เคยไหมที่จู่ๆ ก็รู้สึกปวดแปลบๆ ที่ข้อมือด้านข้างหัวแม่มือ เวลายกของ บิดผ้า หรือแม้แต่ตอนอุ้มลูกน้อย? หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นแค่อาการปวดเมื่อยธรรมดา แต่บางทีอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ “โรคเอ็นข้อมืออักเสบเดอกาแว็ง” หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “โรคเดอกาแว็ง” ได้ และวันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังถึงโรคนี้ และวิธีตรวจเช็กตัวเองง่ายๆ ที่บ้าน ด้วย “การทดสอบฟิงเกลสไตน์”
รู้จักกับ "โรคเดอกาแว็ง" เอ็นข้อมืออักเสบยอดฮิต
โรคเดอกาแว็ง (De Quervain's Tenosynovitis) คือภาวะที่ปลอกหุ้มเอ็นบริเวณข้อมือฝั่งหัวแม่มือเกิดการอักเสบ บวม และหนาตัวขึ้น ทำให้เอ็นที่อยู่ข้างในเสียดสีกับปลอกหุ้มเอ็นนี้ทุกครั้งที่เราขยับหัวแม่มือหรือข้อมือ จนเกิดอาการปวด
ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นโรคเดอกาแว็ง?
- คุณแม่หลังคลอด: ที่ต้องอุ้มลูกเป็นประจำ ท่าอุ้มที่ไม่ถูกต้องอาจเป็นปัจจัยกระตุ้น
- คนที่ทำงานซ้ำๆ: ที่ต้องใช้ข้อมือและหัวแม่มือมาก เช่น คนทำงานที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ พิมพ์งาน เล่นมือถือ นักดนตรี ช่างฝีมือ
- นักกีฬา: ที่ต้องมีการเคลื่อนไหวข้อมือและหัวแม่มืออย่างต่อเนื่อง
อาการแบบไหน ที่บ่งบอกว่าอาจเป็นโรคเดอกาแว็ง
สังเกตอาการเหล่านี้ได้เลย:
- ปวด: มีอาการปวดบริเวณข้อมือด้านโคนหัวแม่มือ อาจร้าวขึ้นไปถึงปลายแขนได้
- เจ็บเมื่อเคลื่อนไหว: โดยเฉพาะตอนบิดข้อมือ กำมือ หรือกางหัวแม่มือออก
- บวม: อาจมีอาการบวมเล็กน้อยบริเวณข้อมือใกล้โคนหัวแม่มือ
- ฝืดหรือติดขัด: บางครั้งอาจรู้สึกเหมือนข้อมือและหัวแม่มือติดขัด ไม่ลื่นไหลเหมือนเดิม
"การทดสอบฟิงเกลสไตน์" คืออะไร ทำไมหมอถึงใช้ตรวจโรคนี้?
การทดสอบฟิงเกลสไตน์ (Finkelstein Test) เป็นหนึ่งในวิธีการตรวจร่างกายเบื้องต้นที่ใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อช่วยวินิจฉัยโรคเดอกาแว็ง โดยเป็นการทดสอบที่เลียนแบบการเคลื่อนไหวที่มักจะกระตุ้นให้เกิดอาการปวดในผู้ป่วยโรคนี้
ลองทำ Finkelstein Test ด้วยตัวเอง ทำตามนี้เลย
คุณสามารถลองทำการทดสอบนี้ด้วยตัวเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน:
- กำมือ: กางหัวแม่มือออกไปด้านข้าง จากนั้นกำนิ้วอื่นๆ ลงมาทับหัวแม่มือไว้ โดยให้หัวแม่มืออยู่ด้านในของกำมือ
- บิดข้อมือ: ค่อยๆ เอียงข้อมือลงไปทางนิ้วก้อย หรือที่เรียกว่า "หักข้อมือลงด้านล่าง"
- สังเกตอาการ: หากคุณรู้สึกปวดแปลบขึ้นมาอย่างชัดเจนบริเวณข้อมือด้านโคนหัวแม่มือ แสดงว่าผลการทดสอบอาจเป็นบวก
ข้อควรจำ: ทำการทดสอบช้าๆ และเบามือ หากเจ็บมากให้หยุดทันที อย่าฝืน
ผลการทดสอบเป็นบวก แปลว่าอะไร?
ถ้าคุณทำ Finkelstein Test แล้วรู้สึกปวดอย่างชัดเจนตรงข้อมือข้างหัวแม่มือ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังมีภาวะเอ็นข้อมืออักเสบเดอกาแว็ง การทดสอบนี้มีความแม่นยำสูงพอสมควร แต่เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด คุณควรไปพบแพทย์เพื่อยืนยันผลอีกครั้ง
ถ้าผลเป็นบวก... แล้วต้องรักษากันอย่างไร?
เมื่อได้รับการวินิจฉัยแล้วว่าคุณเป็นโรคเดอกาแว็ง แนวทางการรักษามีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นและการรักษา
- พักการใช้งาน: งดกิจกรรมที่ต้องใช้ข้อมือและหัวแม่มือหนักๆ เป็นอันดับแรก อาจใส่เฝือกอ่อนหรืออุปกรณ์พยุงข้อมือ
- ประคบเย็น: หากมีอาการบวมหรือปวดเฉียบพลัน การประคบเย็นช่วยลดการอักเสบได้
- ยา: แพทย์อาจพิจารณาให้ยาลดการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ทั้งแบบกินและแบบทา
- กายภาพบำบัด: การทำกายภาพบำบัดเพื่อยืดและเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและเอ็น
- ฉีดยา: ในบางรายที่มีอาการมาก แพทย์อาจพิจารณาฉีดยาสเตียรอยด์เข้าที่ปลอกหุ้มเอ็น เพื่อลดการอักเสบ
- การผ่าตัด: หากวิธีอื่นๆ ไม่ได้ผล หรือมีอาการรุนแรงมาก แพทย์อาจแนะนำการผ่าตัดเล็กๆ เพื่อเปิดปลอกหุ้มเอ็นให้กว้างขึ้น
เมื่อไหร่ที่คุณควรมาพบคุณหมอ?
หากคุณมีอาการปวดข้อมือด้านหัวแม่มือที่:
- เป็นต่อเนื่องไม่ดีขึ้นเองภายในไม่กี่วัน
- มีอาการรุนแรงขึ้น หรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
- ทำ Finkelstein Test แล้วมีผลเป็นบวกชัดเจน และไม่แน่ใจว่าจะต้องทำอย่างไรต่อ
อย่าลังเลที่จะเข้ามาปรึกษาคุณหมอ การวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้อาการดีขึ้นได้เร็ว และป้องกันการเป็นเรื้อรังได้