ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่คนในครอบครัวต้องนอนไอซียู เรื่องอาหารการกินคือสิ่งที่เรามักกังวลใจ

เวลาที่เราเดินเข้าไปเยี่ยมคนในครอบครัวนอนพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ภาพที่เราชินตาคือสายระโยงระยางเต็มตัวไปหมด ทั้งเครื่องช่วยหายใจ สายน้ำเกลือ และสายให้อาหาร หลายคนอาจจะคิดว่าในเมื่อผู้ป่วยนอนพักนิ่งๆ ไม่ได้ขยับไปไหน พลังงานที่ใช้คงจะน้อยลง แต่ในความเป็นจริงแล้ว การประเมินและฟื้นฟูภาวะโภชนาการ ในผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความซับซ้อนและสำคัญมากๆ เพราะร่างกายของเขากำลังอยู่ในภาวะวิกฤตที่ต้องการพลังงานและสารอาหารสูงมากเพื่อใช้ในการซ่อมแซมตัวเอง

ทำไมผู้ป่วยวิกฤตถึงผอมลงและกล้ามเนื้อฝ่อเร็วมาก

เวลาที่ร่างกายเกิดอุบัติเหตุรุนแรง มีการติดเชื้อในกระแสเลือด หรือเพิ่งผ่านการผ่าตัดใหญ่ ระบบในร่างกายจะปล่อยฮอร์โมนความเครียดออกมาจำนวนมาก พร้อมกับกระบวนการอักเสบทั่วร่างกาย ส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานผิดเพี้ยนไปจากเดิม จากที่เคยดึงพลังงานจากแป้งและไขมันมาใช้ ร่างกายกลับหันไปดึงโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาเผาผลาญแทนอย่างรวดเร็ว นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงเห็นผู้ป่วยวิกฤตน้ำหนักลดลงและกล้ามเนื้อลีบลงอย่างเห็นได้ชัดภายในเวลาแค่ไม่กี่วัน ซึ่งถ้าร่างกายขาดสารอาหารต่อเนื่อง ก็จะส่งผลให้แผลหายช้า ภูมิต้านทานต่ำลง และหย่าน้ำเครื่องช่วยหายใจได้ยากขึ้นตามไปด้วย

ทีมแพทย์เช็คความพร้อมและประเมินร่างกายผู้ป่วยอย่างไรบ้าง

ก่อนที่เราจะเริ่มให้อาหารอะไรกับผู้ป่วย หมอและทีมโภชนาการจะต้องทำการตรวจประเมินอย่างละเอียดเสียก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าระบบทางเดินอาหารพร้อมที่จะรับสารอาหารได้จริง โดยมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

  • ตรวจสอบประวัติและน้ำหนักตัวเดิม: เพื่อคำนวณหาปริมาณพลังงานและโปรตีนที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวันอย่างแม่นยำ
  • เช็คการทำงานของลำไส้: ฟังเสียงการทำงานของลำไส้ ตรวจดูว่ามีการขับถ่ายหรือผายลมบ้างหรือไม่ เพราะถ้าลำไส้ยังไม่ทำงาน การให้อาหารทางสายยางอาจทำให้เกิดภาวะลำไส้ 200 หรือท้องอืดได้
  • ประเมินความรุนแรงของโรค: ดูว่าผู้ป่วยมีภาวะช็อก ต้องใช้ยาเพิ่มความดันโลหิตสูงแค่ไหน เพราะถ้าร่างกายยังมีความดันโลหิตต่ำมากๆ เลือดจะถูกดึงไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญ เช่น สมองและหัวใจ ทำให้เลือดไปเลี้ยงลำไส้ลดลง ช่วงนั้นจึงยังไม่เหมาะที่จะให้อาหารเต็มที่

เริ่มต้นให้อาหารและฟื้นฟูร่างกายในช่วงเวลาที่เหมาะสม

ในอดีตเราอาจจะเคยได้ยินว่าถ้าป่วยหนักต้องรอให้ลำไส้พักผ่อนนานๆ แต่แนวทางการดูแลสมัยใหม่เปลี่ยนไปแล้ว หมอพบว่าการเริ่มให้อาหารทางเดินอาหารเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรกหลังจากผู้ป่วยพ้นขีดอันตรายและสัญญาณชีพคงที่แล้ว จะช่วยรักษาความสมบูรณ์ของเยื่อบุลำไส้ ป้องกันไม่ให้แบคทีเรียในลำไส้รั่วเข้าสู่กระแสเลือด และช่วยลดอัตราการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เลือกอาหารแบบไหนให้เหมาะกับสภาพร่างกายที่กำลังป่วยหนัก

เมื่อลำไส้พร้อม การเลือกชนิดของสารอาหารก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน ผู้ป่วยวิกฤตไม่ได้ต้องการแค่พลังงานทั่วๆ ไป แต่เน้นสารอาหารที่ย่อยง่ายและให้โปรตีนสูงเพื่อช่วยสร้างเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อที่สูญเสียไป

  • อาหารสูตรมาตรฐาน: เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ระบบทางเดินอาหารยังทำงานได้ดีและไม่มีโรคประจำตัวเฉพาะเจาะจง
  • อาหารสูตรเฉพาะโรค: เช่น สูตรสำหรับผู้ป่วยโรคไตที่มีการจำกัดเกลือแร่และปริมาณน้ำ สูตรสำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หรือสูตรที่มีสัดส่วนของไขมันไม่อิ่มตัวสูงเพื่อช่วยลดการอักเสบในปอด
  • การให้ทางสายยางหรือทางเส้นเลือด: หากผู้ป่วยไม่สามารถกลืนได้เองหรือลำไส้ยังไม่ทำงาน ทีมแพทย์จะพิจารณาให้สารอาหารผ่านทางสายยางจมูกลงสู่กระเพาะอาหาร หรือให้สารอาหารเข้าทางหลอดเลือดดำโดยตรงในกรณีที่จำเป็นจริงๆ

เฝ้าระวังอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการให้อาหาร

การฟื้นฟูโภชนาการในผู้ป่วยวิกฤตไม่ใช่เรื่องของการอัดอาหารให้ได้ปริมาณมากๆ เสมอไป เพราะหากให้เร็วหรือมากเกินไป อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เรียกว่า รีฟีดดิงซินโดรม (Refeeding Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะที่เกลือแร่ในเลือดลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจและระบบหายใจได้ ทีมแพทย์และพยาบาลจึงต้องคอยเจาะเลือดตรวจระดับเกลือแร่ น้ำตาลในเลือด และคอยสังเกตอาการท้องอืด แน่นท้อง หรือสำลักอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อปรับเปลี่ยนแผนโภชนาการให้สอดคล้องกับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวันครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down