ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อปัสสาวะแสบขัดไม่ได้จบง่ายๆ ด้วยยากินไม่กี่เม็ด

ลองนึกภาพว่าวันหนึ่งตื่นมาแล้วรู้สึกเสียวแปลบตอนปัสสาวะตามมาด้วยมูกใสๆ ที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นหนองข้นสีเหลืองเข้มซึมติดกางเกงใน หลายคนอาจคิดว่าแค่ไปซื้อยาฆ่าเชื้อจากร้านขายยามากินไม่กี่วันก็คงหาย เหมือนที่เคยได้ยินคนอื่นบอกต่อๆ กันมา แต่ในฐานะหมอที่ทำงานในห้องตรวจทุกวัน อยากบอกด้วยความจริงใจเลยว่า ความเชื่อแบบเดิมนั้นกำลังจะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป และอาจทำให้ปัญหาร้ายแรงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว

เรื่องจริงที่น่ากังวลในเวลานี้คือ เชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของโรคหนองในแท้กำลังพัฒนาตัวเองจนแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จนยาปฏิชีวนะหลายกลุ่มที่เคยใช้รักษาได้ผลดีในอดีต แทบจะทำอะไรเชื้อตัวนี้ไม่ได้แล้ว ซึ่งเราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า โรคหนองในแท้และภาวะเชื้อดื้อยา ซึ่งถือเป็นวิกฤตการณ์ทางสาธารณสุขระดับโลกที่อยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด

ทำความรู้จักโรคหนองในแท้ เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ได้มีแค่เรื่องหนองไหล

โรคหนองในแท้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Neisseria gonorrhoeae ซึ่งเป็นเชื้อที่ชอบอาศัยอยู่ในบริเวณที่อุ่นและชื้นของร่างกาย ระบบสืบพันธุ์จึงเป็นเป้าหมายหลัก ไม่ว่าจะเป็นท่อปัสสาวะ ช่องคลอด ปากมดลูก รวมไปถึงบริเวณอื่นๆ อย่างลำคอ ทวารหนัก และดวงตา หากมีการสัมผัสกับสารคัดหลั่งที่มีเชื้อโดยตรง

สิ่งที่น่ากลัวของโรคนี้คือ ระยะฟักตัวที่ค่อนข้างเร็ว โดยทั่วไปจะแสดงอาการภายใน 2-10 วันหลังจากได้รับเชื้อ และที่สำคัญคือ เชื้อตัวนี้สามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ได้ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือแม้กระทั่งการใช้อมอวัยวะเพศ (Oral Sex)

อาการเตือนที่ฟ้องว่าร่างกายกำลังติดเชื้อหนองในแท้

อาการแสดงของโรคหนองในแท้ในผู้ชายและผู้หญิงมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งบางครั้งความแตกต่างนี้ทำให้เกิดการละเลยจนโรคลุกลาม

  • อาการในผู้ชาย: มักแสดงอาการค่อนข้างชัดเจนและรวดเร็ว โดยจะมีอาการปัสสาวะแสบขัดอย่างรุนแรง รู้สึกเหมือนมีของมีคมบาดเวลาปัสสาวะ มีหนองสีเหลืองหรือเขียวไหลเยิ้มออกจากปลายอวัยวะเพศ และอาจมีอาการอัณฑะบวมโตหรือปวดร่วมด้วย
  • อาการในผู้หญิง: นี่คือกลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุด เพราะกว่าครึ่งหนึ่งของผู้หญิงที่ติดเชื้อแทบไม่มีอาการแสดงเลย หรือมีเพียงอาการตกขาวผิดปกติสีเหลืองปนเขียว มีกลิ่นเหม็น ปัสสาวะแสบขัดเล็กน้อย หรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอยหลังมีเพศสัมพันธ์ ทำให้หลายคนคิดว่าเป็นเพียงแค่ตกขาวธรรมดาและปล่อยทิ้งไว้จนเชื้อลุกลามเข้าไปสู่ปีกมดลูก ส่งผลให้เกิดภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ และอาจนำไปสู่การเป็นหมันหรือการตั้งครรภ์นอกมดลูกในอนาคต

ทำไมเชื้อหนองในแท้ถึงกลายเป็น 'ซูเปอร์บั๊ก' ที่ดื้อยาเก่งจนน่ากลัว

คำว่า "ซูเปอร์บั๊ก" (Superbug) ไม่ใช่คำที่กล่าวเกินจริงสำหรับเชื้อหนองในแท้ เพราะเชื้อชนิดนี้มีความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัวเพื่อหลบหลีกยาปฏิชีวนะได้อย่างรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ

หากย้อนกลับไปในอดีต ยาเพนิซิลลินเป็นยาตัวแรกที่ใช้รักษาโรคหนองในแท้ได้อย่างราบคาบ แต่หลังจากนั้นไม่นานเชื้อก็เริ่มดื้อยา จนแพทย์ต้องเปลี่ยนไปใช้ยากลุ่มอื่น เช่น เตตราไซคลิน ฟลูโอโรควิโนโลน จนกระทั่งมาถึงยากลุ่มเซฟาโลสปอริน ซึ่งเป็นปราการด่านสุดท้ายที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน แต่ในตอนนี้ รายงานทางการแพทย์ทั่วโลกเริ่มพบสายพันธุ์ของเชื้อหนองในแท้ที่ไม่ตอบสนองต่อยาฉีดเซฟไตรอะโซน (Ceftriaxone) ซึ่งเป็นยาหลักที่ใช้ในการรักษาในปัจจุบันแล้ว นั่นหมายความว่าหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป เราอาจเข้าสู่ยุคที่ไม่มียาตัวใดรักษาโรคหนองในแท้ได้อีกเลย

พฤติกรรมการใช้ยาแบบผิดๆ ที่เรากำลังช่วยส่งเสริมให้เชื้อดื้อยาโดยไม่รู้ตัว

ภาวะเชื้อดื้อยาไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติทั้งหมด แต่เกิดจากพฤติกรรมของมนุษย์เราเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ซึ่งพฤติกรรมยอดฮิตที่หมอมักจะเจอเป็นประจำ ได้แก่

1. การซื้อยามากินเองตามรีวิวหรือคำบอกเล่า

เมื่อมีอาการปัสสาวะแสบขัด หลายคนเลือกที่จะไปร้านขายยาแล้วซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง โดยไม่ได้ตรวจวินิจฉัยว่าเป็นหนองในแท้ หนองในเทียม หรือเป็นการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะทั่วไป การได้รับยาที่ไม่ตรงกับชนิดของเชื้อ นอกจากจะไม่หายแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้เชื้อฝึกฝนตัวเองให้ทนต่อยาตัวนั้นมากขึ้น

2. กินยาไม่ครบตามขนาดที่แพทย์สั่ง

หลายคนพอกินยาไปได้ 1-2 วัน แล้วเห็นว่าอาการหนองไหลหรือแสบขัดเริ่มลดลง ก็ทึกทักเอาเองว่าหายดีแล้วจึงหยุดกินยา การทำแบบนี้เท่ากับเป็นการฆ่าเชื้อได้เพียงแค่บางส่วน ส่วนเชื้อตัวที่แข็งแรงและยังรอดชีวิตอยู่จะเรียนรู้โครงสร้างของยาและพัฒนาตัวเองจนดื้อยาในที่สุด

3. การรักษาเพียงฝ่ายเดียว

โรคหนองในแท้เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หากฝ่ายหนึ่งเข้ารับการรักษาจนหายดี แต่อีกฝ่ายไม่ได้รักษาด้วย เมื่อมีเพศสัมพันธ์กันอีกครั้ง เชื้อจะถูกส่งกลับไปกลับมา และการได้รับเชื้อซ้ำๆ ในขณะที่ร่างกายยังมีระดับยาปฏิชีวนะหลงเหลืออยู่แบบเจือจาง จะยิ่งเร่งให้เชื้อเกิดการกลายพันธุ์และดื้อยาได้ง่ายขึ้น

วิธีรักษาในยุคที่ยาเดิมเริ่มใช้ไม่ได้ผล

เพื่อรับมือกับโรคหนองในแท้และภาวะเชื้อดื้อยา ทางการแพทย์จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนแนวทางการรักษาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันการรักษาจะไม่ใช้ยารับประทานเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่แนวทางมาตรฐานจะใช้การผสมผสานการรักษา

วิธีรักษาหลักคือการฉีดยาปฏิชีวนะกลุ่มเซฟาโลสปอริน (เช่น Ceftriaxone) เข้ากล้ามเนื้อ ร่วมกับการให้ยากลุ่มแมคโครไลด์ (เช่น Azithromycin) หรือยากลุ่มเตตราไซคลินในรูปแบบกินร่วมด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อและครอบคลุมถึงการติดเชื้อหนองในเทียมที่มักจะเกิดร่วมกันเสมอ

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อรับการรักษาแล้ว แพทย์มักจะนัดตรวจซ้ำหลังจากเสร็จสิ้นการรักษา เพื่อเพาะเชื้อดูให้แน่ใจว่าเชื้อถูกกำจัดไปหมดแล้วจริงๆ และไม่ได้เป็นเชื้อสายพันธุ์ดื้อยาที่หลบซ่อนอยู่

วิธีป้องกันตัวเองอย่างยั่งยืนเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของเชื้อดื้อยา

การป้องกันยังคงเป็นอาวุธที่ดีที่สุดเสมอในการต่อสู้กับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์: ไม่ว่าจะทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือทางปาก ถุงยางอนามัยคือเกราะป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
  • ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ: โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง หรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อย เพื่อให้ได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นก่อนที่เชื้อจะแพร่กระจาย
  • รักษาคู่ร่วมเพศพร้อมกันเสมอ: หากตรวจพบว่าติดเชื้อ ต้องแจ้งให้คู่ของตนทราบเพื่อให้เข้ารับการตรวจและรักษาไปพร้อมกัน และควรงดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะรักษาหายขาดทั้งสองฝ่าย
  • ไม่ซื้อยาฆ่าเชื้อมากินเองเด็ดขาด: หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ให้เข้าพบแพทย์เพื่อทำการตรวจหาเชื้อและรับการสั่งยาที่ถูกต้องเหมาะสมเท่านั้น

โรคหนองในแท้ไม่ใช่เรื่องที่น่าอายจนต้องปิดบัง และการเข้าพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ นอกจากจะช่วยเซฟตัวเราเองจากการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงแล้ว ยังเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้พัฒนาไปจนถึงจุดที่เราไม่มียารักษาอีกต่อไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down