ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายครั้งที่หมอพบคนไข้เดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยสีหน้ากังวลใจหลังจากผลตรวจสุขภาพประจำปีแสดงผลว่าร่างกายมีเชื้อไวรัสตับอักเสบ ทั้งที่ร่างกายแข็งแรงดี ไม่มีอาการเจ็บป่วยใดๆ มาก่อน คำถามแรกที่คนไข้มักจะถามหมอทันทีคือ ตัวเองไปรับเชื้อมาตั้งแต่เมื่อไหร่และช่องทางไหน ซึ่งเมื่อพูดถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงโรคเอชไอวี ซิฟิลิส หรือหนองใน แต่ความจริงแล้วยังมีภัยเงียบอย่าง ไวรัสตับอักเสบบีและซีที่ติดต่อผ่านกิจกรรมบนเตียงได้เช่นกัน และเป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนมักมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย

เซ็กส์แบบไหน? ที่ทำให้เสี่ยงต่อการรับเชื้อไวรัสตับอักเสบ

การร่วมเพศไม่ได้เป็นเพียงแค่การสัมผัสทางผิวหนังภายนอก แต่เป็นกิจกรรมที่มีการแลกเปลี่ยนสารคัดหลั่งอย่างใกล้ชิด เชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีอาศัยอยู่ในสิ่งคัดหลั่งเหล่านี้และพร้อมที่จะส่งผ่านไปยังคู่นอนได้ทุกเมื่อผ่านพฤติกรรมและความเสี่ยงเหล่านี้

  • การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้สวมถุงยางอนามัย: ถือเป็นเส้นทางหลักที่ทำให้เชื้อไวรัสในน้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอด หรือแม้แต่สารหล่อลื่น สามารถซึมผ่านเข้าสู่กระแสเลือดของอีกฝ่ายผ่านรอยถลอกเล็กๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างร่วมเพศ
  • การมีคู่นอนหลายคน: ยิ่งเปลี่ยนคู่นอนบ่อยโดยไม่มีการป้องกัน ความเป็นไปได้ในการสัมผัสกับผู้ที่มีเชื้อแฝงอยู่โดยไม่รู้ตัวก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
  • ความรุนแรงในระหว่างมีเพศสัมพันธ์: กิจกรรมทางเพศที่ทำให้เกิดแผลฉีกขาด หรือการร่วมเพศทางทวารหนักซึ่งมีโอกาสเกิดการบาดเจ็บและมีเลือดออกได้ง่าย จะยิ่งเพิ่มโอกาสที่เชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง

ความต่างของสองพี่น้อง: ทำไมไวรัสบีถึงติดง่ายกว่าไวรัสซีผ่านช่องทางเพศสัมพันธ์?

แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นไวรัสที่พุ่งเป้าไปที่การทำลายตับเหมือนกัน แต่ความสามารถในการแพร่กระจายผ่านทางเพศสัมพันธ์นั้นมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งหมออยากให้อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้

ไวรัสตับอักเสบบี: ตัวร้ายที่ติดต่อได้ง่ายเป็นพิเศษ

เชื้อไวรัสตับอักเสบบีมีความทนทานสูงและมีความเข้มข้นในน้ำอสุจิรวมถึงน้ำในช่องคลอดสูงมาก น้ำลายของระเบียนผู้ติดเชื้อก็อาจมีเชื้อปนเปื้อนได้ การจูบแบบลึกซึ้งหรือการออรัลเซ็กส์จึงมีความเสี่ยงที่จะส่งผ่านเชื้อตัวนี้ได้เช่นกัน ทำให้ไวรัสตับอักเสบบีเป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่แพร่กระจายได้รวดเร็วและง่ายดายกว่าไวรัสชนิดอื่น

ไวรัสตับอักเสบซี: เน้นทางเลือด แต่เรื่องเซ็กส์ก็ประมาทไม่ได้

สำหรับไวรัสตับอักเสบซี ช่องทางหลักในการติดต่อคือการสัมผัสเลือดโดยตรง เช่น การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การสักลายที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่สำหรับการติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์นั้นมักจะเกิดขึ้นเมื่อมีเลือดเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่มีประจำเดือน การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก หรือกรณีที่มีแผลเริมและแผลฉีกขาดบริเวณอวัยวะเพศ

อาการแบบไหนที่ฟ้องว่าร่างกายกำลังโดนไวรัสเล่นงาน?

ความน่ากลัวของไวรัสทั้งสองชนิดนี้คือ ในระยะแรกรับเชื้อ คนไข้ส่วนใหญ่แทบจะไม่มีอาการใดๆ แสดงออกมาเลย ทำให้ผู้ติดเชื้อสามารถส่งต่อไวรัสไปให้คู่นอนได้โดยไม่เจตนา อย่างไรก็ตาม ในรายที่มีอาการเฉียบพลัน ร่างกายอาจส่งสัญญาณเตือนเหล่านี้ออกมา

  • มีไข้ต่ำๆ รู้สึกอ่อนเพลียอย่างไร้สาเหตุ และเบื่ออาหาร
  • มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้องใต้ชายโครงขวาซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ
  • ปัสสาวะเริ่มมีสีเข้มจัดคล้ายน้ำชา และอุจจาระมีสีซีดลง
  • ผิวหนังและตาขาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง หรือที่เรียกกันว่าอาการดีซ่าน

จากเรื่องบนเตียง สู่ภาวะตับแข็งและมะเร็งตับ: เส้นทางอันตรายที่เลี่ยงได้

เมื่อเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายและไม่ได้รับการรักษา ร่างกายบางคนอาจไม่สามารถกำจัดเชื้อออกไปได้หมด จนกลายเป็นผู้ติดเชื้อเรื้อรัง ไวรัสจะค่อยๆ เข้าไปฝังตัวและทำลายเซลล์ตับทีละน้อยอย่างเงียบเชียบ กระบวนการนี้กินเวลาเป็นสิบปีโดยไม่มีอาการปวดเตือน จนกระทั่งเนื้อตับที่ดีกลายเป็นพังผืด เกิดภาวะตับแข็ง ตับทำงานล้มเหลว และในที่สุดจะพัฒนากลายเป็นมะเร็งตับ ซึ่งถึงตอนนั้นการรักษาก็จะทำได้ยากลำบากและมีความเสี่ยงสูงมาก

วิธีป้องกันตัวเองและคนข้างกายให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัส

หมอมักจะบอกคนไข้เสมอว่า โรคนี้ป้องกันได้ง่ายกว่ารักษามาก และเราสามารถดูแลตัวเองรวมถึงคนที่เรารักได้ด้วยวิธีปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม

ถุงยางอนามัยกับความจริงที่ต้องรู้

การสวมถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธีทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์และโรคเอชไอวีเท่านั้น แต่ยังเป็นปราการด่านสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในการรับและแพร่เชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

วัคซีนป้องกันไวรัสบี: เกราะกำบังที่ดีที่สุด

ข่าวดีคือ ปัจจุบันเรามีวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีที่มีประสิทธิภาพสูงมาก การฉีดวัคซีนครบ 3 เข็มจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันที่สามารถป้องกันโรคได้ตลอดชีวิต หมอแนะนำให้ตรวจระดับภูมิคุ้มกันก่อน และหากยังไม่มีภูมิ การเข้าฉีดวัคซีนคือการลงทุนเพื่อสุขภาพที่คุ้มค่าที่สุด ส่วนไวรัสตับอักเสบซีในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน การป้องกันจึงต้องเน้นไปที่การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงเป็นหลัก

ถ้าตรวจพบว่าติดเชื้อแล้ว จะมีทางรักษาให้หายขาดไหม?

เทคโนโลยีทางการแพทย์ยุคนี้ก้าวหน้าไปไกลมาก หากตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสตับอักเสบก็ไม่ต้องตกใจกลัวจนหมดหวัง เพราะแนวทางการรักษามีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ

ในกรณีของไวรัสตับอักเสบบี แม้ว่าปัจจุบันอาจจะยังไม่มีการรักษาที่ทำให้หายขาดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ในทุกราย แต่ยาต้านไวรัสในปัจจุบันสามารถควบคุมการแบ่งตัวของไวรัสได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยลดการอักเสบของตับ และป้องกันไม่ให้ตับกลายเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับ ช่วยให้คนไข้ใช้ชีวิตได้ยาวนานและแข็งแรงตามปกติ

ส่วนไวรัสตับอักเสบซี ถือเป็นข่าวดีครั้งใหญ่ของวงการแพทย์ เพราะปัจจุบันมียาต้านไวรัสกลุ่มใหม่ที่ออกฤทธิ์โดยตรง ซึ่งสามารถรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีให้หายขาดได้สูงถึงร้อยละ 95-98 โดยใช้เวลาทานยาเพียงแค่ 8 ถึง 12 สัปดาห์เท่านั้น และมีผลข้างเคียงน้อยมาก

การรู้เท่าทันสถานะสุขภาพของตนเองและคู่รักผ่านการตรวจเลือดก่อนเริ่มต้นความสัมพันธ์ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ชีวิตคู่ราบรื่น ปลอดภัย และห่างไกลจากโรคร้ายแรงในอนาคตได้อย่างแท้จริง

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down