เราไม่ได้ถามไปเรื่อยเปื่อย แต่ข้อมูลตรงนี้คือเข็มทิศชั้นดีที่จะบอกว่าเด็กคนนี้มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหนที่จะเดินเข้าสู่เส้นทางของโรคภูมิแพ้
ถ้าในบ้านมีคนที่เป็นโรคภูมิแพ้จมูกอักเสบ หอบหืด หรือโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอยู่แล้ว โอกาสที่เจ้าตัวเล็กจะรับไม้ต่อทางพันธุกรรมก็สูงขึ้นตามไปด้วย การรู้ล่วงหน้าตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยให้เราไม่ต้องรอให้ลูกป่วยหนักแล้วค่อยตามแก้ปัญหา แต่เราสามารถเตรียมรับมือ ป้องกัน หรือชะลอไม่ให้ออาการของโรคลุกลามบานปลายได้
รู้จักเส้นทางเดินของโรคภูมิแพ้ หรือ Atopic March คืออะไรกันแน่?
คำว่า Atopic March ถ้าแปลตรงตัวก็คือ พาเหรดแห่งโรคภูมิแพ้ มันไม่ใช่โรคเดี่ยวๆ แต่เป็นชุดของโรคภูมิแพ้ที่มักจะเกิดขึ้นเรียงหน้ากระดานตามช่วงอายุของเด็ก โดยมีจุดเริ่มต้นคลาสสิกที่คุ้นเคยกันดี ดังนี้
- วัยทารก: มักจะเริ่มแสดงอาการด้วยผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ผิวแห้ง แดง คัน อักเสบตามแก้มและข้อพับ
- วัยเด็กเล็ก: เมื่อโตขึ้น อาการทางผิวหนังอาจจะดีขึ้น แต่จะเริ่มมีอาการแพ้อาหาร หรือตามมาด้วยโรคแพ้อากาศ คัดจมูก น้ำมูกไหล จามบ่อยตอนเช้า
- วัยเด็กโตถึงวัยรุ่น: ปลายทางของเส้นทางนี้มักจะหนีไม่พ้นโรคหอบหืด มีอาการไอ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีดเวลาเจอฝุ่นหรืออากาศเปลี่ยน
ความน่ากลัวของเส้นทางนี้คือ โรคหนึ่งมักจะปูทางไปสู่อีกโรคหนึ่งเสมอ เช่น เด็กที่เป็นผื่นผิวหนังอักเสบอย่างรุนแรงตอนแบเบาะ จะมีโอกาสพัฒนาไปเป็นหอบหืดหรือแพ้อากาศในเวลาต่อมาได้ง่ายกว่าเด็กปกติทั่วไป
เราจะประเมินความเสี่ยงของลูกจากใครในบ้านได้บ้าง?
เวลาที่คุณหมอฟอร์มภาพรวมความเสี่ยงขึ้นมา เราจะมองหาโรคเหล่านี้จากคนในครอบครัวสายตรง ได้แก่ คุณพ่อ คุณแม่ และพี่น้องร่วมสายเลือด หากพบว่ามีประวัติโรคเหล่านี้อยู่ ความเสี่ยงของเด็กจะขยับสูงขึ้นทันที
- โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis): สสัยว่าคนในบ้านมีผิวแห้งเรื้อรัง เป็นผื่นคันบ่อยๆ หรือไม่
- โรคหอบหืด (Asthma): มีประวัติหอบหืด ไอเรื้อรังตอนกลางคืน หรือเวลาออกกำลังกาย
- โรคแพ้อากาศหรือโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis): เป็นภูมิแพ้อากาศ จาม คัดจมูกเรื้อรัง
ถ้าคนในครอบครัวมีโรคเหล่านี้มากกว่าหนึ่งคน หรือทั้งพ่อและแม่เป็นภูมิแพ้ทั้งคู่ โอกาสที่ลูกจะแสดงอาการตามเส้นทาง Atopic March ก็จะมีค่อนข้างสูงมาก
การรู้ล่วงหน้าช่วยให้เราเปลี่ยนอนาคตสุขภาพของลูกได้อย่างไร?
การรู้ว่าลูกมีความเสี่ยงสูงจากประวัติครอบครัว ไม่ได้มีไว้เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เครียดหรือกังวล แต่มีไว้เพื่อให้เราปรับตัวและวางแผนดูแลล่วงหน้าต่างหาก
เมื่อเรารู้ตัวว่าลูกมีความเสี่ยง เราจะสามารถดูแลผิวพรรณของลูกตั้งแต่แรกเกิดให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอเพื่อเสริมเกราะป้องกันผิว เลือกวิธีให้นมบุตรที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นรอบตัว เช่น ควันบุหรี่ไรฝุ่น หรือสารเคมีที่ระคายเคืองง่าย การดูแลเชิงป้องกันแบบนี้ช่วยเบรกความรุนแรง หรือบางทีก็อาจจะทำให้ลูกหลุดพ้นจากวงจรของ Atopic March ไปได้เลย