ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมโรคลำไส้แปรปรวนถึงชอบมาเยือนตอนเรามีปัญหาสุขภาพอื่น

หลายคนมักมาปรึกษาหมอว่า ทำไมช่วงที่เครียดจากปัญหาสุขภาพอื่นๆ หรือกำลังรักษาโรคประจำตัวอยู่ อาการปวดท้อง ท้องเสีย หรือท้องผูกสลับกันถึงกำเริบหนักขึ้น นั่นเพราะลำไส้ของเรามีความไวต่อสิ่งกระตุ้นสูงกว่าปกติ เมื่อร่างกายต้องรับมือกับความเจ็บป่วยด้านอื่น ระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของลำไส้จึงตอบสนองผิดปกติไปด้วย จนกลายเป็นภาวะลำไส้แปรปรวน หรือ IBS ที่สร้างความกวนใจในชีวิตประจำวัน

สัญญาณเตือนที่บอกว่าไม่ใช่แค่เรื่องลำไส้ธรรมดา

แม้ภาวะลำไส้แปรปรวนจะเป็นโรคที่กวนใจแต่ไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ถ้าอาการเหล่านี้ปรากฏขึ้นร่วมกับโรคประจำตัว ต้องรีบสังเกตเป็นพิเศษเพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคอื่นที่ซ่อนอยู่:

  • น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่มีสาเหตุ
  • ถ่ายเป็นเลือด หรือถ่ายปนมูกเลือด
  • มีไข้สูงร่วมกับการปวดท้อง
  • อาการปวดท้องรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนรบกวนการนอน
  • ซีด หรือมีอาการอ่อนเพลียผิดปกติ

เทคนิคปรับไลฟ์สไตล์เพื่อคุมอาการ IBS ให้อยู่หมัด

การจัดการภาวะลำไส้แปรปรวน (IBS) ในช่วงที่ร่างกายไม่ค่อยสมบูรณ์ ต้องเน้นการปรับสมดุลจากภายในโดยเริ่มที่สิ่งใกล้ตัว:

เลือกอาหารให้ลำไส้แฮปปี้

ลองสังเกตว่าอาหารประเภทใดที่ทานแล้วเกิดอาการ โดยเฉพาะกลุ่ม FODMAPs เช่น หอมใหญ่ กระเทียม ถั่ว หรือนมวัว การจดบันทึกอาหารในแต่ละวันจะช่วยให้แยกแยะได้ว่าอะไรคือตัวการที่ทำให้ท้องอืดหรือถ่ายไม่เป็นปกติ

จัดการความเครียดที่เป็นตัวกระตุ้นหลัก

ความเครียดจากโรคประจำตัวมักส่งผลโดยตรงต่อลำไส้ หมอแนะนำให้ใช้วิธีฝึกหายใจ หรือการทำสมาธิสั้นๆ ในช่วงเช้า เพื่อลดการส่งสัญญาณที่ผิดปกติจากสมองไปสู่ลำไส้

ปรับเวลาการทานให้สม่ำเสมอ

การปล่อยให้ท้องว่างนานเกินไป หรือทานอาหารมื้อใหญ่เกินไปในคราวเดียว จะกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวผิดปกติ การแบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็กๆ แต่ทานบ่อยขึ้นจะช่วยลดภาระการทำงานของลำไส้ได้ดีกว่า

เมื่อไหร่ที่การดูแลตัวเองไม่เพียงพอและต้องพบแพทย์

หากดูแลเรื่องอาหารและการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือโรคประจำตัวที่เป็นอยู่เริ่มส่งผลต่อระบบขับถ่ายจนใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้ หมอแนะนำให้เข้ามาปรึกษาเพื่อรับการวินิจฉัยเชิงลึก การจัดการภาวะลำไส้แปรปรวน (IBS) อาจจำเป็นต้องใช้ยาเฉพาะทางเข้ามาช่วยปรับการทำงานของกล้ามเนื้อลำไส้ หรือปรับสมดุลจุลินทรีย์ในทางเดินอาหารภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ไม่ควรซื้อยาแก้ปวดท้องหรือยาหยุดถ่ายทานเองต่อเนื่อง เพราะอาจส่งผลเสียต่อการเคลื่อนตัวของลำไส้ในระยะยาวได้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down