หลายคนคงเคยมีประสบการณ์อาหารเป็นพิษ ท้องเสีย อาเจียน หลังจากกินอาหารค้างคืนหรืออาหารที่ไม่สะอาด เข้าใจว่านอนพักผ่อนดื่มเกลือแร่เดี๋ยวเดียวก็หาย แต่ในความเป็นจริง มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่อาการไม่ได้จบลงแค่นั้น เชื้อโรคที่ปนมากับอาหารบางชนิดมีความรุนแรงและดุร้ายกว่าที่คิด จนสามารถทะลุผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด กลายเป็นภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดจากเชื้อโรคในอาหาร ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อันตรายถึงชีวิตหากรักษาไม่ทันเวลา
กินของไม่สะอาดแค่นิดเดียวทำไมถึงลุกลามจนติดเชื้อในกระแสเลือด
เวลาที่เรากินอาหารที่มีเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อนเข้าไป เช่น ซาลโมเนลลา วิบริโอ หรือแคมไพโลแบคเตอร์ เชื้อเหล่านี้จะเข้าไปสร้างความเสียหายในระบบทางเดินอาหาร ปกติแล้วร่างกายจะมีกลไกป้องกันตัวโดยการขับออกทางอุจจาระหรืออาเจียน แต่ถ้าภูมิต้านทานของร่างกายในขณะนั้นไม่ค่อยดี หรือปริมาณเชื้อโรคมีจำนวนมากและมีความรุนแรงสูง เชื้อแบคทีเรียและสารพิษของมันจะสามารถเจาะทะลุกำแพงลำไส้เข้าสู่เส้นเลือดฝอย แล้วกระจายตัวเดินทางไปทั่วร่างกายได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่กระแสเลือด ระบบภูมิคุ้มกันจะพยายามต่อสู้ครั้งใหญ่จนเกิดการอักเสบกระจายไปทั่ว ซึ่งส่งผลให้ความดันโลหิตตก อวัยวะภายในทำงานล้มเหลว และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว
สัญญาณเตือนจากร่างกาย เมื่ออาการท้องเสียไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดาอีกต่อไป
อาการอาหารเป็นพิษทั่วไปมักจะมีแค่ถ่ายเหลว ปวดท้อง คลื่นไส้ และอาจมีไข้ต่ำๆ แต่ถ้าเริ่มมีอาการเหล่านี้เข้ามาเกี่ยวข้อง นั่นคือสัญญาณเตือนว่าเชื้อโรคอาจจะเริ่มลามเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว
- มีไข้สูงหนาวสั่นอย่างรุนแรง ต่างจากไข้ต่ำๆ ทั่วไป
- ชีพจรเต้นเร็ว หายใจเร็วและหอบเหนื่อยโดยไม่มีสาเหตุ
- รู้สึกวิงเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลมเวลาลุกขึ้นยืน ซึ่งเกิดจากความดันโลหิตเริ่มตก
- ซึมลง สับสน พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง หรือรู้สึกกระสับกระส่ายผิดปกติ
- ปวดเมื่อยตามตัวกล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด
กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เชื้อโรคเข้าตัวง่ายและรุนแรงกว่าคนอื่น
ไม่ใช่ทุกคนที่กินอาหารปนเปื้อนแล้วจะเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ความรุนแรงมักขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและภูมิคุ้มกันของแต่ละคน โดยกลุ่มที่ต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาดของอาหารมากเป็นพิเศษ ได้แก่
- ผู้สูงอายุที่มีภูมิต้านทานตามธรรมชาติลดลง
- เด็กเล็กและทารกที่ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต หรือผู้ป่วยมะเร็งที่กำลังได้รับเคมีบำบัด
- ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือผู้ที่ต้องกินยากดภูมิเป็นประจำ
วิธีป้องกันความเสี่ยงจากเชื้อโรคในอาหารไม่ให้ลามใหญ่โต
การตัดไฟแต่ต้นลมคือวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันไม่ให้เชื้อโรคจากอาหารเดินทางเข้าสู่กระแสเลือด การใส่ใจเรื่องสุขอนามัยพื้นฐานในชีวิตประจำวันจึงเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้
- เลือกกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ หลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือไม่สุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบเนื้อดิบ หอยนางรมสด หรือไข่ต้มยางมะตูมที่ไม่ได้มาตรฐาน
- แยกเขียงและมีดสำหรับอาหารสุกและอาหารดิบออกจากกัน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้าม
- ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
- หากซื้ออาหารสำเร็จรูปมาเก็บไว้ ต้องอุ่นให้ร้อนจัดก่อนนำมากินเสมอ และไม่ควรเก็บอาหารไว้นอกตู้เย็นเป็นเวลานาน
อาการแบบไหนที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการท้องเสีย อาเจียน ร่วมกับมีไข้สูงหนาวสั่น หายใจหอบเหนื่อย หรือมีความรู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลียผิดปกติ หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม ควรรีบไปพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินทันที ห้ามรอจนกระทั่งอาการทรุดหนัก เพราะการได้รับยาปฏิชีวนะและการรักษาที่รวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงแรก จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้อย่างมาก