ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนอาจเคยเจอเหตุการณ์ที่ไปตรวจสุขภาพประจำปี แล้วผลอัลตราซาวนด์ช่องท้องระบุว่าพบถุงน้ำในไต จนเกิดความกังวลใจว่าถุงน้ำนี้คืออะไร จะกลายเป็นมะเร็งไหม หรือจะทำให้ไตวายในอนาคตหรือเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากตรวจพบว่ามีถุงน้ำจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วไตทั้งสองข้าง ซึ่งอาการนี้อาจเป็นสัญญาณของ โรคถุงน้ำในไตทางพันธุกรรม

ในฐานะหมอที่ดูแลคนไข้โรคไตมาหลายเคส อยากบอกให้สบายใจขึ้นนิดหนึ่งว่า การตรวจพบโรคนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ ถือเป็นเรื่องดี เพราะจะช่วยให้เราสามารถวางแผนรับมือ ปรับพฤติกรรม และชะลอความเสื่อมของไตได้อย่างทันท่วงที ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้จนเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

ทำไมอยู่ๆ ไตถึงมีถุงน้ำ? มาทำความรู้จักกับโรคถุงน้ำในไตทางพันธุกรรมกันดีกว่า

โรคถุงน้ำในไตทางพันธุกรรม (Polycystic Kidney Disease หรือ PKD) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของยีนในร่างกาย ทำให้เนื้อไตที่มีหน้าที่กรองของเสียตามปกติ ค่อยๆ พัฒนาถุงน้ำเล็กๆ ขึ้นมาจำนวนมาก และถุงน้ำเหล่านี้จะค่อยๆ ขยายขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุที่มากขึ้น

เมื่อถุงน้ำเหล่านี้โตขึ้นและมีจำนวนมากขึ้น มันจะเริ่มเข้าไปเบียดบังและเบียดอัดเนื้อไตส่วนที่ดี ทำให้เนื้อไตส่วนที่ทำงานได้ปกติลดน้อยลงเรื่อยๆ ส่งผลให้การทำงานของไตค่อยๆ เสื่อมลงอย่างช้าๆ ซึ่งกระบวนการนี้มักใช้เวลาหลายสิบปี คนไข้หลายคนจึงมักเริ่มมีอาการเด่นชัดเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่

โรคนี้ถ่ายทอดในครอบครัวอย่างไร? พ่อแม่เป็น ลูกมีโอกาสรับมรดกนี้แค่ไหน

เนื่องจากเป็นโรคทางพันธุกรรม รูปแบบการถ่ายทอดที่พบบ่อยที่สุดคือแบบเด่น (Autosomal Dominant PKD) ซึ่งหมายความว่า หากคุณพ่อหรือคุณแม่คนใดคนหนึ่งมียีนผิดปกตินี้ ลูกแต่ละคนจะมีโอกาสได้รับถ่ายทอดโรคนี้สูงถึงร้อยละ 50 โดยไม่จำกัดเพศ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเมื่อตรวจพบคนไข้หนึ่งคนในบ้าน หมอจึงมักแนะนำให้พี่น้องหรือลูกๆ มารับการตรวจคัดกรองด้วยการทำอัลตราซาวนด์ไตด้วย

ส่วนการถ่ายทอดอีกรูปแบบหนึ่งคือแบบด้อย ซึ่งพบได้น้อยมากและมักแสดงอาการตั้งแต่อยู่ในครรภ์หรือแรกเกิด ซึ่งกลุ่มนี้จะมีความรุนแรงของโรคมากกว่า

สัญญาณเตือนที่บอกว่าถุงน้ำในไตเริ่มโตและต้องการการดูแล

ในช่วงแรกเริ่ม คนไข้เกือบทั้งหมดจะไม่มีอาการแสดงใดๆ เลย และมักตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพ แต่เมื่อถุงน้ำเริ่มโตจนถึงระดับหนึ่ง ร่างกายจะเริ่มส่งสัญญาณเตือนเหล่านี้ออกมา

  • ความดันโลหิตสูง: นี่คืออาการแรกๆ ที่พบบ่อยที่สุด เนื่องจากไตที่ถูกเบียดจะหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
  • ปวดบั้นเอวหรือชายโครง: อาการปวดมักเกิดจากน้ำหนักของไตที่โตขึ้นจนไปดึงรั้งเนื้อเยื่อรอบๆ หรือบางครั้งเกิดจากถุงน้ำอักเสบ ติดเชื้อ หรือมีเลือดออกในถุงน้ำ
  • ปัสสาวะเป็นเลือด: อาจพบปัสสาวะมีสีแดงจางๆ หรือสีน้ำล้างเนื้อ เกิดจากการที่เส้นเลือดบริเวณผนังถุงน้ำฉีกขาด
  • การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะบ่อยๆ: ถุงน้ำที่โตอาจขัดขวางทางเดินปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะคั่งและติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

ตรวจอย่างไรให้มั่นใจว่าเป็นโรคถุงน้ำในไตทางพันธุกรรม

วิธีที่ง่าย สะดวก และไม่มีความเจ็บปวดเลยคือ การทำอัลตราซาวนด์ช่องท้อง (Ultrasound) แพทย์จะสามารถมองเห็นภาพไตและถุงน้ำได้อย่างชัดเจน หากตรวจพบถุงน้ำหลายใบในไตทั้งสองข้าง ประกอบกับมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคไต ก็แทบจะวินิจฉัยโรคนี้ได้ทันที

ในบางกรณีที่ภาพอัลตราซาวนด์ไม่ชัดเจน หรือแพทย์ต้องการประเมินปริมาตรของไตอย่างละเอียดเพื่อวางแผนการรักษา อาจมีการส่งตรวจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพิ่มเติม

วิธีรักษาและวิธีดูแลตัวเองเพื่อชะลอความเสื่อมของไต

แม้ว่าในปัจจุบันเราจะยังไม่มีวิธีรักษายีนที่ผิดปกติให้หายขาดได้ แต่การดูแลตัวเองอย่างถูกต้องและถูกวิธี สามารถช่วยชะลอไม่ให้ถุงน้ำโตเร็ว และยืดอายุการใช้งานของไตออกไปได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอเพื่อยับยั้งการโตของถุงน้ำ

การดื่มน้ำสะอาดวันละประมาณ 2.5 ถึง 3 ลิตร (หากไม่มีข้อห้ามจากแพทย์ เช่น มีภาวะน้ำท่วมปอดหรือไตเสื่อมระยะสุดท้าย) จะช่วยลดการหลั่งฮอร์โมนวาโซเพรสซิน (Vasopressin) ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ถุงน้ำในไตโตเร็วขึ้น การดื่มน้ำเยอะๆ จึงเปรียบเสมือนยารักษาโรคที่ง่ายและปลอดภัยที่สุด

ควบคุมความดันโลหิตอย่างเข้มงวด

เป้าหมายสำคัญคือการคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่า 130/80 มิลลิเมตรปรอท แพทย์มักเลือกใช้ยาลดความดันกลุ่มเฉพาะที่มีฤทธิ์ช่วยปกป้องไตและชะลอการโตของถุงน้ำด้วย คนไข้จึงจำเป็นต้องกินยาอย่างสม่ำเสมอและวัดความดันจดบันทึกไว้เสมอ

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร

หลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูง อาหารรสเค็มจัด เพราะจะทำให้ความดันโลหิตสูงและไตทำงานหนัก นอกจากนี้ควรจำกัดการทานโปรตีนให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ทานเนื้อสัตว์มากเกินไป และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลมสีดำ เพราะคาเฟอีนมีส่วนกระตุ้นการขยายตัวของถุงน้ำได้

หลีกเลี่ยงยาและสารเคมีที่ทำร้ายไต

ระวังการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ยาแก้ปวดข้อ ปวดเส้น ที่กินแล้วหายปวดทันใจ ยาเหล่านี้มีพิษต่อไตโดยตรง รวมถึงยาหม้อ ยาสมุนไพรที่ไม่ผ่านการรับรอง และควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งว่าเป็นโรคไตก่อนรับยาใดๆ

การตรวจเจอโรคถุงน้ำในไตทางพันธุกรรมไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะหมดหวัง หรือต้องลงเอยด้วยการฟอกไตเสมอไป คนไข้จำนวนมากที่ดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด คุมอาหาร คุมความดัน และมาพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ สามารถมีอายุที่ยืนยาวและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขเฉกเช่นคนปกติทั่วไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down